สรุปข้อมูลรถ Honda City Type Z 1500 cc ปี 1999-2002 ราคา 50,000-100,000 บาท

สรุปข้อมูลรถมือสอง Honda City ปี 1999-2002 รถเก๋งเล็กมือสอง ราคาประมาณ 50,000 – 100,000 บาท เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจรถมือสองรุ่นนี้ โดยจะพยายามสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับรถให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อรถมือสองนั้นมีความสำคัญ เพราะรถยนต์มีราคาสูง ค่าซ่อมแพง ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมาก็สูงมากเช่นกันดังนั้นจึงต้องศึกษาหาข้อมูลรถยนต์ที่ต้องการให้ดี ก่อนตัดสินใจซื้อ

สำหรับข้อมูลรถยนต์ Honda รุ่น Honda City Type Z 1500 cc ปี 1999-2002 ผู้เขียนจะสรุปเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้

สรุปข้อมูลรถยนต์มือสองรุ่นนี้

A. ยี่ห้อ รุ่น รถยนต์

รถรุ่นนี้จะมีคุณลักษณะต่างๆ เช่น
– Honda City Type Z ปี 1999-2002 รุ่นหลักของรถรุ่นนี้หรือ Generation จะเป็น Generation ที่ 3 ในรุ่นนี้จะมีรุ่นย่อยตัวแรกเครื่องยนต์ 1300 cc ปี 1996 รุ่นย่อยตัวที่สอง Type S เครื่องยนต์ 1500 cc ปี 1997-1999 และรุ่น Type Z เริ่มขายปี 1999-2002 อายุรถตอนนี้ประมาณ 17-20 ปี (ปัจจุบัน กันยายน 2019)
– รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1500 cc. เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อเน้นใช้งานในเมือง แต่กำลังเครื่องยนต์ก็มากพอสำหรับการเดินทางไกลขับข้ามจังหวัด หลายร้อยกิโลเมตร รถเล็ก เน้นประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย คล่องตัว หาที่จอดง่าย ในยุคนั้นเป็นรถที่ได้รับความนิยมพอสมควร เพราะรูปทรงในขณะนั้นถือว่าสวย ดูดี
– รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนโสดมาก หรือมีครอบครัวเล็กๆ ลูกยังเล็ก หรือผู้ใหญ่เต็มคัน 4-5 คนก็ยังไหว โดยเฉพาะในรุ่น VTEC ซึ่งมีกำลังเครื่องยนต์แรงขึ้นมากถึง 115 แรงม้า
– Honda City Type Z รุ่นนี้เป็นรถยอดนิยม ยี่ห้อยอดนิยม อะไหล่ยังหาได้ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์วางรุ่นอื่นได้ แต่ที่ลงประกาศขายยังมีหลายคันที่เลขไมล์ยังไม่ถึง 300,000 กิโลเมตร หากดูแลดี ใช้งานเกิน 500,000 กิโลเมตรได้สบายๆ

รุ่นย่อยของรุ่นนี้
รุ่นย่อยมีหลายรุ่น แต่ผู้เขียนจะแยกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะเครื่องยนต์
1. Honda City Type Z เครื่องยนต์ Hyper เครื่องยนต์ 1500 cc 105 แรงม้า ปัจจุบันความเร็วปลายก็น่าจะเหลือ 150 กว่าๆ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา และ เกียร์ อัตโนมัติ
2. Honda City Type Z เครื่องยนต์ VTEC เครื่องยนต์ 1500 cc 115 แรงม้า ปัจจุบันความเร็วปลายก็น่าจะเหลือ 170 กว่าๆ ส่วนสภาพป้ายแดง ความเร็วสูงสุดประมาณ 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา และ เกียร์ อัตโนมัติ

B. ภาษี พรบ ประกันภัย

– รถยนต์มือสอง Honda City เครื่องยนต์ 1500 cc รุ่นนี้ รถมีอายุเกิน 10 ปี ภาษีเหลือครึ่งเดียว ภาษีต่อปีประมาณ 800 กว่าบาท
– พรบ ประมาณ 600 บาท ต่อปี
– รวมภาษี และ พรบ แล้วประมาณ 1400 กว่าบาท ต่อปี

C. เครื่องยนต์

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 2 แบบด้วยกัน
– รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1500 cc ความจุจริง 1493 cc รหัสเครื่องยนต์ B15B 1500 cc 105 แรงม้า
– รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 1500 cc ความจุจริง 1493 cc รหัสเครื่องยนต์ B15C 1500 cc VTEC LEV 115 แรงม้า

เนื่องจากรถมีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี แล้ว ในบางคัน เครื่องยนต์อาจแย่เต็มที ก็จะสามารถวางเครื่องรุ่นอื่นได้ เช่น
1. เครื่องรุ่นเดิม D13B 1300 cc ถ้าเน้นใช้งานคนเดียว ประหยัดแน่นอน
2. เครื่องยนต์ D15B9 1,500 cc เครื่องเดิม วางได้เลย ไม่ต้องแปลงอะไรมากนัก
3. เครื่องยนต์ B15C2 1,500 cc VTEC 115 แรงม้า วางได้เลยไม่ต้องเแปลงอะไรมาก
4. ชอบแรงก็มีเครื่องยนต์ให้เลือก D15B 130 แรงม้า ความเร็วทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอน

เครื่องยนต์ของ Honda มีให้เลือกเยอะมาก แต่จากที่สำรวจในท้องตลาด ยังมีบางคันที่ใช้น้อยเลขไมล์ยังไม่ถึง 300,000 ซึ่งหากดูแลดีใช้งานได้สบายๆ เกิน 500,000 กิโลเมตร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ Hyper 1500 cc ค่อนข้างทน ติดแก๊สก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน

D. อัตราบริโภคน้ำมัน

อัตราบริโภคน้ำมันกับการใช้งานในเมือง รถติด

การใช้งานรถรุ่นนี้ในเมือง ติดไฟแดงบ้าง ต้องชะลอรถหรือหยุดรถบ่อยๆ ทำให้เปลืองน้ำมัน ซึ่งรุ่นนี้จะกินน้ำมันในเมืองอยู่ประมาณ 9-12 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร จำนวนผู้โดยสาร หากบรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน หยุดบ่อยติดไฟแดง ชะลอบ่อย ค่อยๆ ขยับ ก็จะกินน้ำมันมากขึ้น กรณีเจอรถติดขยับได้ทีละนิด อาจจะเหลือ 8 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ต้องดูว่า เส้นทางนั้น รถติดหนักมากแค่ไหน เพื่อจะได้เลือกรถให้เหมาะสม

อัตราบริโภคน้ำมันกับการใช้งานต่างจังหวัด

การใช้งานนอกเมือง ขับยาวๆ ถนนโล่งๆ ไม่มีไฟแดง รถไม่ติด ในความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Honda city เครื่องยนต์1500 cc จะทำได้ประมาณ 13 กิโลเมตรต่อลิตรขึ้นไป โดยตัวแปรที่ส่งผลต่ออัตราบริโภคน้ำมัน ก็คือ ความเร็วที่ใช้ ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลง จำนวนผู้โดยสารในรถ หากโดยสารผู้ใหญ่ 4-5 จะกินน้ำมันมากขึ้นโดยเฉพาะการชลอหรือหยุดติดไฟแดงบ่อยๆ ขับขึ้นทางชัน ขึ้นเขา กินน้ำมันมากเช่นกัน หากใช้รถในลักษณะนี้บ่อยๆ ก็พิจาณาเลือกรุ่นอื่นที่ประหยัดกว่านี้

กรณีของ Honda City Type Z 1500 cc VTEC ผู้เขียนเคยใช้รุ่นนี้ตั้งแต่รถป้ายแดง เมื่อรถยังใหม่ ขับไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง น้ำมัน 1 ถัง ทำได้เกิน 700 กิโลเมตร สำหรับเบนซิน 91 ดังนั้นหากกล้าลงทุนฟิตเครื่อง ก็น่าจะทำให้รถกลับมาประหยัดน้ำมันได้อย่างมาก

หลังจากใช้งานไปเกิน 100,000 กิโลเมตร เติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ระยะทางที่ได้เริ่มลดน้อยลง เหลือ 600 กว่ากิโลเมตรเท่านั้นเอง ดังภาพ ชนิดของน้ำมันมีผลต่อระยะทางที่ได้

เปรียบเทียบชนิดของน้ำมันมีผลต่ออัตรา บริโภคน้ำมัน
กรณีของผู้ใช้รายนี้จาก Pantip.com
ตัวอย่าง รถ Honda City ZX 1500 cc ปี 2005-2007
ความเร็วที่ใช้ ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


1. เติม เบนซิน 91 ขับได้ระยะทาง 18-20 กิโลเมตรต่อลิตร สมมุติน้ำมันลิตรละ 34.66 บาทต่อลิตร ตกลิตรละ 34.66 หาร 18 = 1.9 บาท ต่อกิโลเมตร หรือ 34.66 หาร 20 = 1.73 บาทต่อกิโลเมตร


2. เติม แก๊สโซฮอลล์ 91 ขับได้ระยะทาง 14-15 กิโลเมตรต่อลิตร สมมุติน้ำมันลิตรละ 26.98 บาทต่อลิตร ตกลิตรละ 26.98 หาร 14 = 1.9 บาท ต่อกิโลเมตร หรือ 26.98 หาร 15 = 1.79 บาทต่อกิโลเมตร

หมายเหตุ
ระยะทางได้น้อยกว่า แต่เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรแล้วใกล้เคียงกัน

E. สภาพรถที่ลงประกาศขายในขณะนี้

1. สำหรับ Honda City Type Z รถสภาพเดิมมาตรฐานจากโรงงาน เมื่อค้นดูจากที่ลงประกาศขาย ยังสามารถหาซื้อรถสภาพเดิมๆ ได้ไม่ยาก มีลงประกาศขายหลายคัน และแต่ละคัน สามารถนำมาบูรณะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีใช้งานได้อีกนาน

2. รถปรับแต่ง แต่งล้อ โหลดเตี้ย กันชนหน้าหลัง ฯลฯ ต้องพิจารณาอะไหล่ที่ได้นำมาตกแต่ง หากผิดไปจากมาตรฐาน ยามมีปัญหา การหาซื้ออะไหล่จะทำให้เสียเวลา หรือไม่สามารถหาซื้อได้ หรือมีราคาแพง เช่น รถใช้ล้อขนาด 15 นิ้ว ราคายางจะแพงกว่าล้อขนาด 13 นิ้ว โดยรวมแล้ว รถประเภทนี้ควรหลีกเลี่ยง ให้เน้นรถสภาพเดิมๆเท่านั้น

F. ราคาซื้อขายในปัจจุบัน

ราคาซื้อขายในท้องตลาดขณะนี้ ที่ลงประกาศขายตามเว็บไซต์ต่างๆ จะอยู่ประมาณ 50,000 บาท ขึ้นไปถึงแสนต้นๆ แล้วแต่ สภาพรถ เป็นรถที่ขายต่อง่าย ราคาซื้อขายรถยังไม่ทรงตัว บางคันที่สภาพสวยยังเกินหนึ่งแสนบาท หากเน้นสภาพรถที่ค่อนข้างดี ตอนนี้จะอยู่ประมาณ 70,000-80,000 บาท

รถยนต์มือสองรุ่นนี้ราคายังจะลดลงอีก ยังไม่ทรงตัวเสียทีเดียว รถสภาพสวย สภาพดี ราคายังสูงประมาณ 80,000 บาทขึ้นไป แต่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ราคาก็น่าจะทรงตัว อยู่ที่ 50,000 บาท ขึ้นไป ถึงประมาณ 80,000 บาท ซื้อมาแล้ว รักษาสภาพให้ เหมือนเดิม ขายต่อราคาไม่ขาดทุน แน่นอน

G. อุปกรณ์เสริม ออพชัน

ในรุ่นต่ำสุด ก็คือ Li จะไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย เช่น พวงมาลัยพาวเวอร์, กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อค กันขโมยจากโรงงาน แอร์แบ็ค ABS ในรุ่นสูง

H. จุดเด่นรถยนต์มือสองรุ่นนี้

– เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก คล่องตัว ประหยัดน้ำมันพอสมควร หาที่จอดง่าย
– ราคารถมือสองไม่แพง และยังหารภสภาพดีได้
– ราคาขายต่อไม่ตกมาย ซื้อขายง่าย
– อู่ทั่วไปสามารถซ่อมได้ อะไหล่หาง่าย อะไหล่ไม่แพง
– เป็นรถที่ตลาดนิยม
– รุ่นใช้เครื่องยนต์ VTEC แรงก็ได้ จะขับแบบประหยัดก็ได้
– รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างอิสระ ทั้ง 4 ล้อ เกาะถนนดี หากเน้นขับความเร็วสูง ควรติดเสกิร์ตให้รอบคัน จะช่วยเรื่องการทรงตัวได้อย่างมาก

I. จุดด้อยรถ

– รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ VTEC ขับสนุก แต่เครื่องยนต์และช่วงล่างจะเสื่อมสภาพ หรือทรุดโทรมมากกว่าเครื่องยนต์ธรรมดา จะเลือกรุ่นนี้ต้องศึกษาให้ดี ดูรถให้ดี เพราะรถแรงก็เอาไม่อยู่ หลายคันเคยเกิดอุบัติเหตุหนัก ทำให้ล้อหน้าบิดเบี้ยว ซึ่งจะไม่สามารถดัดให้เข้าที่ได้ ต้องดูให้ดี
– ความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป จะมีเสียงลมเข้าประตู ตำแหน่งดังภาพ หายางมาอัดให้หนาขึ้น ลมจะเข้าตำแหน่งนี้ ที่ประตูทั้งสองด้าน

J. รุ่นนี้เหมาะกับใคร

– ผู้มีรายได้น้อย ซื้อรถในราคาประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป ซ่อมอย่างดีอีกประมาณ 30,000- 50,000 บาท ก็จะมีรถดีๆ ไว้ใช้งานอีกหลายปี ขายต่อราคาก็ไม่ตกอีกแล้ว หากยังรักษาสภาพได้ดี
– คนโสด หรือครอบครัวขนาดเล็ก 4-5 คน รองรับได้สบายๆ สำหรับการเดินทางใกล้หรือไกล
– ผู้ที่ต้องการรถไว้ใช้งาน อาจจะใช้บ่อย หรือไม่บ่อยก็ตาม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันมากนัก หรือเงินหายไปเพราะราคารถที่ลดลงและค่าซ่อมบำรุง รุ่นนี้หากดูแลดี ราคาซื้อขายเกิน 70,000 บาท ราคาจะทรงตัวไปอีกนาน
– รถคันแรกในบ้าน รถประหยัดน้ำมันในบ้าน เผื่อเดินทางไปทำธุระ จ่ายตลาด
– ผู้ที่ต้องการรถไว้ใช้งานในระยะทางใกล้ๆ ในเมือง หรือเดินทางข้ามจังหวัด
– ผู้ที่ต้องการรถมือสองไว้ใช้งานโดยไม่ต้องคิดกังวลอะไรมากนัก แต่ต้องซ่อมให้อยู่ในสภาพดีเสียก่อน ลงทุนไม่เกิน 100,000 บาทจากนั้นจะใช้งานได้อีกนาน

K. ความนิยมรถรุ่นนี้

– รถรุ่นนี้ได้รับความนิยม เป็นรถตลาด คนนิยมใช้ มีอะไหล่ อู่ทั่วไปก็นิยม ซ่อมง่าย ด้วยความที่เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก แม้จะมีอายุมาก แต่ซื้อง่ายขายคล่องแน่นอน เพราะคนรายได้น้อยในประเทศไทยมีมากกว่าคนรวย จึงเป็นอีกทางเลือกของคนรายได้น้อยแต่รถต้องอยู่ในสภาพดี และเดิมๆ อย่าไปแต่งจนเละเทะ เวลาขายต่อ ราคาจะตกเละเทะ เช่นกัน

L. รถคันแรก คันที่สอง รถสะสม

– รถคันแรกของบ้าน รถเล็กๆ แบบนี้ควรมีไว้ติดบ้าน เผื่อเดินทางไปทำธุระใกล้ๆ ซึ่งบางครั้ง อาจจะเดินทางคนเดียว หรือไม่กี่คนแม้รถจะเก่าแล้ว แต่หากซ่อมบำรุงให้ดี ก็ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา
– รถคันนี้จะเป็นรถคันที่สองก็ดี ประหยัดน้ำมันพอสมควร
– รถสะสมก็เข้าท่าเหมือนกัน เพราะเก็บไว้ ราคาไม่ตก ไม่ขาดทุน แต่ต้องมีที่จอดรถ เพื่อรักษาสภาพรถให้สวย ดูดี อยู่ตลอดเวลาเพื่อความเร็วและง่ายในการขายต่อ และราคาไม่ตก

M. ค่าใช้จ่ายการดูแลรถรุ่นนี้

– ค่าใช้จ่ายในการดูแลไม่แพง เพราะเป็นรถขนาดเล็ก ทั้งประหยัดน้ำมัน ถ้าติดแก๊สก็จะประหยัดมากขึ้น รุ่นนี้โดยเฉพาะเครื่องยนต์ Hyper ค่อนข้างทนแก๊ส
– รถรุ่นนี้ไม่ซับซ้อน ซ่อมง่าย ช่างที่ไหนก็ซ่อมได้ ส่วนอะไหล่สามารถสั่งได้ตามร้านอะไหล่ใหญ่ๆ ในตัวจังหวัด ของแต่ละจังหวัด

หรือที่ สระบุรีอะไหล่ยนต์ จังหวัดสระบุรี มีแน่นอน ส่งทางรถตู้ หรือรถทัวร์ หรือไปรษณีย์ Kerry ได้หมด
– การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศจะเข้าศูนย์ก็ได้ ส่วนอะไหล่อื่นๆ ให้ศึกษาก่อน แล้วหาซื้ออะไหล่เอง ตามร้านอะไหล่ใหญ่ๆ ในตัวจังหวัด แล้วจ้างอู่ให้เปลี่ยนอะไหล่อีกที ซ่อมแบบนี้จะช่วยประหยัดเงินเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

N. ค่าซ่อมบำรุงเบื้องต้นหลังซื้อรถ

หากเป็นรถที่ไม่มีประวัติการซ่อมมาก่อน จะมีรายการต้องตรวจสอบหรือซ่อม เตรียมงบไว้ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป เพื่อซ่อมใหญ่และใช้กันยาวๆ อีกหลายปี ดังนี้
– การเปลี่ยนยางรถยนต์ รุ่นนี้เดิมๆ ใช้ยางขอบ 13 และ 14 นิ้ว ประหยัดเพราะยางราคาถูกไม่แพง อาจจะมีบางคันเปลี่ยนล้อเป็นขนาด 15 นิ้ว โดยนำแม็ครุ่นอื่นมาใช้ เช่น Honda Jazz หลีกเลียงรถที่ใช้ล้อใหญ่ๆ จะสร้างปัญหาในภายหลัง ใหญ่สุดแค่ 15 นิ้ว ก็พอแล้ว
– เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ หม้อน้ำ ท่อน้ำ วาล์วน้ำ ปั๊มน้ำ แบตเตอรี่ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค-ครัชสายพานหน้าเครื่อง สายพานทามมิ่ง ซิลข้อเหวี่ยงหน้าเครื่อง ท้ายเครื่อง
– ต่อภาษี พรบ ประกันภัย
– แอร์ เติมน้ำยาแอร์
– ตัวถัง สีซีด มีผุหรือไม่ รายจ่ายส่วนนี้หลักหมื่นบาท ควรหลีกเลี่ยงห้ามซื้อ หรือรถทำสีก่อนขาย ทำสีไม่ดี ก็อย่าไปซื้อ สีซีดจาง แต่เป็นสีเดิมไม่เป็นไร เก่าแต่ทนทาน
– รถติดแกีส ไม่รู้สภาพของเครื่องยนต์ จะมีค่าซ่อมตามมา เพราะมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ก็จะมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง รถแบบนี้ต้องหลีกเลี่ยง รถไม่ติดแก๊สยังมีขายหลายคันให้เลือก แต่ส่วนใหญ่ที่ลงขาย ไม่ค่อยติดแก๊ส เพราะเดิมๆ ก็ประหยัดในเกณฑ์ที่รับได้
– ระบบขับเคลื่อนและบังคับเลี้ยว พวงมาลัยพาวเวอร์ ลูกหมากต่างๆ เพลาขับ ระบบเกียร์ ถ่ายน้ำมันเกียร์ ชิ้นส่วนในระบบเกียร์แผนครัช หวีครัช
– ระบบไฟต่างๆ ล้างไดสตาร์ท เปลี่ยนถ่าน ตรวจสอบแบตเตอรี่

ระบบเกียร์ธรรมดา

รุ่นใช้เกียร์ธรรมดาค่อนข้างทนทาน ผู้เขียนเคยใช้ประมาณ 160,000 กิโลเมตร ก่อนขาย ก็ยังไม่เคยทำอะไรกับเกียร์เลย ตั้งแต่ออกป้ายแดง หรือรถเพื่อนผู้เขียนก็เช่นกัน เลขไมล์เกิน 400,000 กิโลเมตร เกียร์ทนทาน ไม่มีปัญหาอะไร

ระบบเกียร์อัตโนมัติ

รุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสะบาย เพียงแต่ต้องตรวจสอบให้ดีว่า เกียร์ไม่มีปัญหา เมื่อได้รถมาแล้ว ควรจัดการถ่ายน้ำมันเกียร์ และใช้ตามที่คู่มือกำหนดไว้เท่านั้น เกียร์รุ่นเก่าไม่มีปัญหามากเหมือนเกียร์ CVT ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

O. ปัญหาใช้งานประจำวัน

เมื่อได้รถมาแล้ว แนะนำให้ทำการซ่อมใหญ่ เพื่อให้รถอยู่ในสภาพดี ลดปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา รุ่นนี้ปัญหาน้อย ถึง ทนแต่หากขับไปซ่อมไป ก็ต้องศึกษาพอสมควร เพื่อจะได้แยกแยกออกว่าอาการนั้น เกิดจากสาเหตุใด และจะต้องซ่อมอย่างไร

P. ปัญหาประจำตัวรถ

รถรุ่นนี้ ไม่มีปัญหาอะไร หากซ่อมอย่างดีแล้ว อะไหล่ยังหาซื้อได้ แต่อาจจะมีปัญหาลมเข้ารถในความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรขึ้นไปก็จัดการเปลี่ยนยางขอบกระจกให้หมด โดยเฉพาะประตูคู่หน้า ตำแหน่งเหนือกระจกมองข้าง เป็นจุดที่ลมเข้าไปในตัวรถ ผู้เขียนจะใช้กระดาษหรือยังยัดเข้าไปให้แน่น ก็พอจะช่วยได้บ้าง

Q. อะไหล่ แหล่งอะไหล่

อะไหล่ยังสามารถหาซื้อได้ ตามร้านเชียงกง หรือลองสั่งที่ศูนย์ Honda หรือติดต่อที่ สระบุรีอะไหล่ยนต์ ก่อนซ่อมให้ศึกษาก่อนจะซ่อมส่วนใด แล้วติดต่อซื้ออะไหล่ให้เรียบร้อย

จากนั้นก็หาอู่เพื่อรับงานเปลี่ยนอะไหล่ การซ่อมแบบนี้ ช่างจะบวกเพิ่มค่าอะไหล่ไม่ได้ก็จะประหยัดค่าอะไหล่เท่าตัว Honda City รุ่นนี้ยังหาอะไหล่ได้ไม่ยาก ร้านอะไหล่ส่วนใหญ่รับคืนอะไหล่ ดังนั้น ก็เหมาไปก่อน ชิ้นใดไม่ใช้ ก็เอามาคืน รับเงินเต็มจำนวน

R. อู่นอก ศูนย์ซ่อม เชียงกง

Honda city เป็นรถที่มีระบบการทำงาน เครื่องยนต์ ตลอดจนส่วนต่างๆ ที่ไม่ซับซ้อน ช่างทั่วไปสามารถซ่อมได้ ไม่จำเป็นจะต้องไปเข้าศูนย์ Honda หรืออู่ที่มีช่างที่เคยทำงานอยู่ศูนย์ Honda ได้ออกมาเปิดอู่เอง อู่เหล่านี้เป็นตัวเลือกที่แพง ค่าบริการแพงไม่ต่างจากศูนย์หรือแพงกว่า

S. การขายต่อ ราคาขายต่อ

รถ Honda City รุ่นนี้ ราคาทรงตัวแล้ว ไม่ลดลง ไม่ตกอีกแล้ว ราคาประมาณ 50,000 บาทขึ้นไปถึงหนึ่งแสนบาทต้นๆ หากสภาพดีก็แพงกว่านั้น เมื่อได้รถมาแล้ว พยายามรักษาสภาพให้เหมือนเดิม เมื่อถึงเวลาต้องขาย ก็จะได้ราคาเท่าเดิมหรือแพงขึ้นสำหรับรถสภาพสวย เล่นตัวได้

T. ราคาที่ลดลงในแต่ละปี

รถรุ่นนี้ราคายังไม่ทรงตัว รถสภาพสวย ราคาอาจจะเกินหนึ่งแสนบาท แต่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าก็จะลงมาเหลือประมาณ 50,000 ขึ้นไป ยกเว้นแต่จะไม่ดูแล จนรถอยู่ในสภาพที่แย่ลง หรือแต่งรถจนเละเทะ ราคาตกแน่ ตรงกันข้ามหากดูแลดี สภาพสวย เน้นเดิมๆ ก็อาจจะขายได้ราคามากกว่าตอนที่ซื้อรถมา ซื้อเก็บไว้ใช้ ไม่ต้องกลัวเงินหาย

U. เว็บบอร์ด Facebook

ปัจจุบันจะมีเฟสบุ๊คกรุ๊บ ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับรถ อาจจะลองค้นหาในพันทิบ

V. รถยนต์อื่นทางเลือก คู่แข่ง

รถรุ่นอื่นที่เป็นคู่แข่งโดยตรงในขณะนั้นก็คือ Toyota Soluna รุ่นหยดน้ำ ซึ่งใช้เครื่องยนต์ 1500 cc 95 แรงม้า น้อยกว่า Honda City ออพชั่นต่างๆ Honda City Type Z 1500 cc นั้นดีกว่า Honda City ประหยัดน้ำมันมากกว่า ช่วงล่างดีกว่า ซึ่งจะเติมน้ำมันเบนซิน 91 และแก๊สโซฮอลล์ 91 ในขณะที่ Soluna จะใช้กับเบนซิน 95 ซึ่ง Soluna ในขณะนั้นขายดีมาก เรื่องอะไหล่จึงหาได้ง่ายกว่า

W. สรุปความเห็นส่วนตัว

รถ Honda City รุ่นนี้ อายุร่วม 20 ปี แต่ยังหารถที่ใช้งานยังไม่มาก สภาพดี เครื่องยนต์ยังไม่ถึงกับแย่ได้ เมื่อได้รถมาแล้ว ก็ซ่อม บำรุงให้ดี ก็จะรองรับการใช้งานได้อีกนานหลายปี กำลังเครื่องยนต์ 1500 cc รองรับผู้โดยสาร ผู้ใหญ่ 4 คนได้สบาย

รถรุ่นนี้ซื้อเก็บไว้ ราคาไม่ตกมาก ขอเพียงรักษาสภาพให้ดี ไม่สนใจเรื่องภาพลักษณ์ว่าจะต้องเป็นรถใหม่ ไม่แคร์ชาวบ้านกับการ ขับรถรุ่นเก่า ก็จะมีรถดีไว้ใช้งานอีกนาน ขายต่อก็ไม่ขาดทุน หากไม่ได้ใช้รถยนต์บ่อยนัก แต่จำเป็นจะต้องมีไว้ติดบ้าน คันนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เผื่อไปห้าง โรงพยาบาล ทำธุระต่างๆ นานๆ ครั้ง รถแบบนี้ เป็นตัวเลือกที่ดี ดีกว่า ซื้อรถราคาหลายแสนมาจอดไว้ แล้วรอให้ราคารถตกลงมาเรื่อยๆ เงินหายไปหลายแสนบาท

การซื้อรถยนต์สักคัน ให้คิดว่าเป็นการลงทุน เช่น ลงทุนประมาณ 100,000 บาท ค่าตัวรถประมาณ 50,000-70,000 บาทบาท อีก 30,000-50,000 บาท เป็นค่าซ่อมรถ หากใจถึงแบบนี้ ก็จะได้รถดีไว้ใช้งานอีกนาน เพราะรถยนต์นั้น แม้จะเก่าเพียงใด

เมื่อเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ของแท้เข้าไป ก็จะสมบูรณ์ใกล้เคียงรถใหม่ โดยเฉพาะหากใจถึง กล้าทำเครื่อง ฟิตเครื่อง ด้วยแล้ว รับรองว่าความประหยัดน้ำมันและความแรงจะได้ใกล้เคียงรถใหม่เลยทีเดียว อย่างรุ่นนี้ รถใหม่เครื่องยนต์ 1500 cc ธรรมดา ความเร็วสูงสุดประมาณ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรุ่น VTEC ประมาณ 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่งดี ออกตัว เร่งแซงทำได้ดี ในงบ100,000 – 150,000 บาท จบแน่นอน ได้รถสวยสภาพดีเหมือนรถใหม่ ใช้งานยาวๆ อีกเกิน 5 ปีสบายๆ คุ้มครับ กับเงินที่ลงทุนกับรถแค่นี้