รวมรถเก๋ง Honda มือสองราคาประมาณ 50,000 บาท ในปี 2019

บทความแนะนำรถเก๋ง Honda ราคาประมาณ 50,000 บาท ในปี 2019 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง สำหรับผู้ที่มีงบน้อย แต่จำเป็นต้องซื้อรถยนต์ไว้ใช้งานสักคัน เผื่อไว้เดินทางใกล้ๆ ไม่ต้องกลัวแดด กลัวฝน ซึ่งอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้รถ เช่น รับส่งลูก หลาน หรือรับส่งคนเข้าโรงพยาบาล หรือเผื่อไว้ใช้ในยามจำเป็นด้านอื่นๆ

การซื้อรถเก๋งราคาประมาณ 50,000 บาท ต้องมองว่านี่คือการลงทุนกับรถ จะไม่เหมือนการซื้อรถใหม่ พร้อมตั้งงบสำหรับการซ่อมไว้สักเท่าตัว 50,000 บาทขึ้นไป เพื่อซื้อรถยนต์มือสองมาปรับปรุง ซ่อมบำรุงให้สามารถใช้งานได้ดี หากรู้จักเลือกรถและรู้จักวิธีซ่อมอย่างถูกขั้นตอน รับรองว่าซ่อมจบ และได้รถดีไว้ใช้งานอีกนานหลายปีแน่นอน ประหยัดเงินหลักแสนบาท

ตัวอย่างรถเก๋ง Honda ในงบประมาณ 50,000 บาท

สำหรับรถเก๋งยี่ห้อ Honda ในงบประมาณนี้ จะมีหลายรุ่นให้เลือก เช่น รถขนาดเล็ก รถขนาดกลาง รถขนาดใหญ่ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ที่จำเป็นจะต้องรู้ เพราะการเลือกผิดพลาด จะหมายถึงเสียเงินเปล่า เสียเวลา เสียอารมณ์

รถยนต์เก๋งขนาดเล็ก ของ Honda

สำหรับรุ่นต่างๆ ต่อไปนี้ จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก เครื่องยนต์ 1300 – 1500 cc เป็นเครื่องยนต์หัวฉีด เติมน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ 91 ได้ ประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 1300 cc แต่ก็มีอายุมากแล้ว เกิน 20 ปี

Honda City ปี 1996 เครื่องยนต์ 1300 cc

รถรุ่นนี้เป็น Honda City รุ่นแรกสุดที่ขายในเมืองไทย ใช้เครื่องยนต์ 1300 cc เครื่องยนต์มีขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมัน เติมน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ 91 ได้ เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ พ่อแม่ ลูก ยังเด็ก หรือคนโสด ไม่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเกียร์ออโต้ เพราะรถจะวิ่งไม่ค่อยออก เดินทางไกล การเร่งแซงจะลำบาก แซงยาก ขึ้นภูเขา สูงชันก็เช่นกัน หากดูแลเครื่องยนต์ ซ่อมบำรุงให้ดี ก็ใช้เดินทางไกลได้ ไม่มีปัญหา เครื่องยนต์ทนทานใช้งานเกิน 500,000 กิโลเมตรได้สบายๆ รุ่นนี้ ราคาซื้อขาย หาได้ในราคาประมาณ 50,000 บาท หรือแพงกว่านี้เล็กน้อย ซื้อมาแล้ว ก็เตรียมงบซ่อมบำรุงประมาณ 30,000 บาท ขึ้นไป เพื่อซ่อมใหญ่ ก็จะสามารถใช้งานได้อีกนานหลายปี แต่ก่อนซื้อก็ต้องตรวจสอบแร็คพวงมาลัย หากรั่ว ก็ต้องถอย เพราะอะไหล่ชี้นนี้แพงมาก ใกล้เคียงราคารถเลยทีเดียว

Hond City ปี 1997 เครื่องยนต์ 1500 cc

รุ่นนี้ ตัวถังเหมือนปีแรก 1996 บางทีจะเรียกว่า รุ่น Type S เครื่องยนต์ใหญ่ขึ้น มีกำลังมากขึ้น จุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือเครื่องยนต์มีความทนทาน ใช้งานเกิน 500,000 กิโลเมตรได้สบายๆ แต่กินน้ำมันมากกว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1300 cc เติมน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอลล์ 91 ได้ ซึ่งรุ่นนี้เหมาะสำหรับคนมีครอบครัวใหญ่ มีพ่อแม่ลูก ที่โตแล้ว เมื่อซื้อมาแล้วก็เตรียมงบไว้ซ่อมบำรุงสัก 30,000 บาท ขึ้นไป ก็ใช้งานได้อีกนาน เพียงแต่ต้องหลีกเลี่ยงรถติดแก๊ส เพราะเครื่องยนต์จะเริ่มโทรม เริ่มแย่แล้ว รุ่นนี้แม้จะเก่ามากแล้ว อายุรถเกินด 20 ปี แต่ยังหาอะไหล่ได้ ร้านอะไหล่ใหญ่ในตัวจังหวัดยังมีขาย ซ่อมง่าย เพราะระบบไม่ซับซ้อน เข้าอู่ใกล้บ้านก็ซ่อมได้ แต่ต้องซื้ออะไหล่เอง

Honda City Type Z เครื่องยนต์ 1500 cc /Vtec

ในงบประมาณ 50,000 หรือมากกว่านี้เล็กน้อย ก็มีรุ่นนี้เป็นทางเลือก ซึ่งเริ่มผลิตขายตั้งแต่ปี 1998 จนถึงประมาณ 2002 ในรุ่นเครื่องยนต์ 1500 cc จะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับรุ่น Type S กำลังเครื่องยนต์ 105 แรงม้า ส่วนรุ่น Vtec ใช้เครื่องยนต์ 1500 cc เช่นกัน แต่กำลังเครื่อง 115 แรงม้า ขับสนุก รถแรง แต่สภาพเครื่องยนต์ น่าจะแย่กกว่า เพราะรถแรง ขับสนุก ก็มักจะขับเร็ว ออกตัวแรง เครื่องยนต์ย่อมถูกใช้งานหนักกว่า

Honda City Type Z เครื่อง 1500 cc เครื่องไฮเปอร์

สำหรับ Honda City Type Z เครื่องยนต์ไฮเปอร์ 1500 cc ไม่ใช่เครื่องยนต์วีเทค จะมีกำลัง 105 แรงม้า รุ่นนี้เครื่องยนต์ทนทาน ประหยัดน้ำมัน แต่เครื่องจะไม่แรงเหมือน Vtec แต่ก็เพียงพอสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ 4 คน หรือครอบครัวขนาดเล็ก

Honda City Type Z เครื่อง 1500 cc Vti หรือ Vtec

สำหรับ Honda City Type Z รุ่น Vti หรือ Vtec จะมีกำลังเครื่อง 115 แรงม้า แรงกว่าขับสนุกกว่า แต่มีโอกาสเจอรถที่ช้ำกว่า เพราะขับสนุก เครื่องยนต์ก็ย่อมจะเสื่อมสภาพมากกว่านั่นเอง ต้องระวังรถอุบัติเหตุ ทั้ง 2 รุ่นมีอัตรากินน้ำมันพอๆ กัน

รถยนต์เก๋งขนาดกลางของ Honda

รถยนต์ขนาดกลางในความหมายของผู้เขียนก็คือรุ่น Honda Civic ซึ่งในงบประมาณ 50,000 บาท จะมีรถรุ่นนี้หลายรุ่นย่อยให้เลือก

Honda Civic รหัส EF

Honda Civic รหัส EF รถรุ่นนี้ ยังเห็นขับตามท้องถนนอยู่บ้าง ลักษะตัวรถจะแบนๆ เป็นรุ่นที่ยังมีขายและยังมีใช้กันอยู่แล้วก็น้อยมากแล้ว เครื่องยนต์เดิมๆ เป็นแบบคาร์บูเรเตอร์ อาจจะมีบางรุ่นที่วางเครื่องใหม่แล้ว ถือว่า เก่ามากแล้ว หากเครื่องยนต์แบบเดิม ก็ควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่า เพราะมักจะนำไปติดแก๊ส สภาพเครื่องก็แย่เต็มที ส่วนคันที่วางเครื่องใหม่แล้ว ก็ต้องเป็นเครื่องหัวฉีด ควรศึกษาถึงอัตราบริโภคน้ำมัน ใช้น้ำมันแบบใด เพราะบางคันเน้นวางเครื่องแรง แต่บางคันก็ยังอยู่ในสภาพดีเลยทีเดียว แต่รถทำสีมานั้นก็อย่าเพิ่งวางใจ รถเก่าขนาดนี้ กลัวผุใน ซ่อมไม่จบ เพราะเหล็กหมดสภาพแล้ว

Honda Civic รหัส EG

รุ่นนี้จะใหม่กว่ารุ่น EF เครื่องยนต์ใช้แบบคาร์บูเรเตอร์เช่นกัน แต่บางคันก็เปลี่ยนเครื่องเป็นหัวฉีดแล้ว รถรุ่นนี้ ตัวถังใหญ่กว่ารุ่น Honda City นั่งสบาย แต่ก็กินน้ำมันมากกว่า หากใช้เครื่องเดิม เป็นแบบคาร์บูเรเตอร์ ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า เพราะส่วนใหญ่จะนำไปติดแกีส

Honda Civic รหัส EK

รุ่นนี้บางทีจะเรียกว่า รุ่นตาโตเพราะใช้ไฟหน้าขนาดใหญ่ รถตัวถังใหญ่ นั่งสบาย แต่อัตรากินน้ำมันก็มากกว่าเช่นกัน ในขณะที่กำลังเครื่อง ความแรง ก็ใกล้เคียง Honda City Type S แตกำลังเครื่องด้อยกว่า Honda City Type Z Vtec

รถยนต์เก๋งขนาดใหญ่ของ Honda

สำหรับรถเก๋งขนาดใหญ่ของ Honda ในที่นี้ผู้เขียนจะหมายถึงรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1800 cc ขึ้นไป ซึ่งก็จะเป็น Honda Accord มีหลายรุ่นย่อยให้เลือก แต่ไม่แนะนำให้ซื้อ หากจะซื้อ ก็ควรเป็นคันที่ 2 ซื้อไว้สะสม เป็นความชอบ นานๆ ขับบ้าง แต่ไม่ใช่รถใช้งานทุกวัน เพราะทุกรุ่นกินน้ำมันมาก หรืออาจจะไว้ใช้เดินทางไกล นั่งกันหลายคนจะประหยัด แต่ควรเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ใดๆ ไปถึงก็จอด ไม่เน้นขับรถเที่ยว ขับๆ หยุดๆ จอดๆ จะกินน้ำมันมาก ติดแก๊สก็กินแก๊ส เช่นกัน

Honda Accord รุ่นก่อนตาเพชร

ผู้เขียนก็ไม่รู้ว่ารุ่นนี้เรียกว่าอะไร แต่เป็นรุ่นประมาณปี 1988 หรืออายุก็มากกว่า 30 ปี หรือใกล้เคียงแล้ว อาจจะมีบางคันที่มีการเก็บรักษาอย่างดี รุ่นนี้กินน้ำมัน เครื่องเดิมเป็นแบบคาร์บูเรเตอร์ แต่หลายคันก็เปลี่ยนเครื่องยนต์แล้ว เป็นหัวฉีด แต่ก็ต้องใช้เครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมัน เพราะตัวถังใหญ่ น้ำหนักตัวมาก แต่ห้องโดยสารกว้างนั่งสบาย

Honda Accord รุ่น ตาเพชร

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1800 cc ขึ้นไป เครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมัน ตัวถังใหญ่ ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย เหมาะสำหรับขับทางไกล จะมีบางรุ่นใช้เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ และรุ่นปลายๆ จะใช้หัวฉีด เป็นรถใหญ่ดูภูมิฐาน แต่ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รถราคาไม่แพง แต่ไม่มีเงิน ไม่รวย ก็หมดสิทธิ์ใช้เหมือนกัน กินน้ำมัน ติดแก๊ส ก็กินแก๊สมาก ค่าซ่อมบำรุงสูง เหมาะเป็นรถคันที่สอง ซื้อไว้สะสม ความชอบส่วนตัว แต่รถพวกนี้ซื้อแล้วขายต่อยากนะ

Honda Accord รุ่นไฟท้ายก้อนเดียว

รุ่นนี้พัฒนาต่อมาจากรุ่น ตาเพชร รถใหญ่ นั่งสบาย เครื่องยนต์ใหญ่ กำลังเครื่องมาก แต่ก็ต้องแลกกับอัตรากินน้ำมันค่อนข้างมาก รถใหญ่เหล่านี้ ราคาเริ่มต้นหลักล้าน แต่เมื่อเป็นรถมือสอง บางคันมีราคาถูกกว่า Honda City เสียอีก เพราะรถใหญ่เหล่านี้ คนส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ ค่าใช้จ่ายสูงในการดูแล หรือใช้งาน ต้องรวยจริงๆ แม้จะเป็นรถเก่าก็ตาม ถ้ารัก ถ้าชอบ ก็ต้องเป็นคันที่สอง ไว้สะสม ไว้ดู ขับเล่นบ้าง แต่ได้มาแล้ว เรื่องขายต่อก็ไม่ง่ายเช่นกัน ส่วนค่าบำรุงรักษา ราคาอะไหล่ก็แพงตามปกติ ไม่ได้ลดลงตามราคารถแต่อย่างใด

รถเหล่านี้จะยังอยู่ในสภาพดี มีโอกาสหารถสวยได้ทั้งภายใน ภายนอก แต่ก็ไม่ควรใช้อยู่ดี หากไม่รวยจริงๆ ไม่มีปัญหาเรื่องเงินเพื่อเติมน้ำมัน และการซ่อมบำรุง

Honda Accord รุ่นไฟท้ายสองก้อน

รุ่นนี้ปรับปรุงจากรุ่นไฟท้ายก้อนเดียว เพิ่มไฟท้ายเข้ามาอีก เป็นด้านละ 2 ก้อน ก็เลยเรียกว่่า รุ่นไฟท้าย 2 ก้อน คุณสมบัติต่างๆ ก็แทบไม่ต่างกันมาก เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับเดินทางไกล นั่งกันหลายคน แต่ไม่ควรใช้บ่อย กินน้ำมัน ไม่รวยจริงก็ไม่ควรซื้อ

Honda Accord รุ่น งูเห่า

รุ่นนี้ราคาตกมาก อย่างไม่น่าเชื่อ สภาพก็ยังสวยทั้งภายใน ภายนอก แต่แม้ราคาจะไม่แพง บางคนขายประมาณ 50,000 กว่าบาท แต่ไม่รวย ก็หมดสิทธิ์ใช้ เพราะค่าใช้จ่ายในการดูแล ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงก็ยังแพงตามปกติ หรืออาจจะแพงขึ้น เพราะอะไหล่หายากขึ้น เหมาะเป็นรถสะสม ซื้อเอาไว้จอดเล่นที่บ้าน อาจขับบ้าง เดินทางไกล แต่ราคาขายต่อ ไม่ดีนะ คนก็ต้องการนะ แต่ไม่มีปัญญาใช้ รถพวกนี้ราคาหลักล้าน พอมาเป็นรถมือสองแล้ว ราคาตกมากจนซื้อไม่ลง ให้ฟรี ก็ยังคิดหนัก ยกเว้นแต่ได้มาแล้วก็ขายต่อเลย เอาเงินไปทำอย่างอื่น

จะเลือกรถแบบไหนดี

สำหรับผู้ที่ต้องการรถของ Honda ในงบประมาณ 50,000 บาท ซึ่งอาจจะมากกว่านี้เล็กน้อย เพราะต้องเผื่อค่าซ่อม รถเล็กๆ อย่าง Honda City โดยเฉพาะรุ่น Type Z จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในความคิดเห็นของผู้เขียน โดยมีตัวเลือกในการหารถดีได้ไม่ยาก เช่น สีที่คนไม่นิยม รถต่างจังหวัด รถเจ้าของใช้คนเดียว ถนอม เจ้าของมีฐานะ ดูแลดี อย่างคันนี้ สภาพสวยทีเดียว แต่สีแบบนี้ คนไม่นิยม สีเขียวก็เช่นกัน อาจจะถูกกดราคา ก็อย่าไปสนใจเรื่องการขายต่อ ใช้ให้พังไปเลย คุ้มแน่นอน

รถอายุขนาดนี้ แต่สภาพยังดี เพราะเน้นจอดในที่ร่ม สภาพภายใน ภายนอกจะไม่ช้ำ คันนี้เลขไมล์ยังไม่มาก รองรับการใช้งานได้อีกหลานแสนกิโลเมตร คุ้มมาก

เรื่องต้องรู้การซื้อรถเก๋งงบ 50,000 บาท

ก่อนจะตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองสักคัน ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใด รุ่นใดก็ตาม ในงบประมาณนี้ มีหลายเรื่องที่จำเป็นจะต้องรู้ เช่น

1. งบประมาณในการซื้อรถ 50,000 บาท จะเป็นค่าตัวรถ ซึ่งอาจจะมีราคาแพงกว่า หรือสูงกว่านี้ หรือไม่ก็ต้องต่อรองให้เหลือ 50,000 บาท หรือน้อยที่สุด เพราะจำเป็นจะต้องมีเงินเหลือไว้สำหรับการซ่อมอีกหลักหมื่นบาท

2. รถเก๋งมือสองราคาประมาณนี้ มีโอกาสหาซื้อรถสภาพดี ได้ค่อนข้างยาก มักจะมีรายการซ่อมหลักหมื่นรออยู่เป็นส่วนใหญ่ นอกเสียจากจะโชคดีได้รถจากคนรู้จักที่ดูแลรถอย่างดี ไม่ต้องซ่อม การจ่ายเงิน 50,000 บาท แล้วคาดหวังว่าจะได้รถดีไม่ต้องซ่อม ก็ต้องไปซื้อมอเตอร์ไซค์เท่านั้น งบนี้ได้รถใหม่ป้ายแดงแน่นอน

3. การซื้อรถราคาประมาณนี้ต้องคิดว่า นี่คือการลงทุน ซื้อมาเพื่อซ่อมบำรุงให้รถมีสภาพสมบูรณ์ ซื้อรถมา 50,000 บาท ซ่อมอีก 50,000 บาท ได้รถสภาพดี ขับไปได้ทั่วประเทศ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนแค่ 100,000 บาท ก็มีรถขับเหมือนกัน ไปไหนก็ได้ รถไม่ได้ใหม่ แต่มีความสมบูรณ์ พร้อมลุยทุกที่ – การซื้อรถใหม่ป้ายแดง เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง สำหรับคนมีเงิน มีกำลังสามารถจ่ายได้ ไม่มีปัญหาการเงิน ได้รถใหม่ ใช้งานอย่างสบายใจ – ส่วนคนไม่มีเงิน แต่มีความจำเป็นต้องใช้รถ การซื้อรถราคา 50,000 บาท จากนั้นก็ซ่อมบำรุงอย่างดี ในงบไม่เกิน 100,000 บาท รับรองได้ว่า จะได้รถที่มีสภาพดี ใช้งานได้ดี ใกล้เคียงรถใหม่ ในงบไม่เกิน 150,000 บาท จบแน่นอน ประหยัดเงินหลักแสนบาทเมื่อเทียบกับรถใหม่ป้ายแดง เหมาะสำหรับคนงบน้อย รายได้น้อย แต่มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์เหมือนกัน ก็ต้องใช้วิธีนี้

4. รถราคาประมาณนี้ มีให้เลือกหลายแบบ แต่ต้องซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก เครื่องยนต์เล็กๆ ยี่ห้อรุ่นยอดนิยมเท่านั้น ไม่เช่นนั้น จะสร้างปัญหาในเรื่องค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา การหาอะไหล่ และการขายต่อ

5. รถติดแก๊ส เครื่องยนต์จะโทรมมากกว่ารถไม่เคยติดแก๊ส และระบบแก๊สมักจะนำมาซึ่งปัญหาจุกจิกในการใช้งาน ทำให้ชีวิตเสียเวลา รถเหล่านี้้ต้องหลีกเลี่ยง หากเครื่องยนต์มีปัญหา ค่าซ่อมหลายหมื่นบาท

6. รถอุบัติเหตุ ต้องดูให้ดี และหลีกเลี่ยงรถอุบัติเหตุ โดยเฉพาะรถที่ถูกตัดครึ่งคัน หรือช่วงเล่างไม่ดีเพราะอาจจะลงข้างทาง

7. จำนวนผู้โดยสาร หรือสมาชิกในครอบครัว มีมากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้เลือกรถที่มีกำลังเครื่องยนต์พอเหมาะกับจำนวนผู้โดยสาร หากใช้รถขนาดเล็ก แต่ผู้โดยสารผู้ใหญ่เต็มคัน ก็จะสร้างปัญหาแน่นอน รถวิ่งไม่ค่อยออก กินน้ำมัน เป็นต้น

8. ตัวเองมีความจำเป็นต้องใช้รถมากน้อยเพียงใด และมีความพร้อมทางการเงินเพียงพอหรือยัง หากยังไม่พร้อม ยังไม่จำเป็นต้องใช้รถ อย่าซื้อด้วยเหตุว่า ต้องการมีรถเหมือนคนอื่น หรือมีรถเพื่อเป็นทรัพย์สิน คิดแบบนี้ ผิด ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นการนำเงินไปทิ้งเปล่าๆ และสร้างภาระในการดูแล

9. หลีกเลี่ยงรถใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่ เช่น Honda Accord, Toyota Crown, Toyota Camry, Nissan Cefiro บางคนอาจจะแนะนำว่า รถเหล่านี้ดูดี ภูมิฐานดี ดูมีหน้ามีตา อย่าไปเชื่อ เพราะจะทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ และแม้จะได้รถมาแล้ว หากไม่รวยจริง มีปัญหาล้าน % สวนใหญ่จะไม่สามารถใช้งานรถได้นานนัก รถใหญ่กินน้ำมัน รายจ่ายตามมาสูงกว่ารถขนาดเล็ก ใครที่แนะนำแบบนี้ ต้องระวังให้ดี อย่าไปเชื่อ ก็แนะนำกลับไปให้ลองซื้อมาใช้เองจะได้มีประสบการณ์จริง รู้จริง เจ็บจริง

10. ต้องศึกษารถรุ่นที่ต้องการ ก่อนเสมอ ข้อดีข้อเสีย เกี่ยวกับรถรุ่นนั้น เวลาไปเลือกรถ อย่าเลือกรถที่ยังไม่ได้ศึกษา หาข้อมูล เพราะบางคนอาจจะไปเจอรถดี สภาพดี แต่ไม่ใช่รถที่ตลาดนิยม หรือรถที่ไม่สามารถใช้ในชีวิตจริงได้ แต่เกิดอาการเขว ตัดสินใจซื้อ ก็สร้างปัญหาตามมา

วิธีคำนวณราคาค่าซ่อมรถเก๋งในงบ 50,000 ก่อนตัดสินใจซื้อ

เมื่อเจอรถถูกใจแล้ว อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ให้ตีราคาค่าซ่อมบำรุงที่จะตามมาคร่าวๆ ก่อน ในการดูรถจริง ให้เตรียมสมุด หรือกระดาษไปพร้อมกับจดรายการค่าซ่อมไปตามนี้ เช่น

1. เน้นรถยนต์ที่ไม่เคยติดแก๊สมาก่อน

หากเป็นรถที่ติดแก๊สอยู่แล้ว ต้องศึกษาข้อมูลก่อนว่ารถรุ่นนั้น ติดแก๊สแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง ที่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ หรือระบบไฟฟ้าของรถ หรือระบบอื่น ค่าใช้จ่ายในการดูแล มากน้อยเพียงใด แต่หากคิดจะซื้อมาเพื่อติดแก๊ส ก็จะมีรายจ่ายส่วนนี้รออยู่เกิน 10,000 บาท

ส่วนรถยนต์ที่ติดแก๊สมานานแล้ว เครื่องยนต์ย่อมสึกหรอ อาจจะมีรายจ่ายการซ่อมเครื่องรออยู่หลักหมื่นบาท โดยเฉพาะเครื่องยนต์ขนาดใหญ่เกิน 2000 cc ขึ้นไป ยิ่งพวกเครื่อง J ต้องหลีกเลี่ยง เพราะรถเหล่านี้ต้องเติมทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ส ไม่ประหยัดอย่างที่คิด

2. การทำสีทั้งคัน ซ่อมตัวถัง

ส่วนนี้มีรายจ่ายหลักหมื่นบาท โดยเฉพาะหากมีผุ เป็นสนิมต้องทำสีด้วยแล้ว รายจ่ายจะเพิ่มมากขึ้น ให้เลือกรถที่ไม่ต้องทำสี หรือสีอยู่ในสภาพที่ยังดูดี พอดูได้ ไม่น่าเกลียด รถที่จะต้องทำสีทั้งคัน รายจ่ายเกิน 15,000 บาท ขึ้นไป ถ้ามีผุ ด้วยแล้ว อาจจะเกิน 25,000 บาท ขึ้นไป บางรุ่นซ่อมแล้ว ไม่ยอมจบ ยังผุอยู่เรื่อยๆ เพราะเหล้กหมดสภาพแล้ว อย่าคิดว่าทำสีทั้งคันแล้วจะจบ

3. การซ่อมช่วงล่าง ยาง โช้ค ลูกหมาก บูชต่างๆ

ส่วนนี้มีรายจ่ายหลักหมื่นเช่นกัน ยางหมดสภาพแล้ว อายุหลายปีแล้ว ต้องเปลี่ยน โช้ค ลูกหมากต่างๆ แร็คพวงมาลัย ต้องตรวจสอบให้ดีจะช่วยลดรายจ่ายส่วนนี้ได้ รายจ่ายส่วนนี้ เกิน 15,000 บาท แต่ซ่อมแล้วจบ

4. เครื่องยนต์ ห้องเครื่องยนต์ อะไหล่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ส่วนนี้ต้องสอบถามเจ้าของรถว่า มีการซ่อมบำรุงเมื่อไร นานหรือยัง เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ กรองน้ำมันเครื่อง สายพานทามมิ่ง ซีลต่างๆ ในห้องเครื่องยนต์ ดูสภาพเครื่องยนต์ ต้องแห่งสนิท ไม่มีคราบน้ำมัน ก้มดูใต้ท้องรถ หากมีคราบน้ำมัน เกาะติด แสดงว่าเครื่องต้องมีปัญหา ฟังเสียงเครื่อง เดินเรียบหรือไม่ รายจ่ายส่วนนี้เกิน 10,000 บkm

5. ระบบระบายความร้อน

ส่วนนี้จะมีหม้อน้ำ (ล้างหม้อน้ำ) วาล์วน้ำ ปั๊มน้ำ น้ำยาหม้อน้ำ เปิดฝาหม้อน้ำแล้วดูสีของน้ำในหม้อน้ำ (เปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องเย็นนะ) หากสีของน้ำเป็นสีสนิม สีแดง ก็มีโอกาสจะต้องทำทั้งหมด ตั้งแต่การเปลี่ยนหม้อน้ำ (กรณีหม้อน้ำขึ้นสนิมข้างใน) ล้างหม้อน้ำ เปลี่ยนวาล์วน้ำ เปลี่ยนปั๊มน้ำ เติมน้ำยาหม้อน้ำ งบส่วนนี้ไม่เกิน 10,000 บาท จำเป็นต้องทำไปพร้อมกับการเปลี่ยนสายพานทามมิ่งรายการซ่อมในข้อที่ 4 จีงมีโอกาสต้องจ่ายสูงมาก เกิน 15,000 บาท ขึ้นไป

6. ระบบแอร์

ระบบทำความเย็น ระบบแอร์ น้ำยาแอร์ ต้องตรวจสอบให้ดีเช่นกัน ส่วนนี้มีรายจ่ายประมาณ 5000 บาท ขึ้นไป

7. ระบบไฟฟ้า

ส่วนนี้จะมีแบตเตอรี่ ให้ศึกษาราคาแบตเตอรี่ รถเล็กๆ อย่าง Honda City แบตเตอรี่ราคาประมาณ 2,000 บาท ระบบไฟฟ้า ไฟเลี้ยว ไฟแตร ไฟหน้า ไฟท้าย กระจกไฟฟ้า ไดชาร์จ ไดสตาร์ท ต้องตรวจสอบให้ดี ก่อนจะซื้อ ส่วนนี้มีรายจ่ายรออยู่หลักพัน ส่วนใหญ่จะเป็นแบตเตอรี่

8. ภาษี พรบ. ประกันภัย

ส่วนนี้จะเป็นเรื่องเอกสารเกี่ยวกับรถ การต่อภาษี พรบ ประกันภัย ทะเบียนไม่ขาด ถ้าขาด ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

9. การคำนวณอัตราบริโภคน้ำมัน

ค่าน้ำมันเป็นรายจ่ายระยะยาว และค่อนข้างมาก กว่ารายจ่ายอื่นทั้งหมด จึงต้องคำนวณค่าน้ำมันให้ได้ น่าจะประมาณเท่าไร ข้อมูลส่วนนี้สำคัญ หาข้อมูลได้จาก Google โดยพิมพ์ ชื่อ ยี่ห้อรถ รุ่น + กินน้ำมัน เช่น Honda City 1300 cc ปี 1996 กินน้ำมัน

อัตราบริโภคน้ำมันเรื่องสำคัญต้องรู้

อัตราบริโภคน้ำมันมี 2 แบบ สำหรับการใช้งานรถยนต์ในชีวิตจริง .

– อัตรากินน้ำมันค่อนข้างมาก กรณีขับรถในเมือง จอด ชะลอรถบ่อย ทางโค้ง ถนนซอยเยอะ ไฟแดงเยอะ จำนวนผู้โดยสาร การบรรทุก ขนของ รถเครื่องยนต์เล็กๆ อย่าง Honda City มือสอง อาจจะอยู่ประมาณ 8-10 กิโลเมตรต่อลิตร สมมุติว่าเติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ราคาลิตรละ 28 บาท ก็จะมีรายจ่ายค่าน้ำมันประมาณ 28 หาร 8 = 3.5 บาท ต่อกิโลเมตร และ 28 หาร 10 = 2.8 บาท

สรุปขับในเมือง กินน้ำมันประมาณ 2.8- 3.5 บาท ต่อกิโลเมตร ขับรถไปทำงานไปกลับ 50 กิโลเมตร รวมค่าน้ำมันต่อวัน 2.8 x 50 = 140 และ 3.5 x 50 = 175 สรุปค่าน้ำมันประมาณ 140 – 175 บาทต่อวัน ส่วนค่าน้ำมันต่อเดือนนั้น ก็คูณกับจำนวนวันที่จะต้องขับไปทำงาน นี่ยังไม่รวม การขับรถเที่ยวหรือทำธุระต่างๆ ในวันหยุด เรื่องนี้ต้องคำนวณอย่างละเอียด หาข้อมูลอย่างละเอียด

กรณีของรถเครื่องยนต์ใหญ่ 2000 cc ขับในเมืองอาจจะอยู่ที่ 6 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 28 หาร 6 = 4.7 บาท ต่อกิโลเมตร ใช้งานวันละ 50 กิโลเมตร ค่าน้ำมันต่อวันจะอยู่ที่ 4.7 บาท คูณ 50 กิโลเมตร = 235 บาท ต่อวัน ตายกันพอดี แพงมาก เงินน้อยน้อยกว่า 30,000 บาท คงจะไม่รอด

– อัตรากินน้ำมันน้อยลง กรณีขับทางไกล ใช้งานต่างจังหวัด รถไม่ติด จอดหรือชะลอรถไม่บ่อย ทางตรง ไม่ติดไฟแดง ขับคนเดียวเป็นหลัก อย่าง Honda City มือสอง อาจจะอยู่ประมาณ 13 กิโลเมตรต่อลิตรขึ้นไป อาจจะได้เกิน 15 กิโลเมตรต่อลิตร ขับไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สมมุติว่าเติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ราคาลิตรละ 28 บาท ก็จะมีรายจ่ายค่าน้ำมันประมาณ 28 หาร 13 = 2.1 บาท ต่อกิโลเมตร สรุปขับนอกเมือง กินน้ำมันประมาณ 2.1บาท ต่อกิโลเมตร หรือน้อยกว่านี้ ขับรถไปทำงานไปกลับ 50 กิโลเมตร รวมค่าน้ำมันต่อวัน 2.1 x 50 = 105 บาทต่อวัน

ส่วนค่าน้ำมันต่อเดือนนั้น ก็คูณกับจำนวนวันที่จะต้องขับไปทำงาน นี่ยังไม่รวม การขับรถเที่ยวหรือทำธุระต่างๆ ในวันหยุด เรื่องนี้ต้องคำนวณอย่างละเอียดเช่นกัน

** รายจ่ายค่าน้ำมัน ต้องคำนาณให้แม่น ไม่เช่นนั้น จะสร้างปัญหาเมื่อซื้อรถมาแล้ว ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นรายจ่ายที่แพงทีสุด เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายด้านอื่น เนื่องจากต้องจ่ายทุกวัน

10. เน้นซื้อรถเดิมๆ จากโรงงานเป็นหลัก

รถแต่งล้อ แต่งแม็ค แต่งสารพัด ห้ามซื้อ การดัดแปลง ก็จะมีชิ้นส่วนที่ต่างไปจากมาตรฐาน เวลามีปัญหาการซ่อมบำรุงจะยากกว่าอย่างล้อแม็ก ถ้าเกิดไปตกข้างทาง ล้อแม็กแตก ก็มักจะต้องเปลี่ยนทั้งหมด ถ้าหาซื้อแม็กลายเดิมไม่ได้ ในขณะที่การใช้กระทะล้อธรรมดา หรือล้อมาตรฐาน ก็ยังสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก

11. รถในเมืองกับรถต่างจังหวัด

รถในเมืองใช้งานมาก รถติด การจราจรคับคั่ง เครื่องยนต์ย่อมทำงานหนักกว่า รถต่างจังหวัด ซึ่งยอมดีกว่า แม้จะขับมากกว่า แต่เน้นขับยาวๆ รถไม่ติด เครื่องไม่ช้ำ

12. เจ้าของรถกับสภาพรถ

การพิจารณาเจ้าของรถเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เจ้าของรถมีฐานะดี การงานดี จะส่งผลโดยตรงต่อการดูแลรถ คนมีเงินย่อมรักชีวิตตัวเอง และรักของใช้ ต้องรักษาให้อยู่ในสภาพดี ส่วนรถวัยรุ่น ก็มักจะใช้งานแบบไม่สนใจ เช่น บรรทุกเพื่อนเต็มคันบ่อยๆ โช้คเสื่อมสภาพเร็วแน่นอน ช่วงล่างอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

13. อุปกรณ์ ชิ้นส่วนต่างๆ ครบ สมบูรณ์ที่สุด

ส่วนประกอบของรถ อุปกรณ์ ชิ้นส่วนสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะหาได้ เบาะไม่ขาด ชิ้นส่วนภายในไม่มีชำรุดหรือน้อยที่สุด เพราะหากชำรุด เสียหาย ไม่ครบ ก็จะเป็นเงินที่จะต้องจ่ายทั้งนั้น

14. รถเต็นท์แพงกว่ารถบ้าน และอีกหลายปัญหาตามมา

รถเต็นท์จะถูกอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณอย่างดีแล้ว หรือซ่อมแบบหมกเม็ดนั่นเอง อาจดูสวยงามภายนอก แต่ซ่อนปัญหาที่ยากจะดูออกเอาไว้ ผู้เขียนเคยซื้อรถที่เกิดอุบัติเหตุ ชนฝั่งคนขับ ต้องตัดคานหน้าขวา ทำให้ล้อไม่ตรง ไม่ได้ศูนย์ ขับเร็วไม่ได้อันตราย และไม่นานส่วนนั้นก็ผุ ซึ่งครั้งแรกจะไม่เห็น เพราะซ่อมหมกเม็ดไว้ แกนโช้คก็งอ รู้ก็ต่อเมื่อได้ถอดมาซ่อม เพราะรู้สึกว่าช่วงล่างมีปัญหา รถวิ่งเป๋ เหมือนคนขาพิการ

15. การซ่อมรถเก๋งงบ 50,000 บาท

การซ่อมรถเก๋งในงบประมาณนี้ จะต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีว่าชิ้นส่วนใด เสียหาย ต้องซ่อมต้องเปลี่ยน แล้วก็ซื้อะไหล่เอง อย่าขับรถเข้าอู่ แล้วให้ซ่างเปลี่ยนตามใจชอบ เพราะจะบวกราคาเพิ่ม การเปลี่ยนอะไหล่ 10 รายการ ก็จะบวกเพิ่มทุกรายการ

ค่าซ่อมรถมือสองที่แพงก็เพราะการบวกราคาเพิ่มนั่นเอง อย่าง วาล์วน้ำ ซื้อจากร้านอะไหล่ 550 แต่อู่ซ่อมรถคิดราคาเพิ่ม 1000 น้ำมันเกียร์กระป๋องละ 90 อู่คิดเพิ่มเป็น 180 ราคาอะไหล่ยิ่งแพง การบวกเพิ่มก็จะมากขึ้นเช่นกัน การซื้ออะไหล่ ให้เหมาเอาไปก่อน ชิ้นไหนไม่ใช้ ร้านอะไหล่ส่วนใหญ่ รับคืน เต็มจำนวน

แต่ทั้งนี้ก็ต้องคุยกันก่อน และร้านขายอะไหล่ ก็จะขายในราคาไม่เท่ากัน อย่างหลอดไฟเบรค บางร้าน 40 บาท ห่างกันไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรขาย 15 บาท อะไหล่รถมือสอง การซ่อมรถมือสองที่แพงส่วนใหญ่ ก็เพราะอู่หรือช่าง อู่เล็กๆ ค่าซ่อมถูกกว่าอู่ใหญ่มีลูกน้องมาก ผู้เขียนเคยซ่อมรถ Honda City โดยซื้ออะไหล่เองเป็นหลัก หมดค่าซ่อมไปประมาณ 30,000 บาท ซ่อมอย่างดี ให้มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งก็มีอะไหล่เพียง 3 – 4 รายการเท่านั้นที่ไม่ได้ซื้อเอง แต่แค่นั้น ก็โดนอู่ฟันเพิ่มไปรวมแล้วก็หลักพันบาทเลยทีเดียว ถ้าปล่อยให้อู่จัดการทั้งหมด ค่าซ่อมอาจใกล้เคียง 50,000 บาทก็เป็นได้