ซื้อและซ่อมรถยนต์มือสอง Honda City งบ 100,000 บ.

Honda City เป็นรถเล็ก ประหยัดน้ำมันและค่าบำรุงรักษา เป็นรถตลาด ยอดนิยม ซื้อง่ายขายคล่อง ในงบประมาณ 100,000 บวกหรือลบเล็กน้อย สามารถหาซื้อรถดีๆ ไว้ใช้งานได้ สำหรับคนงบน้อย การเงิน การงานยังไม่ดีนัก ถือว่าน่าใช้มาก

งบ 100,000 บาทซื้อ Honda City รุ่นใดได้บ้าง

สำหรับงบ 100,000 บาท จะสามารถซื้อ Honda City ได้ 3 รุ่น คือ รุ่นแรกรถปี 1996 เครื่องยนต์ 1300 cc. และ รุ่นเครื่องยนต์ 1500 cc ซึ่งจะมีทั้ง Type S และ Type Z
1. Honda City รุ่นแรก ปีประมาณ 1996 เครื่องยนต์ 1300 cc มีทั้งเกียร์ธรรมดาและออโต้ ซึ่งราคาส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 50,000 บวกหรือลบ นิดหน่อย รุ่นนี้ประหยัด เหมาะสำหรับไว้ใช้งานคนเดียว หรือสมาชิกในบ้านไม่มากนัก 2-3 คน ซื้อรถในราคา 5-6 หมื่น เอาเงินที่เหลือไปซ่อมบำรุงให้ดี ซ่อมใหญ่จัดเต็ม ในงบประมาณนี้ซ่อมจบแน่นอน และจะได้รถดีไว้ใช้งานได้อีกหลายปี

2. Honda City รุ่นแรก หรือ Type S ใช้เครื่องยนต์ 1500 cc มีทั้งเกียร์ธรรมดาและออโต้ หน้าตาคล้ายกันต่างที่เครื่องยนต์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ราคามือสองอยู่ใกล้เคียงกันกับเครื่องยนต์ 1300 cc กินน้ำมันมากกว่าเล็กน้อย หากขับต่างจังหวัดบ่อยๆ หรือมีผู้โดยสารหลายคน 4-5 คน รุ่นนี้เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะการเร่งแซง การขึ้นเขา ขึ้นทางชัน ราคารถสูงกว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1300 เล็กน้อย ซื้อรถในราคา 7-8 หมื่น เอาเงินที่เหลือไปซ่อมบำรุงให้ดี ซ่อมใหญ่จัดเต็ม ก็จะใช้งานได้อีกนานหลายปี

3. Honda City Type Z ใช้เครื่องยนต์ 2 แบบ คือ 1500 cc 105 แรงม้า และ Vtec 1500 cc 115 แรงม้า โดยตัว Vtec เป็นรถแรงขับสนุกกว่าตัว 105 แรงม้า แต่รถแรงการสึกหรอก็มากกว่า หลายคันก็เกิดอุบัติเหตุ การเลือกซื้อรุ่น Vtec จึงต้องตรวจเช็คให้ละเอียด รถรุ่นนี้บางคันอาจจะมีรถที่ราคา 6-8 หมื่นบาท แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติกับรถเหล่านี้ ต้องตรวจสอบให้ดี อย่าเห็นแก่ของถูก รุ่นนี้ขณะนี้ (พ.ค. 2560) ราคาอยู่ตั้งแต่ 8-9 หมื่นบาทถึงแสนต้นๆ การซื้อรุ่นนี้ จะได้รถที่สดกว่าทั้ง 2 รุ่นที่ได้กล่าวไป แต่งบจะบานปลายเกิน 100,000 บาท อาจจะจบที่ 130,000-150,000 บาท

อัตราการบริโภคน้ำมัน

ส่วนอัตราบริโภคน้ำมันก็ใกล้เคียงกันกับตัว 1500 cc Honda City ใช้กับเบนซิน 91 แต่ปัจจุบันไม่มีขายแล้ว ก็สามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ได้เช่นกัน โดยมีอัตราบริโภคน้ำมันประมาณ 9-18 กิโลเมตรต่อลิตร ขึ้นอยู่กับความเร็ว สภาพเครื่องยนต์ จำนวนผู้โดยสาร สภาพการจราจร ขนาดล้อและยาง สภาพถนน ระบบเกียร์ เกียร์ออโต้กินน้ำมันมากกว่า

อัตราบริโภคน้ำมันกับการใช้งานรถในเมือง

การใช้งานในเมือง ติดไฟแดงบ้าง ต้องชะลอรถหรือหยุดรถบ่อยๆ ทำให้เปลืองน้ำมัน ซึ่งรุ่นนี้จะกินน้ำมันในเมืองอยู่ประมาณ 9-12 กิโลเมตรต่อลิตร เครื่อง 1300 จะประหยัดน้ำมันมากกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร จำนวนผู้โดยสาร รถเล็กหากบรรทุกเต็มคัน ก็จะกินน้ำมันมากขึ้น โดยรุ่นเครื่อง 1500 cc จะอยู่ที่ 9-10 กิโลเมตรต่อลิตร ขึ้นไป

อัตราบริโภคน้ำมันกับการใช้งานต่างจังหวัด

การใช้งานนอกเมือง ขับยาวๆ ถนนโล่งๆ ไม่มีไฟแดง รถไม่ติด ในความเร็วไม่เกิน 100 รุ่นเครื่อง 1300 cc อาจจะประหยัดได้เกิน 18 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว แต่หากโดยสารเต็มคันจะกินน้ำมันมาก เพราะเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก โดยเฉพาะการชลอหรือหยุดติดไฟแดงบ่อยๆ ผู้โดยสารเต็มคันจะกินน้ำมันมาก ยิ่งขึ้นทางชัน ขึ้นเขา ขึ้นห้างจะยิ่งกินน้ำมันมาก ส่วนรุ่น 1500 cc ทั้งเครื่องธรรมดาและ Vtec จะกินน้ำมันประมาณ 13-15 กิโลเมตรต่อลิตร

สมรรถนะรถและการใช้งาน

Honda City เป็นรถขนาดเล็ก ความสะดวกสบายในการโดยสารขณะเดินทางเหมาะสำหรับ 4 ที่นั่ง หากมีผู้โดยสารเต็มคัน ก็จะไม่สบายนัก โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 1300 cc การเดินทางไกล การเร่งแซง ไม่สามารถใช้ความเร็วได้ปรู๊ดปร๊าดเหมือนรถเครื่องยนต์ใหญ่ การขับรถขึ้นก็เช่นกัน

สำหรับ Honda City รุ่น Vtec รุ่นนี้ให้ความมั่นใจในการเร่งแซงแม้จะมีผู้โดยสารเต็มคัน อย่างการขับต่างจังหวัด ต้องแซงรถ 10 ล้อที่ขับตามๆ กันยาวเหยียด รถเครื่องเล็กอย่าง 1300 cc ลำบากมาก อันตรายหากแซงไม่พ้น เครื่อง 1500 ธรรมดาก็แรงขึ้นอีกหน่อ ส่วน Vtec จะแรงกว่า

ผู้เขียนเคยใช้ตั้งแต่ป้ายแดง ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 190 กว่าๆ เคยทดลองอยู่ 2-3 ครั้ง แต่ต้องเป็นรถที่แต่งสเกิ๊ร์ตรอบคัน ไม่เช่นนั้นอันตราย หน้าจะเชิด แต่สภาพดีน่า จะหายาก รถขับสนุก เครื่องช่วงล่างใช้งานหนักกว่าปกติ ในป้ายแดง น้ำมันเต็ม ถังเคยวิ่งได้เกิน 700 กิโลเมตร ความเร็ว 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ค่าใช้จ่ายในการใช้รถ ซ่อมบำรุง ดูแล

Honda city เป็นรถเล็ก ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังตั้งตัว แต่การซื้อรถแม้จะสามารถหาได้ในราคาประมาณ 100,000 บาท ก็ตาม แต่ก็ต้องเตรียมเงินไว้สำหรับการซ่อมบำรุงชุดใหญ่อาจจะไม่น้อยกว่า 50,000-100,000 บาทเช่นกัน เพื่อให้รถมีความสมบูรณ์มากที่สุด สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงรถใหม่ ขับไปไหน ไม่ต้องกลัวเสียข้างทาง
รถ Honda City เหมาะกับใครบ้าง

Honda City ในงบ 100,000 บาท เป็นรถเล็ก ประหยัดจึงเหมาะสำหรับทุกคน ทุกบ้าน ที่การเงินการงานยังไม่มั่นคงนัก กำลังตั้งตัว รถเล็กๆ แบบนี้ควรมีติดบ้าน โดยเฉพาะหากเป็นรถคันแรกในบ้าน ควรเป็นรถประหยัดน้ำมัน ส่วนรถในแบบที่ชอบ และอยากได้ ควรเป็นคันที่ 2 ในบ้าน การใช้รถที่ประหยัดค่าใช้จ่าย จะใช้รถได้อย่างสบายใจ สบายกระเป๋า มากกว่า
เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อรถรุ่นนี้

Honda CIty ตัวแรก แม้จะเก่ามากแล้ว อายุประมาณ 20 ปี แต่ก็ยังหารถที่สภาพดีได้ ที่ยังใช้งานไม่มาก โดยเฉพาะรถในต่างจังหวัด ซึ่งแม้จะมีเลขไมล์มากเกิน 300,000 กิโลเมตร แต่การใช้งานในต่างจังหวัด รถไม่ติด เครื่องยนต์ไม่ช้ำเหมือนรถในเมือง แต่ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ 1300 เกียร์ออโต้จะยิ่งอืด ขับทางไกล การแซง การขับรถขึ้นเขาลงเขา มีปัญหาแน่นอน ถ้าสมาชิกในบ้านมีหลายคนก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้ แต่หากเน้นใช้งานคนเดียว รุ่นนี้ประหยัด

รถรุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับการใช้งานคนเดียวหรือสมาชิกในบ้าน 2-3 คัน เครื่องยนต์เอาอยู่แน่นอน ไม่เช่นนั้นก็ต้องเลือกซื้อรุ่นเครื่องยนต์ 1500 cc ซึ่งกินน้ำมันมากกว่าเล็กน้อย แต่ได้แรงมากขึ้น เร่งแซงมั่นใจ รถเลขไมล์ 4 แสนกว่า ก็ยังเคยเอาไปขึ้นภูชี้ฟ้า ดอยตุงกันมาแล้ว ไม่มีปัญหา ถ้าดูแลดี รุ่นนี้เครื่องยนต์ทนทานติดแก๊สก็ยังใช้งานได้หลักแสนกิโลเมตร

ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 1500 Vtec เป็นรถแรง ขับสนุกว่า ดังนั้น เครื่องยนต์และช่วงล่างจะโทรมกว่าแน่นอน มีโอกาสเสียค่าซ่อมแพงกว่า ในขณะที่การกินน้ำมันก็ใกล้เคียงเครื่องยนต์ 1500 cc ตัวเครื่องธรรมดา ถ้าสามารถหารถดีได้ แนะนำตัวนี้ เพราะมีกำลังเหลือเฟือสำหรับการเร่งแซง แม้จะบรรทุกเต็มคัน

ขั้นตอนการเลือกรถและการซ่อมบำรุง ปฏิบัติแบบเดียวกันกับการซื้อรถ Honda City ในงบประมาณ 50,000 บาท เพียงแต่อาจจะมีสิ่งที่จะต้องเพิ่มเติม เช่น Honda City Type Z เครื่อง Vtec จำเป็นจะต้องตรวจสอบช่วงล่างและเครื่องยนต์ให้ดี เพราะรุ่นนี้เครื่องแรง ขับสนุก รถอุบัติเหตุจึงมีไม่น้อยเหมือนกัน

สรุป

Honda City รถมือสองขนาดเล็ก เป็นรถตลาด ยอดนิยม ในงบ 100,000 สามารถหาซื้อได้ แต่ส่วนใหญ่ซื้อมาแล้วก็ต้องซ่อมใหญ่อีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้น เพื่อให้รถสมบูรณ์รองรับการใช้งานไปอีกหลายปี ก็ถือว่าคุ้มมาก เช่น
1. ในงบ 100,000 อาจจะซื้อรถในราคาประมาณ ไม่เกิน 60,000 แล้วเอาเงินที่เหลือไปซ่อมบำรุงเช่น ทำเครื่องยนต์ แอร์ หม้อน้ำ ช่วงล่าง แบตเตอรี่ ซึ่งจะต้องใช้เงินกับการซ่อมใหญ่ประมาณ 30,000-50,000 บาท จบแน่นอน หากเน้นประหยัด และขับคนเดียว สไตล์คนแก่ขับเรื่อยๆ ไม่รีบ รุ่นเครื่องยนต์ 1300 ก็น่าสนใจกว่า อะไหล่ยังหาได้
2. ในงบที่มากขึ้นอาจจะ 70,000 บาท ขึ้นไป สำหรับรถรุ่นเครื่อง 1500 cc หรือ Type S ก็จะมีค่าซ่อมอีกประมาณ 30,000-50,000 อาจจะมีเกิน 100,000 บาทไปเล็กน้อย
3. หากซื้อรถในราคาใกล้เคียง 100,000 บาท ซึ่งจะเป็น Honda City Type Z เช่น 95,000 หรืออาจจะแสนบาทต้นๆ ก็จะต้องเตรียมเงินไว้ประมาณ 30,000 – 50,000 บาทเช่นกันไว้สำหรับซ่อมใหญ่ งบก็จะเกิน 100,000 เพื่อให้ใช้งานได้นานๆ เดิมๆ เกียร์ธรรมดา ด้วยแล้วยิ่งใช้งานอย่างสบายใจ เสียที่ไหน ก็ลากได้ รถเก่าใช้เกียร์ออโต้เป็นเรื่องดี สบายเวลาขับ แต่หากมีปัญหานี่แหละ เรื่องใหญ่ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลการซ่อมเกียร์ออโต้ของรุ่นนี้เสียก่อน

4. หากโชคดีได้รถที่เจ้าของดูแลดี การซื้อรถในราคา 100,000 ไม่เกินนี้ ก็มีโอกาสได้รถดี มีค่าใช้จ่ายพื้นฐานเท่านั้น ตามระยะทางการใช้งาน เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ยาง แบตเตอรี่ เป็นต้น

หากมีงบมากพอ ควรเลือกรุ่น Type Z แนะนำรุ่น Vtec แต่ราคาสูงกว่า ใกล้เคียง 100,000 เพราะจะได้รถดีเช่น ตัวถังดี สีดีกว่า ประหยัดเงินหลักหมื่นไม่ต้องทำสี และซ่อมใหญ่อีกประมาณ 30,000 – 50,000 บาท ก็จบแน่นอน ได้รถดีไว้ใช้งานยาวๆ อีกหลายปี ซึ่งราคารถจะค่อยๆ ตกลงเรื่อยๆ หากยังสามารถรักษาสภาพรถได้ดี อีกหลายปีข้างหน้าก็ขายได้สบายๆ ที่ 50,000- 80,000 บาท ซึ่งรถทุกประเภทราคาจะตกลง และราคาจะหยุดอยู่ประมาณนี้ ดังนั้นจะขาดทุนน้อยมาก ในขณะที่รถใหม่ ซื้อหลักแสน ขาดทุนก็หลักแสน

รถทุกคันจะต้องขายเมื่อถึงเวลา การเลือกซื้อรถเหล่านี้ อย่าใช้อารมณ์ ต้องใช้เหตุผลล้วนๆ เลือกประเภทรถ สีรถ และคุณสมบัติอื่นๆ ต้องเผื่อขายต่อด้วย แล้วจะใช้งานอย่างสบายใจ อาจจะไม่มีความสุข ก็รอให้การงาน การเงินมั่นคงเสียก่อน คราวนี้จะใช้รถแบบไหนก็ตามสะดวก

850 850