รู้ก่อนซื้อ! รถมือสอง Nissan Cefiro A32 ปี 1996-2002 ราคาประมาณ 50,000 บาท

สรุปข้อมูลรถมือสอง Nissan Cefiro A32 รุ่นที่สอง เริ่มขายในไทย ปี 1996-2002 เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจรถมือสองรุ่นนี้ ซึ่งปัจจุบัน (กันยายน 2562) ราคาซื้อขายอยู่ประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป รถยนต์รุ่นนี้เป็นรุ่นใหญ่ ค่าซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายในการดูแล และการใช้งาน ค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงต้องศึกษาหาข้อมูลรถยนต์ที่ต้องการให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ ในบทความนี้จะพยายามสุรปข้อมุลเกี่ยวกับรถรุ่นนี้ให้มากที่สุด

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นแรก ผู้เขียนจะสรุปเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้

ยี่ห้อ รุ่น ปี ของรถยนต์มือสอง

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นนี้เป็น รุ่นที่สอง ในญี่ปุ่นเริ่มออกขายระหว่างปี 1995-1998 แต่เริ่มขายในไทยปี 1996-2002 รถรุ่นนี้ในปัจจุบันอาจจะมีราคาถูกมาก เริ่มตั้งแต่ 50,000 บาทหรือน้อยกว่านี้ ถึงหนึ่งแสนบาทต้นๆ ในรุ่นที่สองนี้ ได้มีการพัฒนาโดยเน้นให้เป็นรถยนต์หรูสำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้บริหาร หรือรถครอบครัว มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้เป็นแบบขับหน้า ไม่ได้ขับเคลื่อนล้อหลังเหมือนรุ่น Cefiro A31 รุ่นนี้วางจำหน่ายในระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 3 ปีเท่านั้น

รถรุ่นนี้ยังหารถสภาพสวย สภาพดีได้ แต่อย่าไปคิดว่า นี่คือของดีราคาถูก เพราะมีรายจ่ายอื่นตามมาอย่างมาก ค่าบำรุงรักษาแพง ค่าน้ำมันก็แพงกว่า เครื่องยนต์เดิมก็เก่าเต็มที อายุรถตอนนี้อยู่ที่ 18-22 ปีแล้ว การใช้รถเหล่านี้ที่ผ่านมานิยมติดแก๊ส ไม่เช่นนั้น ก็สู้ค่าน้ำมันไม่ไหวแน่นอน

รถมือสองรุ่นนี้ มีหลายแบบ ที่ลงประกาศขาย โดยแยกตามขนาดเครื่องยนต์ เช่น
1. รุ่น VQ 2.0 เครื่องยนต์ 2000 cc เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 หรือ 6 สูบ ขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นรุ่นที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการ
2. รุ่น VQ 2.5 เครื่องยนต์ 2500 cc เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 หรือ 6 สูบ ขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นรุ่นที่นิยมนำรถรุ่น VQ 2.0ไปเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น 2500 cc เพื่อให้มีเรี่ยวแรงมากขึ้น ไม่อืด เวลาออกตัว หรืออาจจะนำรุ่น VQ 3.0 มาเปลี่ยนเครื่องกรณีเครื่องเก่ามากแล้ว
3. รุ่น VQ 3.0 เครื่องยนต์ 3000 cc เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 หรือ 6 สูบ ขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นรุ่นที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการ เช่นกัน

ภาษี ประกันภัย พรบ

รถยนต์มือสอง Nissan Cefiro A32 เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ จะมีภาษีแยกตามขนาดเครื่องยนต์ เช่น
1. รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ VQ 2.0 หรือ 2000 cc แต่ความจุจริง 1995 cc ภาษีต่อปีประมาณ 1440 บาท (รถอายุเกิน 10 ปีภาษีจะคงที่เท่านี้ทุกปี)
2. รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ VQ 2.5 หรือ 2500 cc แต่ความจุจริง 2495 cc ภาษีต่อปีประมาณ 2440 บาท
3. รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ VQ 3.0 หรือ 3000 cc แต่ความจุจริง 2987 cc ภาษีต่อปีประมาณ 3424 บาท
4. พรบ ต่อปีประมาณ 600-700 บาท (หรืออาจจะมากกว่านี้) โดยจะนำภาษีประจำปี ในข้อที่ 1 – 3 มารวมกับ พรบ ก็จะเป็นเงินที่จะต้องจ่ายต่อปี รุ่นเครื่องยนต์แรง อย่าง VQ 3.0 หรือ 3000 cc ค่าภาษี + พรบ ต่อปีก็เกิน 4000 กว่าบาท

5. การทำประกันภัยแบบไม่บังคับอย่างประกันชั้น 3 ประมาณ 3000 บาท (ต้องสอบถามเพิ่มเติมกับบริษัทประกันภัย) การทำประกันภาย อย่างน้อย ก็ควรทำประกันภัยชั้น 3 เผื่อช่วยเหลือค่าซ่อมคู่กรณี หากเป็นฝ่ายผิดขับไปชนรถคันอื่น

สรุป
การต่อเฉพาะภาษี และ พรบ จะต้องจ่ายประมาณ 2000 กว่าบาทต่อปีขึ้นไปสำหรับรถรุ่นนี้ ตามแต่ขนาดเครื่องยนต์ของCefiro A32 ที่ท่านใช้ แต่หากต่อประกันภัยชั้น 3 ด้วยแล้ว จะต้องจ่ายต่อปี ประมาณ 5000 บาทขึ้นไป ภาษีต่อปีก็ไม่น้อยเหมือนกันสำหรับรถยนต์ เครื่องยนต์และตัวรถขนาดใหญ่แบบนี้ ซึ่งเมื่อรวมค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงต่อปี แล้วคิดเป็นเงินหลักหมื่นบาทต่อปี ไหวไหม

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับภาษี พรบ และประกันภัยรถยนต์
รายละเอียดเกี่ยวกับภาษีประจำปี สามารถสอบถามได้จากทางเจ้าของรถ ซึ่งจะมีรายการอยู่ท้ายเล่มทะเบียนอยู่แล้ว จากนั้นก็นำไปรวมกับ พรบ ประมาณ 600 กว่าบาทขึ้นไป สำหรับรุ่นที่เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น 2500 cc และ 3000 cc ถือว่าภาษีค่อนข้างแพงทีเดียว ก่อนตัดสินใจซื้อรถ โปรดสอบถามภาษีเสียก่อน

เครื่องยนต์ ขนาดของรถยนต์

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นที่สอง ปี 1996-2002 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2 แบบ ขนาด 2000 ซีซี และ3000 cc ค่อนข้างกินน้ำมันมาก ผู้มีรถรุ่นนี้ในครอบครอง ส่วนใหญ่จะติดแก๊ส ไม่เช่นนั้นคงจะไม่ไหวแน่นอน แต่สำหรับรถที่ขายในท้องตลาดจะมีเครื่องยนต์ 3 ขนาด ดังนี้
1. รุ่น VQ 2.0 เครื่องยนต์ 2000 cc เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 หรือ 6 สูบ ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังเครื่องยนต์140 แรงม้า
2. รุ่น VQ 2.5 เครื่องยนต์ 2500 cc เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 หรือ 6 สูบ ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังเครื่องยนต์190 แรงม้ารุ่นนี้เจ้าของรถอาจจะวางเครื่องใหม่ เพราะเครื่องเดิมซึ่งอาจจะเป็น 2000 cc หรือ 3000 cc หมดสภาพแล้ว ได้เวลาเปลี่ยนเครื่องยนต์
3. รุ่น VQ 3.0 เครื่องยนต์ 3000 cc เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 หรือ 6 สูบ ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังเครื่องยนต์ 193 แรงม้า

แต่ปัจจุบันหากเป็นรถเดิมๆ สภาพเครื่องยนต์ อาจจะแย่เต็มที อาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไปแล้วจึงนำไปติดแก๊ส ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้รวมแล้วจะไม่น้อยกว่า 60,000 บาทขึ้นไป ส่วนกรณีซื้อรถติดแก๊สเรียบร้อยแล้ว ก็จะช่วยประหยัดค่าติดแก๊ส มีเงินเหลือสำหรับซ่อมบำรุงเครื่องและชิ้นส่วนอื่นๆ

การวางเครื่องยนต์ใหม่

ด้วยอายุรถประมาณ 20 ปี หรือบางคันก็เกินแล้ว เครื่องยนต์เดิมๆ ที่มากับรถ น่าจะแย่เต็มที รุ่นนี้มีเครื่องยนต์ให้เลือกนำมาวางหลายรุ่น แต่เครื่องยนต์ทั้งหมด เป็นเครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมัน จำเป็นจะต้องติดแก๊ส เครื่องยนต์เหล่านี้จะเป็นเครื่อง V6 มี 6 สูบ ค่าติดแก๊สแพงกว่ารถเก๋งทั่วไป
ตัวอย่างเครื่องยนต์ที่นิยมวางกับรถรุ่นนี้
1. วางเครื่องเดิมตรงรุ่น เช่น รุ่น VQ 2.0 หรือ VQ 3.0 ก็วางเครื่องเดิม ซึ่งเครื่องยนต์ไม่แพง นิยมวางเครื่องใหม่พร้อมเกียร์
2. วางเครื่อง VQ 2.5 เครื่องยนต์ 2500 cc เป็นเครื่องยนต์แบบ V6 หรือ 6 สูบ ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังเครื่องยนต์190แรงม้า หลายคนมองว่าคุ้มค่า เพราะ VQ20 อืดเกินไป ช่วงออกตัว ส่วน VQ30 เครื่องยนต์ 3000 cc ก็กินน้ำมันมากเกินไปทั้งกินน้ำมัน และภาษีต่อปีก็แพงเช่นกัน
3. วางเครื่อง Nissan SR20DET ขับหน้า แต่อาจจะแปลงมาก มีวางอยู่เหมือนกัน แต่เป็นส่วนน้อย
4. วางเครื่องข้ามยี่ห้อ มีบ้างเหมือนกันที่วางเครื่องของ Toyota แต่เป็นส่วนน้อยมาก

เรื่องสำคัญจะต้องรู้
– การซื้อรถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เดิมติดแก๊ส ควรหลีกเลี่ยง เพราะยากจะรู้ว่า ข้างในเครื่องและส่วนประกอบอื่นๆ จะมีอะไรเสียหายตามมาบ้าง อย่าง บ่าวาล์ว การตั้งวาล์ว ปัญหาความร้อน ซีลต่างๆ หากต้องการติดแก๊สควรเริ่มต้นที่ตัวเองจะดีกว่าโดยซื้อรถยนต์ที่ยังไม่เคยติดแก๊ส แล้วก็นำไปติดตั้งแก๊สเอง แต่รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ ติดแก๊สเองแพงหลายหมื่นบาท

การเลือกรถที่ติดแก๊สมาแล้ว หากเจอรถสภาพเครื่องยังดี ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ส่วนจะซื้อมาเพื่อติดเอง ก็ต้องแน่ใจว่าคุ้มจริงๆ ในระยะยาว เพราะการติดแก๊สแพงกว่ารถเก๋งทั่วไป
– การดูสภาพเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ต้องแห้ง ไม่มีคราบน้ำมันเครื่องหรือของเหลวอื่นๆ ที่ตัวเครื่อง หรือใต้ห้องเครื่องยนต์ไม่เช่นนั้นมีค่าซ่อมตามมาแน่ เมื่อสตาร์ตเครื่อง เสียงเครื่องยนต์ต้องเดินเรียบ ไม่มีเสียงสะดุด
– เครื่องยนต์ของรถยนต์รุ่นนี้ ยังหาซื้อได้ตามเชียงกง จึงไม่ต้องกังวลหากเครื่องยนต์มีปัญหา แต่หากได้รถที่ไม่เคยติดแก๊สมาก่อน การซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ จะไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ด้วยอายุรถประมาณ 20 ปี ขนาดนี้ แม้จะไม่ติดแก๊ส เครื่องยนต์ก็น่าจะแย่เต็มที รถที่ซื้อมานั้น จึงมีโอกาสสูงมากที่อาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือใช้ไปจนกว่า เครื่องจะพัง แล้วจึงเปลี่ยนเครื่องยนต์

(ความเห็นส่วนตัว) ด้วยอายุรถประมาณนี้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเครื่องยนต์ถึงเปราะขนาดนี้ จากประสบการณ์เคยใช้ Honda City ตัวแรก ปี 1996 อายุใกล้เคียงกัน และตัวที่ 2 เกือบ 5 แสนกิโลเมตร ก่อนจะขายต่อ ก็ยังใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ก็น่าจะเกิน 5 แสนกิโลเมตรไปแล้ว แต่เครื่องของรุ่นนี้ ไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ จากที่ค้นหาข้อมูลมานั้นเหมือนมีแต่ปัญหา ทั้งๆ ที่เลขไมล์ ก็ไม่มาก และค่าซ่อมก็แพงเสียด้วย

อัตราบริโภคน้ำมัน

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นที่สอง ปี 1996- 2002 ตัวอย่าง เครื่องยนต์ 2000 cc ใช้น้ำมัน เบนซินและจากข้อมูลที่พยายามรวบรวมจากเว็บไซต์ต่างๆ รถยนต์มือสองรุ่นนี้ จะมีอัตราบริโภคน้ำมันดุเดือดพอสมควร
1. รถสภาพเดิมๆ เครื่องเดิม ไม่ติดแก๊ส เน้นใช้น้ำมัน การใฃ้งานในเมือง รถติด จะมีอัตราบริโภคน้ำมันเบนซิน ประมาณ6-7 กิโลเมตรต่อลิตร ปัจจุบันน่าจะน้อยกว่านี้ อาจจะเหลือ 5-6 เท่านั้น เพราะเครื่องเก่าแล้ว กินน้ำมันมากกว่าเดิม จากนั้นก็คำนวณกับระยะทางที่ขับจริงในแต่ละเดือน ขับรถวันละกี่กิโลเมตร จะต้องเติมน้ำมันมากน้อยเพียงใด เช่น ขับวันละ 50 กิโลเมตร เดือนละ 1500 กิโลเมตร เติมน้ำมันทั้งหมด 1500 หาร 6 เท่ากับ 250 ลิตร น้ำมันลิตรละ ? บาท เป็นจำนวนเงินกี่บาท ก็คูณเข้าไป ต้องคำนวณให้ละเอียด โดยต้องบวกเพิ่มไว้ด้วย เผื่อขับรถไปเที่ยวทำธุระต่างๆ ก่อนซื้อรถต้องคำนวณให้แม่น อย่าซื้อรถก่อนแล้วค่อยมาคำนวณทีหลัง แบบนั้นจะเจ็บตัว เจ็บใจเอาได้

2. รถติดแก๊ส ใช้งานในเมือง จะมีอัตราบริโภคแก๊สที่มากกว่าการใช้น้ำมัน อาจจะเหลือ 4-6 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ด้วยราคาแก๊สที่ถูกกว่า จึงทำให้ค่าใช้จ่ายถูกกว่า แต่หากแก๊สปรับราคาขึ้นเมื่อใด ก็จะสร้างปัญหาการเงินอย่างแน่นอน สมมุติว่าแก็สลิตรละ 13 บาท กินแก๊ส 13 หาร 6 เท่ากับ 2.1 บาท ต่อกิโลเมตร ใช้รถเดือนละ 2000 กิโลเมตร ค่าแก๊ส 4200 บาท ต่อเดือน เป็นต้น

3. การใฃ้งานนอกเมือง ขับรถทางไกล รถไม่ติด จะมีอัตราบริโภคน้ำมันน้อยกว่าการใช้งานในเมือง รถติด จะมีอัตราบริโภคน้ำมันเบนซิน ประมาณ 8-11 กิโลเมตรต่อลิตร ตามแต่สภาพเครื่องยนต์และความเร็วที่ใช้ ขับไม่เกิน 100น่าจะทำได้ เกิน 10 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับเครื่องเดิม

4. การใช้งานรถนอกเมืองกรณีติดแก๊ส ก็คำนวณคล้ายกัน สมมุติว่า เติมแก๊สขับได้ 10 กิโลเมตรต่อลิตร ราคาแก๊สอยู่ที่ 13 บาท ต่อลิตร ดังนั้นจะกินแก๊สประมาณ 13 หาร 10 เท่ากับ 1.3 บาท ต่อกิโลเมตร เป็นต้น แต่จากข้อมูลที่ค้นหามานั้นจะกินแก๊สประมาณ 1.6 – 2 บาท ต่อกิโลเมตร หรือมากกว่า 2 บาทในบางคัน สำหรับเครื่องเดิมๆ อายุรถประมาณ 20 ปี แบบนี้

เรื่องสำคัญต้องรู้
1. การใช้งานรถรุ่นนี้ในเมือง ไม่ว่าจะใช้น้ำมันหรือแก๊ส ก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง อยู่ดี โดยเฉพาะหากแก๊สปรับราคาขึ้นเมื่อใด ก็จะสร้างปัญหาทันที การใช้งานทุกวัน ขับทุกวัน จึงต้องคิดคำนวณเรื่องค่าน้ำมันหรือแก๊สให้ดี ปรับราคาขึ้นเมื่อใด กระเป๋าฉีกแน่นอน
2. รถติดแก๊สต้องเติมทั้งแก๊สทั้งน้ำมัน โดยเมื่อสตาร์ตรถจะใช้น้ำมัน แล้วจึงสลับไปใช้แก๊ส ก่อนจะเข้าบ้านก็อาจจะสลับไปที่น้ำมัน จากนั้นก็ดับเครื่อง
3. การใช้งานรถรุ่นนี้นอกเมือง รถไม่ติด ขับบ้าง ไม่บ่อย หรือขับบ่อยก็ตาม ยังถือว่าประหยัดอยู่ในเกณฑ์รับได้ แต่ควรคำนวณระยะทางที่จะต้องเดินทางไปกลับที่ทำงาน แล้วนำมาคำนวณกับรายจ่ายจริง เช่น ขับรถวันละ 50 กิโลเมตร ใช้แก๊สกิโลเมตรละ 1.50 บาท รวมเป็นเงินต่อวัน 50 คูณ 1.5 เท่ากับ 75 บาท ทำงานกี่วันก็คำนวณไปตามนั้น แต่ในชีวิตจริงก็จะมีการเดินทางไปทำธุระที่อื่น ในวันหยุด ก็อย่าลืมคำนวณให้ละเอียด นอกจากนี้ก็คำนวณค่าซ่อมบำรุงด้วย เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือชิ้นส่วนบางรายการที่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติอย่างคอยล์จุดระเบิด 6 ตัว หมื่นกว่าบาท
4. กรณีแก๊สปรับราคาสูงขึ้น ก็ต้องเตรียมรับมือด้วย เพราะเมื่อถึงเวลานั้น รถรุ่นนี้จะขายไม่ออก ขายก็ไม่มีใครซื้อ ใช้เองก็ไม่ไหว กินทั้งน้ำมัน กินทั้งแก๊ส ไม่รวยจริง ต้องคิดให้รอบด้าน มีที่จอดเพียงพอ อย่าเสี่ยงหาเรื่องใส่ตัว

สภาพรถมือสอง สภาพเดิม หรือปรับแต่ง

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นที่สอง ปี 1996-2002 มีอายุการใช้งาน ประมาณ 18-23 ปี การหารถสภาพดีเดิมๆ ยังสามารถหาได้ไม่ยาก ไม่ต้องทำสี สภาพภายนอกภายในก็ยังดี ประหยัดเงินค่าทำสีไปหลายหมื่นบาท ที่เหลือก็เอาเงินไปปรับแต่งส่วนอื่นๆ อย่างคันนี้ 6 หมื่นกว่าบาท สภาพยังดูดี

รถรุ่นนี้อายุการใช้งานมากแล้ว แต่จากที่ดูมาหลายคัน สภาพยังดูดี ไม่ต้องทำสี แต่จะมีส่วนอื่นที่จะต้องจัดการ ก่อนซื้อต้องตรวจสอบให้ดี หากรถมีปัญหาต้องเปลี่ยนเครื่อง ติดแก๊ส เปลี่ยนยาง ฯลฯ รวมๆ แล้ว หนึ่งแสนบาท อาจจะไม่จบ โดยเฉพาะหากเน้นรถไว้ใช้งานประจำวัน เป็นรถคันแรกของบ้าน ต้องขับบ่อยๆ ก็ไม่ควรซื้ออย่างเด็ดขาด

เรื่องสำคัญต้องรู้
รถมือสองรุ่นนี้จากที่หาข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ จะมี 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ
1. รถมือสองสภาพเดิมๆ เหมือนมาจากโรงงาน ไม่มีการปรับแต่ง ดัดแปลง โดยเฉพาะล้อ แม็ก ยาง การซื้อรถยนต์มือสองรุ่นนี้โดยเน้นใช้งาน ต้องเน้นสภาพเดิมเท่านั้น อย่าเลือกรถดัดแปลง เปลี่ยนล้อและยาง ใหญ่ขึ้น นั่นก็จะหมายถึงราคาค่าซ่อมในอนาคตที่สูงตามขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งจะสร้างปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนยาง อย่างล้อขอบ 17 นิ้ว ราคารวมๆ ก็ประมาณ 20,000 บาท ช่วงที่มีรถ หากใช้เงินหมดไปกับการเที่ยว การซ่อม การแต่งรถ เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนยาง หลักหมื่นบาท เงินหมด ก็จะสร้างปัญหาเรื่องเงินทันที แต่ถ้ารวยก็ทำไปเถอะ

2. รถดัดแปลง ปรับแต่ง เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนล้อ หรือยางก็ตาม บางคัน ติดแก๊ส รถในลักษณะนี้ ไม่ควรข้องแวะ จะสร้างปัญหาในอนาคต เพื่อแลกกับห้องโดยสารที่เงียบ กว้าง นั่งสบาย ก็ต้องคิดให้ดีกับการตัดสินใจซื้อรุ่นนี้ จากที่ศึกษาข้อมูลมาบางส่วน ดูเหมือนจะมีรายการซ่อมที่หนักหนาพอสมควร รถรุ่นนี้มือสองอาจจะไม่คุ้มที่จะซื้อมาซ่อมบำรุง เพราะเมื่อซ่อมบำรุงแล้ว ก็ใช่จะใช้งานได้นาน เป็นรถที่ออกแบบมาคล้ายรถยุโรป มีการกำหนดอายุให้อะไหล่บางอย่างหมดอายุเมื่อถึงเวลา และเมื่อถึงเวลาซ่อมก็จะมีอะไหล่หลายรายการ และราคาก็สูงเอาเรื่อง ค่าใช้จ่ายในการดูแล ค่าน้ำมันก็แพง ภาษีก็แพง

ราคาซื้อขายรถยนต์มือสองรุ่นนี้

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นแรก ปี 1996-2002 เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมันราคาซื้อขายจึงมีแนวโน้มลดลงไปเรื่อยๆ เป็นธรรมดา เพราะค่าซ่อมบำรุง และรายจ่ายอื่นๆ ที่ตามมา จะค่อนข้างสูงมาก

คนจึงไม่กล้าซื้อ เพราะน้อยคนจะสามารถดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายที่ตามมาได้ เมื่อคนไม่นิยม คนไม่ซื้อ ราคาจึงตกมาก แม้รถจะมีสภาพดีก็ตาม

ราคาซื้อขายรถยนต์ทุกประเภท จะปรับลดลงทุกปี สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถปีใหม่กว่า หรือเก่ากว่า ราคาจะเหลือไม่ถึงหนึ่งแสนบาทเหมือนกัน และจะทรงตัวอยู่แค่นั้น อย่าง Cefiro ตั้งแต่รุ่นแรก A31, A32 จนรุ่นสุดท้าย A33 ราคาก็จะเหลือใกล้เคียงกัน ก็อยู่ที่ว่าชอบแบบไหน หากเน้นสดใหม่ ก็ต้อง รุ่นสุดท้ายอย่าง Cefiro A33 หรือชอบรถที่สามารถปรับแต่งได้มาก ก็ต้อง Cefiro ตัวแรก A31 เป็นต้น ตัวนี้วางเครื่องดีเซลก็ยังได้ มีเครื่องยนต์รองรับมาก เพราะเป็นรถขับหลัง

รถเครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการดูแลและใช้งานสูงแบบนี้ ราคาซื้อขายจะลดลงอย่างมาก มากกว่ารถเล็กเครื่องยนต์เล็ก อย่าง Honda City ปี 2002 หากสภาพสวยแบบนี้ ราคาก็จะคงอยู่ประมาณนี้ 70,000 บาทขึ้นไป แต่รถรุ่นนี้ออกใหม่ป้ายแดงราคาประมาณ 7 แสนบาท

ในขณะที่ Nissan Cefiro ปี 2002 เหมือนกัน ราคาหลักล้านบาท แต่ราคาขายต่อถูกกว่า และจะลดลงไปเรื่อยๆ เพราะความต้องการน้อย ขายยาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้รวยและสามารถใช้รถแบบนี้ได้ ไม่มีกำลังจ่าย จึงเน้นรถเล็กมากกว่ารถเล็กจึงมีราคาขายต่อที่ดีกว่า รถใหญ่แบบนี้ก็ไม่รู้ว่ามีชิ้นส่วนใด ที่มีปัญหาบ้าง ที่ต้องซ่อมบำรุง และราคาอะไหล่ ค่าแรงก็ค่อนข้างสูง เอาแค่ยางขนาด 16 นิ้ว ก็แพงกว่า ล้อ 14 นิ้วใน Honda City เกือบจะเท่าตัวแล้ว ค่าซ่อมรถทั้งหมดมีโอกาสสูงมากที่จะซื้อ Honda City มือสอง ได้อีกทั้งคันเลยทีเดียว

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับราคาซื้อขายรถ
รถยนต์ทุกประเภทเมื่อกลายเป็นรถยนต์มือสองแล้ว รถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่จะเป็นรถที่ขายต่อไม่ง่ายนัก แม้จะเป็นยี่ห้อยอดนิยมก็ตาม และราคาก็อาจจะตกมาก หรือถูกกดราคา บางคันราคาถูกมาก ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในสภาพดี แต่ที่ดูดีอาจจะแค่สภาพภายใน ภายนอก แต่เครื่องในนั้นแย่เต็มที รอซ่อมหลายรายการ แต่ละรายการก็แพงมาก บางคนเห็นแก่ของถูกราคาถูก ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน จึงพลาดซื้อมาหวังจะติดแก๊สให้ประหยัด แต่ลืมนึกถึงรายจ่ายด้านอื่น ซึ่งไม่ได้ลดลงตามราคารถ ทำให้เจ็บตัว เสียเงินเปล่า เรื่องนี้ต้องศึกษาให้ดี

ออพชั่นพิเศษของรถรุ่นนี้

อุปกรณ์เสริมหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกของรถ จำเป็นจะต้องพิจารณาเลือกให้เหมาะสม ชิ้นส่วนหรือคุณสมบัติใดที่มีค่าซ่อมแพง และส่งผลกระทบต่อรถยนต์ หรือเงินในกระเป๋ามากเกินไป หากเสียหาย ใช้งานไม่ได้ ก็ควรหลีกเลี่ยง เลือกรถธรรมดาๆ ก็พอแล้ว อย่าเลือกออพชันมากเกินไปนัก หรือออพชันเหล่านั้น ต้องไม่มีผลต่อระบบขับเคลื่อน ไม่ซ่อมก็ไม่เป็นไร สามารถใช้รถได้ตามปกติ

จุดเด่นของรถยนต์มือสองรุ่นนี้

รถมือสองรุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นหลายด้าน เช่น
– รถยนต์คันใหญ่ หรูหรา ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย เดินทางไกลไม่ปวดเมื่อย
– ตัวถังแข็งแรง ปลอดภัย
– เครื่องเงียบ ห้องโดยสารเงียบ
– เครื่องยนต์มือสองของรถรุ่นนี้ยังมี ราคาไม่แพง

จุดด้อยของรถยนต์มือสองรุ่นนี้

จุดด้อยของรถรุ่นนี้ มีหลายด้าน เช่น
– เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ เครื่องใหญ่ กินน้ำมัน การใช้งานระยะใกล้ๆ หรือขับแล้วจอดบ่อย ใช้งานในเมืองจะค่อนข้างกินน้ำมันมาก และกินแก๊ส
– รถมีอายุมากแล้ว ประมาณ 20 ปี อย่างนี้ มีค่าซ่อมบำรุงรออยู่ค่อนข้างมาก แน่นอน
– อะไหล่บางอย่างแพงมาก ไม่กี่ชิ้น ก็แพงกว่าราคารถทั้งคัน
– ขายต่อไม่ง่าย เพราะเครื่องยนต์ใหญ่ คนซื้อต้องมีเงินหรือชอบจริงๆ หรือซื้อเพราะความไม่รู้ เห็นว่าถูกก็เอาไว้ก่อน
– ต้องการอู่เฉพาะ ไม่เช่นนั้นอาจจะซ่อมไม่จบ และถูกกว่าเข้าศูนย์
– ชิ้นส่วนบางอย่างเหมือนถูกออกแบบมาให้เหมือนรถยุโรป เมื่อถึงเวลา ก็จะพากันหมดอายุ อย่างเกียร์ของคันนี้ เลขไมค์แค่136,000 กิโลเมตร ซ่อมเกียร์ไปรอบหนึ่งแล้ว ในขณะที่รถบางรุ่นยังไม่มีปัญหาเลย หากซื้อคันนี้ไปใช้ ก็ต้องเตรียมซ่อมเกียร์อีกในระยะเวลาหนึ่งแสนกิโลเมตรข้างหน้า ในขณะที่รถยนต์บางคัน โดยเฉพาะรถเกียร์ธรรมดานั้น เลขไมล์ 500,000กิโลเมตรแล้ว เกียร์ยังไม่มีปัญหาเลย

รถรุ่นนี้เหมาะกับใครบ้าง

รถรุ่นนี้ แม้จะมีราคาถูก แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้น้อย ราคารถไม่แพง แต่ค่าซ่อมและค่าใช้จ่ายในการใช้งานการดูแล ค่อนข้างแพง ควรเป็นรถคันที่ 2 หรือรถสะสม มีรถใช้อยู่แล้ว มีเงินเหลือ มีที่จอดรถ ไม่เดือดร้อน ซื้อมาไว้ขับเล่นหากเป็นรถคันแรกและคันเดียวในบ้าน ไม่แนะนำอย่างยิ่ง

ความนิยมของรถยนต์รุ่นนี้

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นนี้ อาจจะมีบางคนที่ชอบเป็นพิเศษ แต่ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกับ Cefiro A33 ซึ่งใหม่กว่า สวยกว่า เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จึงมีแนวโน้มไปเลือกรุ่น A33 มากกว่าแน่นอน รถใหม่กว่า อายุรถน้อยกว่า สภาพดีกว่า แต่เครื่องยนต์ต่างๆ ก็คล้ายกัน การซดน้ำมัน ก็ไม่ต่างกัน

รถคันแรก หรือรถคันที่สองของบ้าน หรือรถสะสม

รถยนต์รุ่นนี้ไม่ควรเป็นรถคันแรกของบ้านหรือเป็นรถคันแรกและคันเดียวในบ้าน ควรเป็นรถคันที่สอง หรือรถสะสมหรือรถของคนมีเงินใช้ไม่เดือดร้อน มีที่จอดรถ เพราะการใช้งานทุกวัน หากไม่มีเงิน รายได้ไม่ดีนัก จะสร้างปัญหาการเงินอย่างแน่นอน แม้จะติดตั้งแก๊ส แต่ก็ต้องเติมทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ส ค่าซ่อมบำรุงค่อนข้างสูง หากปรับเเปลี่ยนเครื่องยนต์ ภาษีก็จะแพงเช่นกัน แต่เริ่มเดิมทีรถแบบนี้ ไม่ได้เหมาะสำหรับคนรายได้น้อยอยู่แล้ว เป็นรถที่คนรวยเบื่อแล้วก็ขาย เพื่อเล่นคันใหม่ ส่วนคนไม่รายได้น้อย ไม่ควรหาเรื่องเจ็บตัว เอาเงินไปทิ้งเปล่าๆ

การซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายตามระยะทาง

รถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมัน ค่าใช้จ่ายตามระยะทางก็แพงตามไปด้วย ทั้งเรื่องค่าอะไหล่ค่าซ่อมบำรุง ภาษี เพราะความใหญ่ของรถ ชิ้นส่วน และระบบต่างๆ ที่มากกว่ารถเล็ก ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงก็ต้องมากกว่าเป็นธรรมดา แต่ที่น่าเหนื่อยใจ ก็คือ ความทนทานของชิ้นส่วนต่างๆ จากที่ค้นหาข้อมูลมานั้น รู้สึกว่ารถรุ่นนี้ เปราะจัง ชิ้นส่วนต่างๆ เสียเร็วในหนึ่งแสนกิโลเมตร จะมีค่าซ่อมรอหลักหมื่นบาท

ค่าซ่อมบำรุงรถยนต์มือสองรุ่นนี้ในเบื้องต้น

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นนี้ จะมีค่าซ่อมรออยู่ โดยเฉพาะหากเป็นรถที่ไม่มีประวัติการซ่อมมาก่อน จะมีรายการต้องซ่อม ดังนี้
1. การเปลี่ยนยางรถยนต์ ต้องตรวจสอบว่ายางหมดอายุหรือยัง สภาพยางเป็นอย่างไรบ้าง ดอกยางเหลือมากหรือน้อยและดอกยางแข็งหรือไม่ ตรวจสอบราคายางทั้ง 4 เส้น ในท้องตลาดแพงหรือไม่ หลีกเลี่ยงรถใช้ยางขนาดใหญ่ ราคาแพง รถโหลดเตี้ย ช่วงล่างอย่างโช้คและลูกหมากต่างๆ อาจจะมีปัญหา เน้นรถเดิมๆ มาตรฐานโรงงานเท่านั้น

รถรุ่นนี้ตามมาตรฐานใช้ล้อขนาด 15 นิ้ว หรือ R15 ตัวอย่าง ยางของ Bridgestone ราคา 3,500 บาท ต่อเส้น รวม 4 เส้น14,000 บาท หากเป็นล้อขนาดใหญ่กว่านี้ เช่น 17 นิ้ว หรือ R17 ราคายางรวม 4 เส้น อาจเกิน 20,000 บาท

2. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ หม้อน้ำ ท่อน้ำ วาล์วน้ำ ปั๊มน้ำ แบตเตอรี่ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค-ครัช ต้องตรวจสอบให้ดี แต่อย่างไรเสียก็หลักหมื่นบาทขึ้นไป ดูห้องเครื่องยนต์ต้องแห้ง ไม่มีคราบน้ำมัน หรือคราบที่บ่งบอกว่ามีของเหลวรั่วซึมออกมา
3. การต่อภาษี ตรวจสอบว่า หมดอายุหรือยัง เครื่องยนต์ใหญ่ภาษีก็แพงตามไปด้วย
4. แอร์ หากแอร์ไม่เย็น ออกแต่ลม ควรศึกษาค่าซ่อมแอร์ก่อนตัดสินใจซื้อรถ
5. ตัวถัง สีซีด มีผุหรือไม่ รายจ่ายส่วนนี้หลักหมื่นบาท ควรหลีกเลี่ยงห้ามซื้อ หากจะต้องทำสีใหม่ทั้งคัน รถใหญ่อย่างนี้ค่าทำสีแพง
6. รถติดแก๊ส ตรวจสภาพห้องเครื่อง ต้องแห้ง หากมีคราบน้ำมันหรือของเหลว ก็ไม่ควรซื้อ เพราะไม่รู้สภาพภายในของเครื่องยนต์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะมีค่าซ่อมอะไรตามมาบ้าง เพราะมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ก็จะมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นส่วนการซื้อรถมาเพื่อติดแก๊ส ก็มีค่าใช้จ่ายเกิน 3 หมื่นบาทรออยู่
7. ระบบขับเคลื่อนและบังคับเลี้ยว พวงมาลัยพาวเวอร์ แร็คพาวเวอร์ ลูกหมากต่างๆ เพลาขับ ระบบเกียร์ ชิ้นส่วนในระบบเกียร์ เกียร์ออโต้รุ่นนี้ ด้วยอายุรถขนาดนี้อาจจะมีปัญหา เอาแค่แร็คพาวเวอร์กับเกียร์ ถ้ามีปัญหา ก็หลายหมื่นบาทแล้ว
8. สำหรับคันไหนที่ใช้เครื่องยนต์เดิมๆ ติดรถ ให้สตาร์ตเครื่อง แล้วฟังเสียงเครื่อง เงียบหรือไม่ รุ่นนี้ หากเครื่องไม่มีปัญหาต้องเงียบมาก หากมีเสียงเครื่องยนต์เดินไม่เรียบ อาจจะเป็นปัญหาจากคอยล์ หรือเกียร์ ค่าซ่อมหลักหมื่นรออยู่แน่นอน
9. ระบบท่อน้ำมันต้องเปลี่ยน ถ้าใช้กับน้ำมันโซฮอลล์ เน้นใช้น้ำมันไม่ติดแก๊ส
10. ระบบเกียร์ ตรวจสอบให้ดี ค่าซ่อมแพง บางคนขับเร็ว ออกตัวแรง เกียร์พังเร็ว ถ้าเกียร์กระตุก ก็เตรียมซ่อมได้เลยอาการเกียร์มีปัญหา ตรวจสอบโดยเข้าเกียร์ D แล้วออกตัว หากรถไม่วิ่ง ต้องเข้าเกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 เพื่อช่วยออกตัว ก็แสดงว่าเกียร์เริ่มมีปัญหาแล้ว มีค่าซ่อมรออยู่
11. โช้คค้ำฝากระโปรง ชอบเสีย เพราะฝากระโปรงหนัก
12. อาการคอยล์จุดระเบิดเสีย ให้สังเกตุรอบเดินเบา เช่น สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ หรือจอด ไม่ดับเครื่อง หรือเข้าเกียร์ D หรือเกียร์ R ขณะจะออกตัว จะมีอาการสั่น แสดงว่าคอยล์มีปัญหา ค่าซ่อมหมื่นกว่าบาท เท่านั้นเอง

เรื่องต้องรู้
การซ่อมบำรุงน่าจะหนักพอสมควร สำหรับรุ่นนี้ เพราะอะไหล่แพง เนื่องจากเป็นรถใหญ่ จึงต้องตรวจสอบให้ดีว่า มีรายการใดเสียบ้าง และแพงหรือไม่ แต่อนาคตก็จะต้องซ่อมทั้งหมดอยู่ดี

เรื่องต้องรู้
รถยนต์มือสองที่ไม่มีประวัติการซ่อมบำรุง จำเป็นจะต้องตรวจสอบให้ละเอียด และเลือกรถที่มีรายการซ่อมน้อยที่สุด แต่รถมือสองรุ่นนี้ที่ลงประกาศขายในขณะนี้ ต้องเผื่อค่าซ่อมหลักหมื่น หลักแสน ไว้ได้เลย ไม่พลาด ซื้อรถมา 5 หมื่นบาท อาจจะเสียค่าซ่อมหลักแสนมีความเป็นไปได้สำหรับรุ่นนี้

ปัญหาการใช้รถในชีวิตประจำวัน

ปัญหาของรถรุ่นนี้ ที่อาจจะพบในชีวิตประจำวัน ปัญหาหลักๆ เลยก็คือ กินน้ำมัน กินแก๊ส จนอาจไม่สามารถใช้งานได้ทุกวัน กรณีใช้งานในเมือง ใช้รถมาก รถติด การจราจรคับคั่ง

ด้วยขนาดของตัวรถที่ยาว ใหญ่ การใช้งานในเมือง อาจจะไม่คล่องตัว สู้รถเล็กไม่ได้ ซึ่งหาที่จอดได้ง่ายกว่า

ปัญหาประจำตัวของรถยนต์รุ่นนี้

รถยนต์รุ่นนี้จะมีปัญหาประจำตัวที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น
– ระบบน้ำ ท่อน้ำ วาล์วน้ำ หม้อน้ำ ปั๊มน้ำ มีปัญหา ต้องหมั่นตรวจสอบบ่อยๆ กรณีซื้อรถมือสองไม่รู้ประวัติ ควรซ่อมให้เรียบร้อย หลักหมื่นบาท
– คอยล์ โดยเฉพาะถ้าติดแกีส จะเสียเร็ว เพราะความร้อน มี 6 ตัว ราคาค่อนข้างสูง หนึ่งหมื่นกว่าบาท
– กินน้ำมัน เพราะเครื่องยนต์ใหญ่ ติดแก๊สก็ยังกินแก๊สมากเช่นกัน รายได้น้อย อย่าเสี่ยง
– ปัญหาเรื่องเกียร์ออโต้ ไม่ค่อยทน และควรใช้น้ำมันเกียร์ของศูนย์ เกือบ 3 พันบาท
– แร็คพวงมาลัยหากรั่ว อะไหล่ศูนย์แพงมาก 3 หมื่นกว่าบาท
– ฝากระโปรงหนัก ทำให้โช้คคำฝากระโปรงเสียบ่อย

อะไหล่ แหล่งอะไหล่

อะไหล่ของรถรุ่นนี้ ยังหาได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอะไหล่แต่ง แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อรถ หาข้อมูลกับร้าน

อะไหล่ในตัวจังหวัด ในท้องถิ่นที่อยู่อาศัย แหล่งอะไหล่ในเว็บไซต์ต่างๆ หรือในเฟสบุ๊ค ก็ยังหาได้

อู่นอก ศูนย์รถยนต์

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 ปี 1996-2002 เป็นรถยนต์ที่ควรเข้าอู่เฉพาะ ที่มีความชำนาญ ซ่อมแล้วจบก่อนซื้อจึงควรสำรวจอู่ใกล้บ้านเสียก่อน เข้าศูนย์ราคาค่าบริการสูงกว่าอู่นอก

เรื่องต้องรู้
รถยนต์มือสองกับอู่เป็นของคู่กัน อย่าซื้อรถที่จะสร้างปัญหาเรื่องการซ่อมในอนาคต หาอู่ยาก เพราะจะทำให้ชีวิตเสียเวลาเสียเงิน เสียการทำงาน เสียอารมณ์ รถที่ต้องการอู่เฉพาะยี่ห้อนั้นหากนำไปซ่อมกับอู่ทั่วไป จะมีโอกาสถูกคิดค่าอะไหล่ ค่าแรงแพงกว่า และอาจซ่อมไม่จบ เพราะไม่มีความชำนาญเฉพาะทาง เสียเงินซ้ำซาก

การขายต่อรถยนต์มือสองรุ่นนี้

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 ปี 1996-2002 เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ กรณีของรถเดิมๆ บางคันซื้อขายในราคาถูกมาก อย่างคันนี้สภาพเดิมๆ ขายเพียง 55,000 โดยติดตั้งแก๊สเรียบร้อยแล้ว บางคันขายถูกกว่านี้ก็มี

รถสภาพเดิมๆ สภาพยังสวย ไม่ติดแก๊ส ราคาใกล้เคียง 1 แสนบาท หรือเกินหนึ่งแสนบาทเล็กน้อย เป็นรถที่เจ้าของดูแลอย่างดี มีประวัติการซ่อมบำรุง รู้สภาพรถ ว่าเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ก็ควรซื้อกับเจ้าของรถโดยตรง ซื้อกับเต็นท์จะถูกบวกราคาเพิ่ม รถบางคันเจ้าของเอาไปเทิร์นเพื่อซื้อรถใหม่ เต็นท์ก็จะเอามาขายต่อ แต่บวกราคาเพิ่มเข้าไป หาซื้อกับเจ้าของโดยตรงจะได้ราคาถูกกว่า

บางคันแต่งสวยเปลี่ยนเครื่องใหม่ เช่น ใช้เครื่อง VQ25 หรือเครื่องยนต์ 2500 cc แรงกว่า เครื่อง VQ20 2000 cc รถสวยแต่รถแต่งแบบนี้ ก็ต้องดูเงินในกระเป๋าตัวเองให้ดีเสียก่อน เอาอยู่หรือไม่ เพราะพอถึงเวลาต้องเปลี่ยน ต้องซ่อมอาจจะลำบาก เช่น ยางใหญ่ ราคาแพง เครื่องใหญ่ภาษีก็แพงกว่า เป็นต้น อย่างคันนี้ยางขนาด 18 นิ้ว ราคาเกิน 20,000 บาทแน่นอน ได้เวลาเปลี่ยนยางเมื่อไร ไม่รวยจริง ก็กระอักแน่นอน

ส่วนรถรุ่นนี้ที่ได้รับการปรับแต่ง ซ่อมบำรุงอย่างดี ฯลฯ ก็จะขายในราคาค่อนข้างสูง ก็ต้องคำนวณดูว่า ของแต่งที่ทำไปนั้นคุ้มหรือไม่ เปรียบเทียบกับการซื้อรถที่ราคาถูกกว่านี้ และนำไปแต่งเอง ซ่อมเอง

รถเต็นท์ในสภาพใกล้เคียงกับรถบ้าน แต่จะขายแพงกว่า เพราะได้นำไปปรับแต่ง ขัดสีฉวีวรรณให้สวยงาม อะไรที่ดีหรือไม่ดี ก็ปิดซ่อนไว้หมดแล้ว ดูยาก และแพงกว่าก็ต้องคึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนตัดสินใจซื้อ

ราคารถยนต์รุ่นนี้ที่ลดลงในแต่ละปี

รถยนต์มือสอง Nissan รุ่น Cefiro A32 รุ่นที่สอง ปี 1996-2002 เป็นรถขนาดใหญ่ ราคาปัจจุบันเริ่มทรงตัวแล้ว จากที่ศึกษามา พอจะสรุปได้ดังนี้
1. หากเป็นรภสภาพเดิม สภาพไม่ดีนัก ภายนอกอาจจะดูดี แต่สภาพเครื่องยนต์ ห้องโดยสารแย่ ราคาซื้อขายจะอยู่ประมาณ 50,000 บาท หรือต่ำกว่านี้ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า มีค่าซ่อมรออยู่เยอะมาก
2. รถที่มีสภาพภายใน ภายนอกดี สภาพเดิมๆ ไม่เคยติดแก๊ส หรือติดแก๊สแล้ว แต่ยังคงสภาพดี มีประวัติการซ่อมประวัติการดูแล ราคาซื้อขายก็จะอยู่ใกล้เคียง 100,000 บาท หรือแสนต้นๆ และจะลดราคาลงเรื่อยๆ ตามสภาพรถ เมื่อเวลาผ่านไป จนเหลือตามราคาในข้อที่ 1

เว็บบอร์ด เฟสบุ๊คกรุ๊ป

รถยนต์รุ่นนี้จะมีเว็บบอร์ด หรือ เฟสบุ๊ค เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ การรวมตัว เป็นแหล่งซื้อขายอะไหล่ค้นหาได้จาก Google ด้วยคำว่า Nissan Cefiro facebook club ควรค้นหาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อรถรุ่นนี้ เพราะเป็นรถที่มีค่าซ่อมบำรุงค่อนข้างสูง พลาดแล้วเจ็บตัวแน่นอน

รถยนต์คู่แข่ง หรือ ทางเลือกอื่น

นอกจากการเลือกรถรุ่นนี้แล้ว ในท้องตลาดก็จะมีตัวเลือก เช่น Honda Accord, Toyota Camry ซึ่งข้อดีของ 2 ยี่ห้อนี้ ก็คือ ค่าซ่อมบำรุงต่ำกว่าแน่นอน เพราะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ แต่เรื่องอัตราการซดน้ำมันก็ถือว่าใกล้เคียงกัน

รถเหล่านี้ มีคุณสมบัติคล้ายกัน คือไม่ควรเป็นรถคันแรก คันเดียวในบ้าน ควรเป็นรถคันที่สอง รถสะสม ตามความชอบ และสำคัญมากไม่ควรเป็นรถของคนที่รายได้น้อย จะพากันแย่ ทั้งคนทั้งรถ นะจ๊ะ

สรุป

ท้ายนี้ก็หวังว่า บทความนี้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านที่กำลังมองหารถยนต์มือสองขนาดกลาง เน้นไว้ใช้งานในครอบครัว มีสมาชิกหลายคน เพื่อจะได้เลือกรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการในการใช้งานมากที่สุด เพราะหากเลือกผิดพลาดก็มักจะเสียเงินหลักหมื่นหลักแสนบาทเสมอ โดยเฉพาะรถใหญ่แบบนี้ มีค่าใช้จ่ายตามมาสูงมาก ราคาขายต่อถูก แตมีค่าใช้จ่าย ค่าซ่อมบำรุงรออยู่สูงมาก รถราคา 5-6 หมื่น แต่ค่าซ่อมอาจรออยู่หลักแสน หรืออย่างน้อย ก็เกินค่าตัวรถ แพงกว่า50,000 บาท แน่นอน ดังนั้นจึงต้องหาข้อมูลให้ดีก่อน ตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองรุ่นนี้