รวมรถเก๋ง Toyota มือสองราคาประมาณ 50,000 บาท ในปี 2019

บทความแนะนำรถเก๋ง Toyota ราคาประมาณ 50,000 บาท ในปี 2019 ซึ่งก็มีบางรุ่นที่น่าสนใจ และยังมีอะไหล่รองรับ ซื้อ มาแล้วซ่อมให้ดี ก็จะได้รถไว้ใช้งานอีกนาน โตโยต้าเป็นยี่ห้อยอดนิยม อะไหล่หาง่าย ใช้งานอย่างสบายใจที่สุด เมื่อเทียบกับ ยี่ห้ออื่น ในงบเท่านั้น หากเลือกเป็น ซ่อมเป็น ไม่มีปัญหาแน่นอน

ทำความเข้าใจกับการซื้อรถเก๋งราคาประมาณ 50,000 บาทกันก่อน ต้องเปลี่ยนความคิดก่อนว่านี่คือการลงทุนกับรถ จะไม่ เหมือนการซื้อรถใหม่ พร้อมตั้งงบสำหรับการซ่อมไว้สักเท่าตัว 50,000 บาทขึ้นไป เพื่อซื้อรถยนต์มือสองมาปรับปรุง ซ่อม บำรุงให้สามารถใช้งานได้ดี หากรู้จักเลือกรถและรู้จักวิธีซ่อมอย่างถูกขั้นตอน รับรองว่าซ่อมจบ และได้รถดีไว้ใช้งานอีกนาน หลายปีแน่นอน ประหยัดเงินหลักแสนบาท เพราะบางคัน หากไม่ต้องทำสีกับเครื่องยนต์ ซื้อรถมาราคา 50,000-60,000 บาท ซ่อมอย่างดี ไม่เกิน 40,000 บาท ก็จะได้รถดีแน่นอน

ตัวอย่างรถเก๋ง Toyota ในงบประมาณ 50,000 บาท

สำหรับรถเก๋งยี่ห้อ Toyota ในงบประมาณนี้ จะมีหลายรุ่นให้เลือก แต่เนื่องจากรถยี่ห้อนี้มีค่อนข้างเยอะมาก ดังนั้นผู้เขียนก็จะ แนะนำให้พิจารณาเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มรถเก่ามากแล้ว เครื่องยนต์เป็นแบบคาร์บูเรเตอร์ รถขนาดเล็ก รถขนาดกลาง รถขนาด ใหญ่ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ที่จำเป็นจะต้องรู้ เพราะการเลือกผิดพลาด จะหมายถึงเสียเงินเปล่า เสียเวลา เสียอารมณ์

รถเก๋ง Toyota รุ่นเก่าใช้เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์

รถเหล่านี้เป็นรถรุ่นเก่ามากแล้วจริงๆ หากเป็นรถยนต์คันแรก ก็ไม่ควรซื้อ แม้จะมีราคาแสนถูกมากก็ตาม ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ เช่น

1. โตโยต้ารหัส KE ทั้งหลาย ซึ่งเก่ามากแล้ว เช่น KE20, KE30, KE70 รถเหล่านี้ใช้เครื่องยนต์ขับหลัง ใช้เพลาขับ มีเฟืองท้าย ส่วนใหญ่จะต้องติดแก๊ส แม้จะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก ไม่เกิน 1600 แต่กินน้ำมันมาก สภาพเครื่องยนต์แย่เต็มที จึงควรซื้อเพื่อ เป็นรถคันที่สอง ไว้สะสม ต้องมีที่จอดอย่างดี กันแดดกันฝน แต่ไม่เหมาะไว้ใช้ขับทุกวัน ซ่อมไม่ยาก แต่ติดแก๊สมักจะจุกจิก หากเติมน้ำมันก็จะกินน้ำมันมาก ส่วนตัวถังอาจจะผุไม่เลิก ซ่อมไม่จบ

2. รถเก๋งรุ่นเก่าของ Toyota เช่นกัน แต่ใช้เครื่องยนต์ใหญ่ 1800 cc ขึ้นไป รถเหล่านี้ ไม่ควรแตะ แม้จะมีราคาถูกก็ตาม ติดแก๊ส ก็กินแก๊สมาก ตามมาด้วยปัญหาจุกจิกกับระบบแก๊ส เช่น โตโยต้า Corona หน้าแหลม หรือรุ่นแป๊ะยิ้ม อย่าซื้อเพราะเห็นว่ารถมี ราคาถูก ซื้อมาแล้วจะเจ็บตัวแน่นอน ขายต่อก็ยาก ใช้งานทุกวันก็คงจะไม่ไหว เครื่องก็เริ่มแย่เต็มที กินแก๊ส กินน้ำมัน รถเหล่า นี้ควรเป็นรถคันที่ 2 ซื้อไว้เพื่อสะสม

3. Toyota AE80 รุ่นนี้เก่ามากแล้ว มีทั้งเครื่องยนต์ 1300 และ 1500 cc หากเป็นเครื่องเดิมๆ ก็คงจะแย่เต็มที บางคันก็ เปลี่ยนเครื่องแล้ว เครื่องยนต์เล็ก ก็ยังประหยัดน้ำมันมากกว่ารุ่นที่กล่าวมาใน 2 ข้อแรก แต่อายุที่เก่าขนาดนี้ อะไหล่บางตัวคง จะเริ่มหายากเต็มที แต่หากเป็นรถที่วางเครื่องมาใหม่แล้ว และสภาพภายนอกไม่ต้องทำสี ก็ถือว่าน่าสนใจ แต่หาข้อมูลพวกยาง ขอบกระจกต่างๆ ให้ดีเสียก่อน เป็นของแท้หรือไม่ เพราะหากไม่มีของแท้ จะมีโอกาสแตก ทำให้เกิดสนิมตามมุมกระจกบังลม หน้าและหลังได้ รถบางคันสภาพสวย ทำสีมาแล้ว แต่อาจจะไม่จบอย่างที่คิด เพราะสภาพตัวถังอาจจะเอาไม่อยู่แล้ว

4. Toyota AE92 หรือรุ่นโดเรมอน รุ่นนี้จะมีทั้งเครื่อง 1300 และ 1600 cc เครื่องยนต์คาบูเรเตอร์ และมีทั้งเครื่องหัวฉีด รุ่น GTi ถ้ายังเดิมๆ สภาพก็น่าจะแย่มากแล้ว ทั้งเครื่องยนต์ทั้งตัวถัง อาจจะมีบางคันเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ แต่รุ่นนี้น่าสนใจที่เบาะ หลังสามารถพับได้ จึงสามารถขนสิ่งของชิ้นยาวได้

5. Toyota Starlet รุ่นนี้เป็นรถขนาดเล็ก แบบ 5 ประตู เครื่องยนต์เล็ก ประหยัดน้ำมัน บางคันก็เปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วเป็นแบบ หัวฉีด เป็นรถที่มีความเอนกประสงค์ เบาะพับได้ ขนของชิ้นใหญ่ได้

รถในกลุ่มนี้แม้จะมีราคาแสนถูก แต่ก็ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี โดยเฉพาะตัวถัง หากผุแล้วการทำสีทั้งคันก็ใช่จะจบ อาจจะผุซ้ำๆ ได้อีก เมื่อจอดตากแดดตากฝน ส่วนเครื่องยนต์นั้นหากใช้เครื่องเดิม ก็มักจะติดแก๊ส เพราะกินน้ำมัน ก็ต้องศึกษาถึงปัญหา ระบบแก๊สที่จะสร้างความปวดหัวตามมาด้วยเช่นกัน ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแล้ว แนะนำให้มองข้ามไป แต่หากสนใจจริง ก็ต้องเน้นเครื่องยนต์เดิมๆ ไว้ก่อน ไม่เคยติดแก๊ส และอย่าเลือกเครื่องยนต์ใหญ่เกิน 1600 cc เพราะแค่ 1600 cc ก็กินน้ำมัน ไม่ใช่ย่อยแล้ว

รถยนต์เก๋งขนาดเล็ก ของ Toyota เครื่องยนต์หัวฉีด

รถเก๋ง Toyota ในรุ่นที่เริ่มใช้เครื่องยนต์หัวฉีด เครื่องยนต์ 1300 – 1500 cc ในรุ่นนี้ก็จะมี Toyota Soluna รุ่นแรกๆ และ Corolla รหัส 111 หรือรุ่นตูดเป็ด

1. Toyota Corolla รุ่น 3 ห่วง จะมีทั้งเครื่องยนต์ 1300 และ 1500 cc รุ่นนี้ทนทาน อะไหล่หาง่าย ติดแก๊สก็ทนเช่นกัน เป็น รุ่นที่น่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง แต่หากสมาฃิกในครอบครัวมีหลายคน ควรเลือกเครื่องยนต์ใหญ่ 1500 หรือ 1600 cc เครื่องยนต์มีทั้ง คาร์บูเรเตอร์และหัวฉีด ให้เลือกแบบหัวฉีด

2. Toyota Soluna รุ่นแรก ใช้เครื่องยนต์ 1500 cc หัวฉีด แต่ต้องเติมเบนซิน 95 จึงจะดีที่สุดหรือโซฮอลล์ 95 แต่ปัจจุบัน น้ำมันค่อนข้างแพง บางคนก็เติมโซฮอลล์ 91 เพียงแต่ต้องปรับตั้งจานจ่ายไฟให้เหมาะสม

3. Toyota Corolla DXi เครื่องยนต์ 1500 cc หัวฉีด ออกมาแทนที่รุ่น 3 ห่วง รุ่นนี้แต่งสวย วัยรุ่นนิยมนำมาแต่งกัน เป็นอีกรุ่น ที่น่าใช้ อะไหล่หาได้ง่าย

รถเก๋งขนาดเล็กของ Toyota เครื่องยนต์ประมาณ 1300 cc – 1600 cc มีตัวเลือกในท้องตลาดค่อนข้างมาก เน้นใช้งานแบบใด ก็เลือกได้ตามใจชอบ ใช้งานคนเดียวเป็นหลัก เครื่องยนต์เล็กๆ 1300 cc ก็เอาอยู่ประหยัดด้วย แต่หากมีสมาชิกหลายคนก็ เลือกเครื่องยนต์ 1500 cc หรืออาจจะข้ามไปเลือกเครื่องยนต์ 1600 cc แทนก็ได้ หากผู้โดยสารเป็นผู้ใหญ่ น้ำหนักมาก เครื่องยนต์ต้องแรง เพื่อความปลอดภัยในการเร่งแซง แต่สิ่งสำคัญก็คือ เน้นรถเดิมๆ เท่านั้น และเลือกคันที่ไม่เคยติดแก๊ส

รถยนต์เก๋งขนาดใหญ่ ของ Toyota เครื่องยนต์หัวฉีด

สำหรับรถเก๋ง Toyota งบประมาณ 50,000 บ่าท ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 1800 cc ขึ้นไป รถเครื่องยนต์ใหญ่เหล่านี้มักจะติด แก๊ส หากใช้น้ำมันคงจะไม่ไหวอย่างแน่นอน รถเหล่านี้มีราคาถูก แต่ก็ไม่แนะนำอย่างยิ่ง รถเครื่องยนต์ใหญ่แบบนี้เหมาะ สำหรับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่หลายคน และเน้นใช้รถเดินทางไกล แต่หากไว้ใช้ขับในชีวตประจำวันแล้ว ไม่ไหวแน่นอน ใช้น้ำมันก็ กินน้ำมัน ใช้แก๊สก็กินแก๊ส ตัวอย่างรถเหล่านี้

1. Toyota Camry รุ่นแรก รุ่นนี้เป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศ เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร นอกจากเครื่องยนต์ใหญ่กินน้ำมันแล้ว เรื่อง อะไหล่เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ถ้าไม่ใจรักจริงๆ ก็ไม่ควรหาเรื่องใส่ตัว อย่าเห็นแก่ของถูก

2. Toyota Corona Exsior เป็นรถเก๋งที่มีตัวถังใหญ่ ห้องโดยสารกว้าง มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง 1600 cc และ 2000 cc หาก เป็นครอบครัวใหญ่ อยากได้รถใหญ่ไว้ใช้งาน เดินทางไกลสบายๆ แต่ใช้งานไม่บ่อย ถือว่าเป็นรถที่น่าสนใจมาก แต่หากใช้งาน ทุกวัน อาจจะไม่ไหวแน่ เครื่องยนต์ใหญ่ก็กินน้ำมัน แต่เครื่องยนต์มีความทนทาน โดยเฉพาะกับการติดแก๊ส

ในงบประมาณ 50,000 บาท บวก ลบ รถเก๋งยี่ห้อ Toyota ถือว่ามีตัวเลือกเยอะกว่าค่ายอื่น และที่สำคัญ เครื่องยนต์ของ Toyota จะค่อนข้างทนแก๊ส แต่หากไม่ติดแก๊ส รถในงบประมาณนี้ จะใช้น้ำมันเบนซิน 95 หรือ โซฮอลล์ 95 จึงควรศึกษาเรื่องน้ำมัน ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะค่าน้ำมันเป็นรายจ่ายที่จะต้องจ่ายมากที่สุด มากกว่าราคารถ