สรุปข้อมูลรถ Honda City Type S 1500 cc ปี 1997-1999 ราคาประมาณ 50,000 บาท

สรุปข้อมูลรถมือสอง Honda City Type S 1500 cc. ปี 1997-1999 รถเก๋งเล็กมือสอง ราคาประมาณ 50,000 บาท เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจรถมือสองรุ่นนี้ โดยจะพยายามสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับรถให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อรถมือสองนั้นมีความสำคัญ เพราะรถยนต์มีราคาสูง ค่าซ่อมแพง ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมาก็สูงมากเช่นกันดังนั้นจึงต้องศึกษาหาข้อมูลรถยนต์ที่ต้องการให้ดี ก่อนตัดสินใจซื้อ

สำหรับข้อมูลรถยนต์ Honda City Type S 1500 cc. ปี 1997-1999 ผู้เขียนจะสรุปเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้

สรุปข้อมูลรถยนต์มือสองรุ่นนี้

A. ยี่ห้อ รุ่น รถยนต์

รถรุ่นนี้จะมีคุณลักษณะต่างๆ เช่น
– Honda City Type S 1,500 cc. ปี 1997-1999 เป็นรุ่นที่ปรับแต่งต่อจาก Honda City 1,300 cc ปี 1996-1997 ซึ่งช่วงนั้นคู่

แช่งก็คือ Toyota Soluna ใช้เครื่องยนต์ใหญ่กว่า โดยใช้ขนาด 1,500 cc จึงมีการปรับแต่งให้เครื่องยนต์ใหญ่ขึ้น เป็น Honda City Type S 1,500 cc เพื่อสู้กับคู่แข่ง แต่รุ่นหลักของรถหรือ Generation จะเป็น Generation ที่ 3 เหมือนกัน หน้าตาภายนอก คล้ายกัน แต่มีการใส่ออพชั่นต่างๆ เสริมเข้าไปมากขึ้น อายุรถตอนนี้ 20-22 ปี (ปัจจุบัน กันยายน 2019)

– รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1,500 cc. 105 แรงม้า เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อเน้นใช้งานในเมืองเหมือนเดิม แต่ด้วยขนาดเครื่องยนต์ที่

ใหญ่ขึ้น ก็สามารถขับทางไกลได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ในเรื่องการบรรทุกผู้โดยสารก็เช่นกัน กำลังเครื่องเพียงพอสำหรับการเดินทางไกลการแซง ขับรถขึ้นเขา ลงเขา แม้รถจะมีอายุมากพอสมควรแล้วก็ตาม
– รุ่นนี้ อะไหล่ยังหาได้ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์วางรุ่นอื่นได้ เครื่องยนต์ทนพอสมควร ติดแก๊สได้ ใช้งานเกิน 500,000 กิโลเมตรได้สบายๆ

รุ่นย่อยของรุ่นนี้ เช่น

1. Honda City Type S 1,500 cc. รุ่น Lxi เกียร์ธรรมดา และ EXi เกียร์อัตโนมัติ ไม่มี ABS Airbag และล้อแม็ก ล้อยังเป็น 13 นิ้ว
2. Honda City Type S 1,500 cc. รุ่น Lxi-S เกียร์ธรรมดา และ EXi-S รุ่นท็อปสุด เกียร์อัตโนมัติ เพิ่ม ABS Airbag และล้อแม็ก 14 นิ้ว

B. ภาษี พรบ ประกันภัย

– รถยนต์มือสอง Honda City เครื่องยนต์ 1,500 cc รุ่นนี้ รถมีอายุเกิน 10 ปี ภาษีจึงเหลือครึ่งเดียว เสียภาษีต่อปีประมาณ 800 กว่าบาท
– พรบ ประมาณ 600 กว่าบาท ต่อปี
– รวมภาษี และ พรบ แล้วประมาณ 1,400 กว่าบาท ต่อปี
– การทำประกันชั้น 3 เพิ่มเติม เพื่อไว้รองรับ กรณีเกิดอุบัติเหตุ ชนคันอื่น และเป็นฝ่ายผิด จะได้มีเงินค่าซ่อมรถคันอื่น ส่วนรถตัวเอง ไม่ต้องซ่อม ซื้อใหม่คุ้มกว่า ไว้เป็นอะไหล่

C. เครื่องยนต์

– รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1,500 cc รหัสเครื่องยนต์ D15B9 ความจุ 1,500 cc (ความจุจริง ความจุจริง 1,493 cc )
– กำลังเครื่องยนต์ 105 แรงม้า

เนื่องจากรถมีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี แล้ว เครื่องยนต์อาจแย่เต็มที ก็จะสามารถวางเครื่องรุ่นอื่นได้ เช่น
1. เครื่องรุ่นเดิม D13B4 1,300 cc ก็สามารถวางได้ แต่เหมาะสำหรับใช้รถคนเดียว เป็นหลัก เน้นประหยัด
2. เครื่องยนต์ D15B9 1,500 cc เครื่องเดิม วางได้เลย ไม่ต้องแปลงอะไรมากนัก
3. เครื่องยนต์ B15C2 1,500 cc VTEC 115 แรงม้า วางได้เลยไม่ต้องเแปลงอะไรมาก
3. ชอบแรงก็มีเครื่องยนต์ให้เลือก D15B 130 แรงม้า ความเร็วทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอน

เครื่องยนต์ของ Honda มีให้เลือกเยอะมาก แต่จากที่สำรวจในท้องตลาด ก็ยังมีบางคันที่ใช้น้อยเลขไมล์ยังไม่ถึง 300,000 กิโลเมตร ซึ่งหากดูแลดี ใช้งานได้สบายๆ เกิน 500,000 กิโลเมตร ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ตรง กับการใช้รถรุ่นนี้ที่เลขไมล์เกิน 400,000 กิโลเมตร หากดูแลดี 500,000 กิโลเมตร ก็ไม่มีปัญหา ก็ยังขับเดินทางไกลได้

D. อัตราบริโภคน้ำมัน

อัตราบริโภคน้ำมันกับการใช้งานในเมือง รถติด

1. การใช้งานรถรุ่นนี้ในเมือง ติดไฟแดงบ้าง ต้องชะลอรถหรือหยุดรถบ่อยๆ ทำให้เปลืองน้ำมัน ด้วยอายุรถที่มากเกิน 20 ปี แล้ว เครื่องยนต์เริ่มสึกหรอ อัตราบริโภคน้ำมันในเมืองจะอยู่ประมาณ 9-11 กิโลเมตรต่อลิตร ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร จำนวนผู้โดยสารรถเล็กหากบรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน ก็จะกินน้ำมันมากขึ้น

การจราจรในพื้นที่ ถ้ารถติดหนักมาก อาจจะกินน้ำมันต่ำกว่า 9 กิโลเมตรต่อลิตร โดยคำนวณจาก น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ขายลิตรละ 27 บาท หาร 9 คิดเป็นเงิน 3 บาท ต่อกิโลเมตร หากใช้รถวันละ 30 กิโลเมตร จะต้องจ่ายค่าน้ำมันต่อวัน 3 x 30 = 90 บาท ต่อวัน หรือประมาณ 2,700 บาทต่อเดือน นี่ยังไม่รวม การเดินทางไปทำธุระที่อื่น

อัตราบริโภคน้ำมันกับการใช้งานต่างจังหวัด

การใช้งานนอกเมือง ขับยาวๆ ถนนโล่งๆ ขับทางไกล ไม่มีไฟแดง รถไม่ติด ในความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Honda city เครื่องยนต์ 1500 cc จะอยู่ประมาณ 13-15 กิโลเมตรต่อลิตรขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร

หากโดยสารเต็มคันจะกินน้ำมันมาก เพราะเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก โดยเฉพาะการชะลอรถหรือหยุดติดไฟแดงบ่อยๆ ผู้โดยสารเต็มคันจะกินน้ำมันมาก ยิ่งขึ้นทางชัน ขึ้นเขาจะยิ่งกินน้ำมันมาก แต่เดินทางคนเดียว ประหยัดแน่นอน

การใช้งานนอกเมือง เดินทางไกลรถไม่ติด ถ้ากินน้ำมัน 13-15 กิโลเมตรต่อลิตรขึ้นไป โดยคำนวณจาก น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ขายลิตรละ 27 บาท หาร 13 คิดเป็นเงินประมาณ 2 บาท ต่อกิโลเมตร หากใช้รถวันนละ 30 กิโลเมตร จะต้องจ่ายค่าน้ำมันต่อวัน 2 x 30 = 60 บาท ต่อวัน หรือประมาณ 1,800 บาทต่อเดือน แต่นี่ยังไม่รวม การเดินทางไปทำธุระที่อื่น

ตัวแปรที่จะทำให้รถกินน้ำมัน ให้พิจารณาจากจำนวนผู้โดยสาร มากหรือน้อย เส้นทางตรง หรือคดเคี้ยว ต้องชะลอรถบ่อย จะกินน้ำมันอาจจะต่ำกว่า 13 กิโลเมตร ต่อลิตร ต้องจ่ายค่าน้ำมันมากกว่า 1,800 บาทต่อเดือน ซึ่งการใช้งานจริงจะมากกว่านี้อยู่แล้ว เพราะเมื่อมีรถก็อยากจะขับรถเที่ยว บ้าง

E. สภาพรถที่ลงประกาศขายในขณะนี้

1. รถสภาพเดิมมาตรฐานจากโรงงาน ด้วยจำนวนรถที่เหลืออยู่ไม่มากนัก รถสภาพเดิมๆ อาจจะหาได้ไม่ง่ายนัก จากที่ค้นหาจากเว็บไซต์ที่ลงประกาศขาย สภาพเดิมหาได้น้อยมาก
2. รถปรับแต่ง เปลี่ยนเครื่องยนต์ แต่งล้อ ฯลฯ ต้องพิจารณาอะไหล่ที่ได้นำมาตกแต่ง หากผิดไปจากมาตรฐาน ยามมีปัญหา การหาซื้ออะไหล่จะทำให้เสียเวลา หรือไม่สามารถหาซื้อได้ หรือมีราคาแพง รถที่ลงประกาศขายส่วนใหญ่จะเป็นรถปรับแต่ง

F. ราคาซื้อขาย

ราคาซื้อขายในท้องตลาดขณะนี้ ที่ลงประกาศขายตามเว็บไซต์ต่างๆ จะอยู่ประมาณ 50,000 บาท ขึ้นไปหรือน้อยกว่านี้ แล้วแต่สภาพรถ แต่ด้วยความที่ตัวรุ่น Type Z เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า ดังนั้น เชื่อว่า คนซื้อจะเลือกตัว Type Z มากกว่า รถสภาพดีหาได้ง่ายกว่าราคาใกล้เคียงกัน
1. ตัวอย่างราคา สภาพไม่ดีนัก เป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา บางคันซื้อขายกันต่ำกว่า 50000 บาท แต่หากมีสภาพดี ราคาสูงกว่านี้

2. รถสภาพดี ราคาประมาณ 50000-70,000 บาท โดยเฉพาะรุ่นแพงสุด เกียร์อัตโนมัติ

รถยนต์มือสองรุ่นนี้ราคาไม่ตกอีกแล้ว แต่ความคาบเกี่ยวกันระหว่างรุ่นเดียวกัน ตัวที่ใหม่กว่า สภาพดี หาได้ง่ายกว่า ก็คือ HondaCity Type Z ดังนั้นก่อนตัดสินใจเล่นรุ่นนี้จึงควรพิจารณาหลายๆ ด้าน

G. อุปกรณ์เสริม ออพชัน

อุปกรณ์เสริมแบบครบๆ จะมีในรุ่นสูงสุด เช่น พวงมาลัยพาวเวอร์ กระจกไฟฟ้า 4 บาน ละลายฝ้าหลัง กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าเข็มขัดนิรภัย 3 จุด แอร์แบ็ค ABS

H. จุดเด่นรถยนต์มือสองรุ่นนี้

– เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน หาที่จอดง่าย
– ราคารถมือสองไม่แพง พอๆ กับรถมอเตอร์ไซค์
– ราคาขายต่อไม่ตก ซื้อขายง่าย
– อู่ทั่วไปสามารถซ่อมได้ อะไหล่หาง่าย อะไหล่ไม่แพง
– เป็นรถที่ตลาดนิยม
– กันชนแบบ 3 ชิ้น กรณีมีการชน ก็จะประหยัดค่าซ่อม แยกซ่อมเป็นชิ้นเพราะการชนด้านหน้าและท้าย เป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง

I. จุดด้อยรถ ข้อเสียของรถ

– อายุมากแล้ว อาจมีผุ ต้องตรวจสอบให้ดี ตำแหน่งที่ผุหรือขึ้นสนิม ต้องไม่ใช่จุดสำคัญ บางคันชอบผุในส่วนหลังคา
– เครื่องยนต์อายุมากแล้ว รถกินน้ำมันมากกว่าเดิม เช่น จากสภาพใหม่ป้ายแดง ในกระทู้เก่าๆ อาจจะบอกไว้ที่ 15 กิโลเมตร ต่อลิตรแต่ปัจจุบัน อาจจะเหลือ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร ดังนั้น จึงต้องคำนวณค่าน้ำมันให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจซื้อ รถรุ่นนี้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ได้ ตัวอย่างลิตรละ 27 หาร 13 หรือ 14 กิโลเมตร ต่อลิตร ก็จะได้จำนวนเงินที่ต้องจ่ายต่อระยะทาง ขับรถวันละกี่กิโลเมตร ก็คำนวณไปตามนั้น
– เครื่องยนต์อายุมากแล้ว กำลังเครื่องลดลง กรณีบรรทุกเต็มคัน ผู้ใหญ่ 4-5 คน ขับทางไกลทุกวัน การเร่งแซง ขับขึ้นเข้า ลงเขา อาจจะไม่ค่อยมีแรง และกินน้ำมัน
– กันชนแบบ 3 ชิ้น กรณีมีการชน และซ่อมไม่ดี กันชนหน้าจะไม่เสมอกับแก้มข้างทั้งสองด้าน
– รุ่นนี้มีความคาบเกี่ยวกันระหว่างรุ่นเดียวกัน ตัวที่ใหม่กว่า สภาพดี หาได้ง่ายกว่า ก็คือ Honda City Type Z ดังนั้น รุ่นนี้ จึงน่าจะขายต่อยากกว่า ยกเว้นแต่สภาพจะต้องดีจริงๆ

J. รุ่นนี้เหมาะกับใคร

– ผู้มีรายได้น้อย ซื้อรถในราคาประมาณ 50,000 บาท ซ่อมอย่างดีอีกประมาณ 30,000- 50,000 บาท ก็จะมีรถดี ไว้ใช้งานอีกหลายปี ขายต่อราคาก็ไม่ตกอีกแล้ว หากยังรักษาสภาพได้ดี
– คนมีครอบครัว 3-4 คน เดินทางใกล้ ไกล สบายมาก แต่ต้องซ่อมให้ดีเสียก่อน
– ผู้ที่ต้องการรถไว้ใช้งาน อาจจะใช้บ่อย หรือไม่บ่อยก็ตาม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน หรือเงินหายไปเพราะราคารถที่ลดลงและค่าซ่อมบำรุง
– รถคันแรกในบ้าน รถประหยัดน้ำมันในบ้าน เผื่อเดินทางไปทำธุระ จ่ายตลาด ดีกว่ารถมอเตอร์ไซค์ แต่ไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน เกิน 4 คน ไปไหน ไปกันเต็มคัน
– ผู้ที่ต้องการรถไว้ใช้งานในระยะทางใกล้ๆ ในเมือง หรือเผื่อเดินทางไกลก็ไปได้

K. ความนิยมรถรุ่นนี้

– รถรุ่นนี้ เป็นรถตลาด คนยังนิยมใช้ ยังมีอะไหล่ อู่ทั่วไปซ่อมได้ รุ่นนี้จะมีรุ่นย่อย ตัว Honda City Type Z ซึ่งราคาใกล้เคียงกัน แต่รถใหม่กว่า หารถสภาพดีได้ง่ายกว่า ก่อนตัดสินใจซื้อรุ่นนี้ จึงต้องคิดให้ดี หากไมได้รถสวยจริงๆ ก็ควรพิจารณาให้รอบด้าน

L. รถคันแรก คันที่สอง รถสะสม

– รถคันแรกของบ้าน รถแบบนี้ควรมีไว้ติดบ้าน เผื่อเดินทางไปทำธุระใกล้ๆ ซึ่งบางครั้ง อาจจะเดินทางคนเดียว หรือไม่กี่คน แม้รถจะเก่ามากแล้ว แต่หากซ่อมบำรุงให้ดี ก็ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา
– รถสะสมก็เข้าท่าเหมือนกัน เพราะเก็บไว้ ราคาไม่ตก ไม่มีคำว่าขาดทุน แต่ต้องมีที่จอดรถ เพื่อรักษาสภาพรถให้สวย ดูดี อยู่ตลอดเวลา เพื่อความง่ายในการขายต่อ

M. ค่าใช้จ่ายการดูแลรถรุ่นนี้

– ค่าใช้จ่ายในการดูแลไม่แพง เพราะเป็นรถขนาดเล็ก รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ Hyper 1500 cc เป็นเครื่องยนต์ที่ทนแก๊ส ถ้าติดแก๊สก็จะประหยัดมากขึ้น
– รถอายุมากขนาดนี้ ยังไม่หมดสภาพ ซ่อมถึง ใจถึง เงินถึง ซ่อมให้เป็น ก็ใช้งานได้อีกหลายปี เดินทางไกลได้ ซ่อมแล้วเก็บไว้ใช้ก็ไม่เจ็บตัวเช่นกัน เพราะขายง่าย ราคาก็ไม่ตก แต่ไม่แนะนำ หากจะลงทุนมากขนาดนี้ ควรพิจารณารุ่น Type Z จะดีกว่า
– รถรุ่นนี้ไม่ซับซ้อน ซ่อมง่าย ช่างที่ไหนก็ซ่อมได้ ส่วนอะไหล่สามารถสั่งได้ตามร้านอะไหล่ใหญ่ๆ ในตัวจังหวัด ของแต่ละจังหวัดหรือที่ สระบุรีอะไหล่ยนต์ จังหวัดสระบุรี มีแน่นอน ส่งทางรถตู้ หรือรถทัวร์ ไปรษณีย์ หรือ Kerry

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศจะเข้าศูนย์ก็ได้ ส่วนอะไหล่อื่นๆ ให้ศึกษาก่อน แล้วหาซื้ออะไหล่เองตามร้านอะไหล่ใหญ่ๆ ในตัวจังหวัด แล้วจ้างอู่ให้เปลี่ยนอะไหล่อีกที ซ่อมแบบนี้จะช่วยประหยัดเงินเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

N. ค่าซ่อมบำรุงเบื้องต้นหลังซื้อรถ

หากเป็นรถที่ไม่มีประวัติการซ่อมมาก่อน จะมีรายการต้องตรวจสอบหรือซ่อม เตรียมงบไว้ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป เพื่อซ่อมใหญ่และใช้กันยาวๆ อีกหลายปี ดังนี้
– การเปลี่ยนยางรถยนต์ รุ่นนี้เดิมๆ ใช้ยางขอบ 13 นิ้ว และ 14 นิ้ว ประหยัดเพราะยางราคาถูกมาก อาจจะมีบางคันเปลี่ยนล้อเป็นขนาด 15 นิ้วโดยนำแม็ครุ่นอื่นมาใช้ เช่น Honda Jazz ควรหลีกเลี่ยงรถที่ใช้ล้อใหญ่ๆ เกิน 15 นิ้ว จะสร้างปัญหาในภายหลัง ราคายางแพงกว่า ใหญ่สุดแค่ 15 นิ้ว ก็พอแล้ว
– เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ หม้อน้ำ ท่อน้ำ วาล์วน้ำ ปั๊มน้ำ แบตเตอรี่ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค-ครัชสายพานหน้าเครื่อง สายพานทามมิ่ง ซิลข้อเหวี่ยงหน้าเครื่อง ท้ายเครื่อง
– ต่อภาษี พรบ ประกันภัย
– แอร์ เติมน้ำยาแอร์
– ตัวถัง สีซีด มีผุหรือไม่ รายจ่ายส่วนนี้หลักหมื่นบาท ควรหลีกเลี่ยงห้ามซื้อ หรือรถทำสีก่อนขาย ทำสีไม่ดี ก็อย่าไปซื้อ สีซีดจาง แต่เป็นสีเดิมไม่เป็นไร เก่าแต่ทนทาน
– รถติดแกีส ไม่รู้สภาพของเครื่องยนต์ จะมีค่าซ่อมตามมา เพราะมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ก็จะมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง รถแบบนี้ต้องหลีกเลี่ยง รถไม่ติดแก๊สมีขายหลายคัน
– ระบบขับเคลื่อนและบังคับเลี้ยว พวงมาลัยพาวเวอร์ ลูกหมากต่างๆ เพลาขับ ระบบเกียร์ ถ่ายน้ำมันเกียร์ ชิ้นส่วนในระบบเกียร์แผนครัช หวีครัช สำหรับเกียร์ออโต้ ต้องศึกษาเรื่องน้ำมันเกียร์และเลือกให้ตรงตามที่คู่มือกำหนด
– ระบบไฟต่างๆ ล้างไดสตาร์ท เปลี่ยนถ่านไดสตาร์ท ตรวจสอบแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าการซื้อรถยนต์สักคัน ให้คิดว่าเป็นการลงทุน แต่รุ่นนี้ มีราคาไม่ต่างไปจาก Honda City Type Z รุ่นเดียวกัน แต่ปีใหม่กว่า สภาพดีกว่า จึงควรลงทุนกับรุ่นดังกล่าวจะคุ้มกว่า

O. ปัญหาใช้งานประจำวัน

ด้วยเครื่องยนต์ที่เก่ามากแล้ว หากคาดหวังเรื่องประหยัดน้ำมัน อาจจะไม่ได้อย่างที่คิด บางคันก็มีปัญหาหลังคาผุ แต่จากทึ่เคยใช้งานมาร่วม 5 แสนกิโลเมตร ก็ไม่พบปัญหาในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องผุ โดยเฉพาะตัวถังนั้น หากรถไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ก็ไม่มีปัญหา ส่วนเครื่องเครื่องยนต์นั้น ถ้าใจถึง ทำเครื่องใหม่ ก็ใช้งานได้เกิน 5 ปีขึ้นไป

P. ปัญหาประจำตัวรถ

รถรุ่นนี้ ไม่มีปัญหาอะไร หากซ่อมอย่างดีแล้ว ที่เหลือก็จะเป็นการซ่อมบำรุงตามระยะทาง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองอากาศกรองน้ำมันเครื่อง

Q. อะไหล่ แหล่งอะไหล่

อะไหล่ยังสามารถหาซื้อได้ ตามร้านเชียงกง หรือลองสั่งที่ศูนย์ Honda หรือติดต่อที่ สระบุรีอะไหล่ยนต์ ให้ศึกษาก่อนจะซ่อมส่วนใดแล้วติดต่อซื้ออะไหล่ให้เรียบร้อย จากนั้นก็หาอู่เพื่อรับงานเปลี่ยนอะไหล่ การซ่อมแบบนี้ ช่างจะบวกเพิ่มค่าอะไหล่ไม่ได้ ก็จะประหยัดค่าอะไหล่เท่าตัว Honda City รุ่นนี้ยังหาอะไหล่ได้ไม่ยาก ในเน็ตก็มี แต่เน้นซื้อจากร้านอะไหล่ร้านใหญ่ ประหยัดกว่าร้านเล็กๆ

R. อู่นอก ศูนย์ซ่อม เชียงกง

Honda city เป็นรถที่มีระบบการทำงาน เครื่องยนต์ ตลอดจนส่วนต่างๆ ที่ไม่ซับซ้อน ช่างทั่วไปสามารถซ่อมได้ ไม่จำเป็นจะต้องไปเข้าศูนย์ Honda หรืออู่ที่มีช่างที่เคยทำงานอยู่ศูนย์ Honda ได้ออกมาเปิดอู่เอง อู่เหล่านี้เป็นตัวเลือกที่แพง ค่าบริการแพงไม่ต่างจากศูนย์หรือแพงกว่า

S. การขายต่อ ราคาขายต่อ

รถ Honda City รุ่นนี้ ราคาทรงตัวแล้ว ไม่ลดลง ไม่ตกอีกแล้ว ราคาอยู่ประมาณ 50,000 บาท สภาพแย่ ก็ถูกกว่านั้น หากสภาพดีก็แพงกว่านั้น ได้รถมาแล้ว รักษาสภาพให้เหมือนเดิม เมื่อถึงเวลาต้องขาย ก็จะได้ราคาเท่าเดิม

T. ราคาที่ลดลงในแต่ละปี

รถรุ่นนี้ราคาไม่ลดลงอีกแล้ว ยกเว้นแต่จะไม่ดูแล จนรถอยู่ในสภาพที่แย่ลง หรือแต่งรถจนเละเทะ ราคาตกแน่ ตรงกันข้ามหากดุแลดี สภาพสวย เน้นเดิมๆ ก็อาจจะขายได้ราคามากกว่าตอนที่ซื้อรถมา ซื้อเก็บไว้ใช้ ไม่ต้องกลัวเงินหาย สบายใจ

U. เว็บบอร์ด Facebook

ปัจจุบันจะมีเฟสบุ๊คกรุ๊บ ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับรถ อาจจะลองค้นหาในพันทิบ pantip.com พิมพ์คำค้นหาเช่น honda city 1500 cc 1997

V. รถยนต์อื่นทางเลือก คู่แข่ง

Honda City รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1500 cc รถมือสองที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเท่ากันในท้องตลาดก็มีให้เลือกหลายยี่ห้อ หลายรุ่น เช่น
1. Honda Type Z รุ่นเดียวกัน แต่ปรับเปลี่ยนหน้าตา หน้าและท้ายรถไม่เหมือนกัน ซึ่งใช้เครื่องยนต์ 1500 cc ตัวเดียวกัน และยังมีอีกรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ VTEC แรงกว่า ผู้เขียนแนะนำให้พิจารณารุ่น Type Z เพราะมีโอกาสหารถได้ดีกว่า ใหม่กว่า การใช้งานน้อยกว่าและมีรถลงประกาศขายมากกว่า

2. Toyota Soluna ตัวแรก ปีประมาณ 1996- 1999 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ 1500 cc 95 แรงม้าเช่นกัน

3. รถรุ่นอื่นที่ใช้เครื่องยนต์ 1500 เหมือนกัน เช่น Toyota AE110 ปี 1996-1997 เครื่องยนต์ 1500 cc. เครื่องยนต์มีความทนทาน ทนแก๊ส อะไหล่หาง่าย

 

ทุกรุ่นดังที่กล่าวมา อัตรากินน้ำมัน ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมก็คือ ชนิดของน้ำมัน เพราะเครื่องยนต์ของ TOYOTA จะชอบเบนซิน 95 มากกว่า แต่ของ Honda รองรับ เบนซิน 91 หรือแก๊สโซฮอลล์ 91 ได้ดีกว่า

W. สรุปความเห็นส่วนตัว

รถ Honda City รุ่นนี้ มีความคาบเกี่ยวกับ Honda City Type Z ซึ่งเป็นรุ่นที่ปรับเปลี่ยนหน้าและท้าย แต่เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนโดยรวมเหมือนกัน เพียงแต่ได้รถที่ใหม่กว่า อายุใช้งานน้อยกว่า และในท้องตลาดก็มีตัวเลือกมากกว่า ราคาพอๆ กัน ดังนั้นจึงแนะนำให้พิจารณารุ่น Type Z ซึ่งจะเป็นปี 1999- 2002 รถเลขไมค์ไม่ถึง 300,000 ยังหาได้แน่นอน ได้มาแล้วซ่อมให้ดี ใช้ยาวๆ ถึง500,000 กิโลเมตรสบายๆ

การซื้อรถมือสองราคาประมาณนี้ ต้องมองให้เป็นการลงทุน เช่น ซื้อรถมา 50,000 บาท แล้วลุยซ่อมใหญ่ให้เต็มที่ สมมุติว่าหมดเงินค่าซ่อมไป 50,000 บาท แต่ได้รถดีไว้ใช้งานอีกนานเกิน 4-5 ปี ก็ถือว่าคุ้ม เพราะหากยังรักษาสภาพได้ดี ตอนนั้นราคาขายต่อจะเหลือประมาณนี้ 50,000 บาท ขาดทุนน้อยกว่า ซื้อรถราคาหลายแสนบาท  

เมื่อเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนสำคัญใช้ของแท้ ก็จะได้รถที่มีสภาพสมบูรณ์ ขับทางใกล้ ทางไกล สบายมาก เพียงแต่อย่าไปสนใจเรื่องภาพลักษณ์ อย่าไปสนใจใครว่า ขับรถเก่า ต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิต เน้นขับรถเก่าเพื่อหวังเก็บเงินหรือใช้เงินให้คุ้มค่า เป็นต้น