การซื้อ รถเก๋งมือสองราคาประมาณ 30,000 บาท ควรรู้อะไรบ้าง?

หัวข้อนี้จะแนะนำการดูรถมือสองราคาถูกประมาณ 30,000 บาท อย่างละเอียด ทั้งการเลือกซื้อ คุณสมบัติของรถ การซ่อมบำรุง การใช้งานหลังการซ่อมบำรุง การใช้งานในขีวิตประจำวัน แม้รถจะมีอายุมาก แต่หากซื้อเป็นซ่อมเป็นก็ช่วยประหยัดเงินหลักแสนบาทเลยทีเดียว

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับรถเก๋งมือสองราคาประมาณ 30,000

A. รายจ่ายค่าซ่อมบำรุงรออยู่หลักหมื่นบาทถึงหลักแสน

ก่อนจะซื้อรถมือสองราคาถูกในราคาประมาณนี้ เรื่องสำคัญมากที่จะต้องรู้ก็คือ ไม่ว่าคุณจะซื้อรถในราคาตั้งแต่ได้ฟรีจนถึง 30,000 บาทก็ตาม แต่ค่าซ่อมบำรุงจะว่ากันที่หลักหมื่นบาทขึ้นไป อย่าคิดว่าซื้อถูกแล้วจบ ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรตามมาแล้ว มันไม่ใช่แบบนั้น จากประสบการณ์ส่วนตัวในการเล่นรถเหล่านี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่รออยู่ ซึ่งจะเป็นค่าซ่อมจะไม่น้อยกว่า 50,000 บาท

B. โอกาสได้รถดี ไม่ต้องซ่อมน้อยมาก

โอกาสที่จะได้รถดี เจ้าของซ่อมมาอย่างดี แทบไม่มีค่าซ่อมอะไรเลย เป็นเรื่องที่หาได้ยากมาก ส่วนใหญ่มักจะมีรายจ่ายรออยู่แล้วหลักหมื่น

C. รถเหล่านี้อายุเกิน 25 ปีขึ้นไป

รถรุ่นเก่าเหล่านี้ อายุมากแล้ว เครื่องยนต์ก็แย่เต็มที ส่วนใหญ่อายุเกิน 25 ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 30 ปี ขึ้นไป ถ้าไม่ใช่รถตลาด อะไหล่จะหายากมาก

D. ราคาขายต่อ

รถทุกคันต้องขาย เพราะคนเรา ก็จะมีการงานที่ดีขึ้น หรือมีโอกาสหาเงินได้มากขึ้น จึงมีโอกาสเปลี่ยนรถใหม่ ดังนั้นรถเก่าเหล่านี้ จึงอาจจะใช้งานเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น แล้วก็ต้องขาย การซื้อรถเล็กเครื่องยนต์เล็กๆ รถตลาด จะซื้อง่ายขายง่าย เช่น Toyota CorollaAE80 (ปากฉลาม), Toyota Corolla AE92 (โดเรมอน), Honda Civic, Nissan Sentra ส่วนรถที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เรื่องขายต่อต้องทำใจ รักเจ้าของมาก ขายยาก

E. รถราคาประมาณ 30,000 ใช้เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์

สำหรับรถเก๋งมือสองที่ลงประกาศซื้อขายกันในท้องตลาดราคาประมาณ 30,000 บาทนั้น ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบคาร์บูเรเตอร์ ซึ่งกินน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์หัวฉีด และอาจจะมีปัญหากับการใช้งานน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมติดแก๊สเพราะกินน้ำมัน การติดแก๊ส บางคันอาจจะมีปัญหากับวาล์วและระบบไฟฟ้าของรถยนต์ เครื่องยนต์แบบคาร์บูเรเตอร์กับรถอายุขนาดนี้ก็เริ่มจะไม่ไหวกันแล้ว

รถเก๋งมือสองราคาถูกไม่เกิน 30,000 บาท มีรถอะไรบ้าง

รถมือสองเหล่านี้มีลงประกาศขายมากมายในเน็ต ผู้เขียนชอบไปดูที่ kaidee.com ตัวเลือกเยอะดี เว็บนี้ใช้งานง่าย ตัวอย่างรถประเภทต่างๆ การแบ่งรุ่นของรถ ผู้เขียนแบ่งเอง ตามความสะดวกในการอธิบายประกอบบทความเท่านั้น

A. รถใหญ่เครื่องโต

รถยนต์เหล่านี้จะเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่ ประมาณ 1800-2000 cc ขึ้นไป โดยจะมีอัตรากินน้ำมันประมาณ 6

กิโลเมตรต่อลิตรหรือน้อยกว่านี้ และต้องใช้กับน้ำมันเบนซิน 95 เป็นส่วนใหญ่ ราคาน้ำมันในท้องตลาดขณะนี้ ประมาณลิตรละ 34.56 ค่าใช้จ่ายต่อระยะทาง 1 กิโลเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 34.56 หาร 6 = 5.7 บาท การติดแก๊สแม้จะประหยัด แต่ก็ต้องการการดูแลที่มากขึ้น อาจจะมีปัญหากับระบบไฟฟ้า รถทุกคันไม่ว่าจะเก่าหรือไม่ ซื้อมาแล้ว ก็ต้องขาย เครื่องใหญ่เครื่องยนต์ใหญ่ ราคาถูก ขายยาก และถูกกดราคา เวลาใช้งานก็มีค่าใช้จ่ายสูง

นี่คือเรื่องสำคัญที่จะต้องรู้ แต่หากมีเงินหนา ไม่มีปัญหากับค่าน้ำมัน รถเหล่านี้น่าใช้มาก แรง ช่วงล่างดีตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ เช่น
Honda Accord, Toyota Corona, Peugeot 305, 504, 505, 406, Mazda Cronos, Mitsubishi Galant, Nissan Bluebird,

Chrysler Neon, Volvo, Seat, Renault, Mazda Lantis เป็นต้น

B. รถเก๋งขนาดกลาง

รถเหล่านี้เครื่องยนต์จะอยู่ประมาณ 1500-1600 CC ด้วยสภาพเครื่องที่เก่ามากแล้ว จะมีอัตรากินน้ำมันประมาณ 8 กิโลเมตรต่อลิตรขึ้นไป ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ สมาชิกหลายคน 4-5 คน กำลังเครื่อง ก็มากพอสำหรับการเดินทางไกลการเร่งแซง เป็นรถที่ซื้อง่ายขายง่ายกว่า รถใหญ่

ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ เช่น
Honda Civic, Toyota Corolla, Hyun Dai Elantra, Mitsubishi Lancer, Nissan Sunny, Ford Laser เป็นต้น

C. รถขนาดเล็ก

รถยนต์เหล่านี้เครื่องยนต์เล็กกว่า 1500 cc หรือน้อยกว่านี้ อัตรากินน้ำมันยังทำได้สบายประมาณ 10 กิโลเมตรต่อลิตรขึ้นไป เครื่องยนต์มีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการใช้งานคนเดียว หรือไม่เกิน 1-3 คน ด้วยอายุรถและสภาพเครื่องยนต์ที่เก่ามากแล้ว คงจะไม่ไหวแน่หากบรรทุกเต็มคัน แต่รถเหล่านี้ซื้อง่ายขายคล่อง
ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ เช่น
Suzuki Swift, Toyota Corolla ae80, Toyota Corolla โดเรมอน เครื่องยนต์ 1300 cc, Dihutsu Charade

เครื่องยนต์ในรถเก๋งมือสองไม่เกิน 30,000

A. เครื่องยนต์เบนซิน

รถอายุไม่เกิน 30,000 แทบจะทั้งหมด จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน เครื่อง ยนต์คาบูเรเตอร์ ใช้น้ำมันเบนซิน 95 ถึงจะดีต่อเครื่องยนต์

การหารุ่นที่ยังไม่เคยติดแก๊สจะดีกว่า การซ่อมบำรุงจะทำได้ง่ายกว่ารถติดแก๊ส ซึ่งน่าจะหายากพอสมควร

B. เครื่องยนต์เบนซิน + ติดแก็ส

ช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงมากประมาณ 45 บาท ต่อลิตร และหลายปั๊มหยุดขายเบนซิน 95 ทำให้เจ้าของรถยนต์เก่าเหล่านี้ต้องนำไปติดแก๊ส รถส่วนใหญ่จึงติดแก๊ส ข้อเสียก็คือ เครื่องยนต์จะสึกหรอเร็วกว่า บางคันชิ้นส่วนมีปัญหา ต้องใช้แก๊สได้อย่างเดียว หากต้องการติดแก๊ส ควรหารถที่ไม่เคยติดแก๊สจะดีกว่า แล้วนำมาติดตั้งเอง

C. เครื่องยนต์ดีเซล

รถเก๋งมือสองราคาถูกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในราคาประมาณนี้ มีในท้อง ตลาดน้อยมาก และส่วนใหญ่จะเป็นการเปลี่ยนเครื่องเอง โดยจะเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น Toyota Crown ข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซล ก็คือ ไม่จุกจิก และน้ำมันก็ไม่ปรับตัวสูงมาก อัตรากินน้ำมันให้ดูจากเครื่องยนต์ที่ได้เปลี่ยนใหม่ ซึ่งรถเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ต้องวางเครื่องดีเซลขนาดใหญ่ ค่อน ข้างกินน้ำมัน ต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อมาใช้งาน

D. สภาพเครื่องยนต์ในรถยนต์เหล่านี้

เครื่องยนต์ในรถเก๋งที่มีอายุประมาณ 30 ปี เหล่านี้ บอกได้คำเดียวเลยว่า แย่เต็มที แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูว่า เจ้าของซ่อมบำรุงดีหรือไม่ รถติดแก๊ส เครื่องจะสึกหรอเร็วกว่า แต่รถหลายคันก็เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่แล้ว หากโชคดีได้รุ่นที่วางเครื่องหัวฉีด ก็จะถือว่าโชคดี แต่สิ่งสำคัญก็คือขนาดของเครื่องยนต์ อย่าซื้อรุ่นที่วางเครื่องขนาดใหญ่เกิน 1600 cc พวกเครื่อง J ทั้งหลาย ต้องหลบไปไกลๆ

รถยนต์ใหญ่ เครื่องใหญ่ กินน้ำมันมาก ต้องติดแก๊สก็กินแก๊สมากเช่นกัน ต้องเติมทั้งน้ำมันทั้งแก๊ส อีกทั้งค่าใช้จ่าย ค่าอะไหล่ ก็แพงกว่าเช่นกัน อาจจะมีปัญหาซื้อรถแต่ไม่มีปัญญาซ่อม จะเสียเงินเปล่าๆ เอารถมาจอดทิ้ง ทำอะไรไม่ได้

รถเก๋งมือสองราคา 30,000 บาท เหมาะกับใครบ้าง

รถเหล่านี้อายุมากแล้ว การหารถดีๆ ยากมาก คนที่จะซื้อจึงต้องเป็คนที่มีความรู้ มีความเข้าใจเกี่ยวกับรถพอสมควร

A. คนทำรถ แต่งรถ ปั้นรถ ที่มีความรู้เรื่องรถ

สำหรับคนที่มีความรู้เรื่องรถอย่างดี รู้จักคุณสมบัติของรถมือสอง และรู้ว่าจะต้องซ่อมอย่างไร ให้จบ เน้นลงทุนซื้อรถและสามารถใช้งานได้นานๆ

ตัวอย่าง สมมุติว่า ถ้าผู้เขียนจะเล่นรถแบบนี้ สักคัน รุ่นที่จะเลือกก็คือ Honda Civic หรือ Toyota รุ่นโดเรม่อน หรือ Corolla เพราะเป็นรุ่นยอดนิยม อะไหล่ ยังหาได้ไม่ยาก เครื่องยนต์ก็ยังมีรองรับ หารุ่นอื่นมาวางได้ไม่ยาก อาจจะซื้อในงบไม่ถึง 30,000 รวมค่าซ่อมอีกประมาณ 70,000 รวมทั้งหมด ไม่เกิน 100,000 บาท แต่ได้รถดีใช้งานได้อีกหลายปี ก็ถือว่าคุ้มมาก

B. นักสะสมรถ

มีรถเก่าหลายรุ่นในราคาไม่เกิน 30,000 ที่เป็นรถเก่า คลาสิก และหลายคนก็ชอบสะสม ซึ่งก็ควรเป็นรถคันที่ 2 เพราะหลายคันนั้นอะไหล่หายากแล้ว ไม่คุ้มซ่อม และต้องมีที่จอดรถ กันแดดกันฝน เพราะไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสผุได้ ไม่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

C. รถยนต์คันที่ 2 ในบ้าน

รถยนต์มือสองในราคาประมาณนี้ หากไม่ใช่รถตลาด ยี่ห้อยอดนิยม อย่าง Honda หรือ Toyota ก็ควรเป็นคันที่ 2 ในบ้าน เพราะหากเสียหรือมีปัญหา จะลำบากเรื่องการหาอะไล่ หรือค่าซ่อม การหาอู่ก็ต้องหาอู่เฉพาะทาง อย่าง Peugeot, Fiat, หรือรถยนต์เครื่องใหญ่อย่าง Honda Accord รถเหล่านี้สมรรถนะดี ขับทางไกลนั่งสบาย แม้จะต้องแลกกับค่าใช้จ่ายที่สูง ไม่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขแน่นอน สำหรับคนมีรายได้น้อย

D. คนที่มีเวลาซ่อม หาอะไหล่ มีเงิน และชอบทำรถ

การเล่นรถเก่าหากเป็นรถตลาด ยี่ห้อยอดนิยม อะไหล่หาไม่ยาก หากมีงบมากพอ ซ่อมทีเดียวให้จบเลย ก็จะไม่ต้องวุ่นวายเรื่องอะไหล่ดูแลเหมือนรถใหม่ธรรมดาทั่วไป ถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนกรองอากาศ ยาง แบตเตอรี่ เป็นต้น

รถเก๋งมือสองราคาถูกไม่เกิน 30,000 บาท ไม่เหมาะกับใคร

รถยนต์มือสองเหล่านี้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติดังนี้

A. ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องรถมือสอง

รถมือสองราคาประมาณนี้ ซื้อมาแล้วต้องซ่อมบำรุงชุดใหญ่พอสมควร เพื่อให้สามารถใช้งานได้ดี ใกล้เคียงรถใหม่ เช่น เปลี่ยนยาง โช้คลูกหมากต่างๆ แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า ล้างหม้อน้ำ เปลี่ยสายพานต่างๆ ปั๊มน้ำ วาล์วน้ำ ทำแอร์ ซึ่งจะมีรายจ่ายอีกหลายหมื่นบาทแพงกว่าราคารถ

B. เป็นรถคันแรก

ถ้าเป็นรถคันแรก เป็นมือใหม่เพิ่งจะใช้รถยนต์เป็นคันแรก รถยนต์มือสอง ต้องเป็นรถตลาด ยอดนิยม และต้องมีเงินซ่อมบำรุงอย่างเต็มที่ ขับไปซ่อมไป จะสร้างความปวดหัวอย่างมาก และเสียเวลาด้วย

C. มีรายได้ไม่มากนัก

รถมือสองในราคาไม่เกิน 30,000 ซื้อมาแล้วต้องซ่อมบำรุง หากเงินไม่ถึง ขับไปซ่อมไป เหนื่อยแน่นอน เพราะราคาค่าซ่อมจะแพงกว่าราคารถ นี่คือความจริงที่ต้องรู้ หากมีเงินจำกัด รายได้ไม่มาก อย่ายุ่งกับรถยนต์ อย่าคิดว่าราคาใกล้เคียงรถจักรยานยนต์ จึงซื้อรถยนต์คิดแบบนี้ไม่ถูกต้อง

D. ไม่ชอบศึกษาหาความรู้ เพื่อซ่อมเอง

เล่นรถเก่า ต้องศึกษาหาความรู้ แต่ก็มีทางลัด ด้วยการเข้าชมรม หรือซ่อมใหญ่ครั้งเดียวให้จบ ปัญหาต่างๆ ก็ไม่มารบกวนอย่างแน่นอนแต่การศึกษาหาความรู้ก็จำเป็น ป้องกันโดนฟันทั้งค่าอะไหล่และค่าแรง แต่ทุกวันนี้ ข้อมูลราคาอะไหล่ และค่าซ่อมสามารถหาจากเน็ตได้ เพราะรถทุกยี่ห้อต่างก็มีชมรม มีกลุ่มที่สามารถหาข้อมูลได้ไม่ยาก

เรื่องต้องรู้ในการเลือกซื้อรถมือสองราคาไม่เกิน 30,000

เมื่อตัดสินใจว่าจะซื่อรถในงบประมาณนี้ นี่คือเรื่องที่จะต้องรู้ และปฏิบัติไปตามลำดับ เช่น

A. หาข้อมูลอะไหล่ก่อนซื้อรถ

สิ่งสำคัญก็คือ การหาข้อมูลอะไหล่ แหล่งอะไหล่ อาจจะค้นหาในเน็ต หรือสอบถามร้านอะไหล่ในจังหวัด หรือร้านอะไหล่ใหญ่ๆ อย่างสระบุรีอะไหล่ ก็ได้ ลองค้นหาข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ผ่านเน็ต ซึ่งสามารถแฟกซ์หรืออีเมล์ไปสอบถามได้ ว่าอะไหล่ของรถรุ่นที่ต้องการนั้นมีขายหรือไม่

B. หาข้อมูลชมรม คลับ กลุ่มผู้ใช้งานรถดังกล่าว

รถเก่าเหล่านี้จะมีชมรมหรือคลับ ซึ่งในชมรม นอกจากจะมีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับรถแล้ว ก็ยังมีอะไหล่ที่สามารถซื้อหาได้ในราคาถูกกว่าตามร้าน ก่อนจะซื้อรถรุ่นใดก็ตาม ต้องหาข้อมูลก่อน

C. ซื้อรถตลาด ยี่ห้อและรุ่นยอดนิยมเท่านั้น

การใช้รถเก่าปัญหาเรื่องการซ่อม หากเป็นรถตลาดได้อะไหล่แท้ ซ่อมแล้วจบแน่นอน ไม่เสียเวลาซ่อมซ้ำซาก อย่างรถยี่ห้อไม่นิยม รถมีน้อย อะไหล่หายาก อาจจะถอดมาจากซากรถ แล้วนำมาเวียนใช้กัน อย่างบรรดารถคลาสสิกทั้งหลาย ผู้เขียนเคยใช้บางรุ่น ซ่อมอย่างไร

ก็ไม่จบ เพราะอะไหล่เป็นของเก่า เวียนมาใช้ มันก็ซ่อมไม่จบ แต่หากเป็นอะไหล่ใหม่ คุณภาพก็จะไม่ต่างจากรถใหม่ ซ่อมแล้วจบ ใช้กันยาวๆ ไปเลย

ขั้นตอนการซ่อมรถเก๋งมือสองราคาถูกไม่เกิน 30,000 บาท

เมื่อได้รถมาแล้ว ขั้นตอนการซ่อมก็ไม่ยาก เช่น

A. ต้องซื้ออะไหล่เอง

อะไหล่ต่างๆ ต้องซื้อเอง และต้องร้านอะไหล่ใหญ่เท่านั้น ซึ่งจะสามารถคืนได้ หากไม่ใช้ อย่าให้ทางอู่ซื้อเพราะจะบวกเพิ่มราคาเข้าไปอีก

เท่าตัวเลยทีเดียว ลองสอบถามร้านอะไหล่ในจังหวัดหรือติดต่อ สระบุรีอะไหล่ มีบริการส่งหลายช่องทาง

B. หาอู่เฉพาะสำหรับรถรุ่นนั้น

หากเป็นรถตลาด อู่ไหนก็ได้ ไม่ใช่ปัญหา แต่หากเป็นรถบางยี่ห้อ อย่าง Peugeot ต้องเข้าอู่เฉพาะเท่านั้น จะไม่เสียเวลาหาอะไหล่ แต่หากเป็นอู่ทั่วไป จะเสียเวลา และมักจะคิดค่าแรงแพงกว่าด้วย

การเลือกอู่เล็กๆ มีช่างไม่กี่คน ก็จะมีรายจ่ายน้อยกว่า เพราะค่าใช้จ่ายน้อย ก็จะไม่คิดค่าแรงแพงมาก อย่างอู่ที่ผู้เขียนใช้ประจำ ถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนกรองอากาศ เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง ซื้ออะไหล่ไปเอง คิดค่าแรง 50 บาท ทำไปได้ แต่บางอู่เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ค่าอะไหล่ 360 ค่าแรง 200 ทำไปได้ เพราะเจ้าของไม่ได้ทำเอง จ้างคนอื่นทำ ก็ต้องคิดค่าแรง ค่าอะไหล่แพง

C. ซ่อมรถให้อยู่ในสภาพเดิม มาตรฐานเท่านั้น

การซ่อมบำรุง ให้ซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมๆ เหมือนรถมาตรฐานจากโรงงานเท่านั้น แม็ก ยาง อะไหล่ ชิ้นส่วนต่างๆ อย่าดัดแปลง เพราะเวลาเสียจะหาอะไหล่ยาก เน้นเดิมๆ เวลาเสียหาอะไหล่ง่าย และรถเดิมๆ ก็ขายต่อง่ายเช่นกัน อย่างบางคน เปลี่ยนแม็ก ได้จากนอกมี 4วง เกิดไปชนฟุตบาท แม็ก แตก ก็ต้องเปลี่ยนยกชุด แต่หากใช้กระทะล้อธรรมดา ก็จะสามารถหาอะไหล่ได้ง่ายกว่า

การซ่อมบำรุงนั้นต้องทำเป็นจุด เช่น เครื่องยนต์ ช่วงล่าง แอร์ อย่าขับไปซ่อมไปจะเสียเวลามากรถเดิมๆ มาตรฐานซ่อมง่าย ดูแลง่าย รถเหล่านี้อายุมาก อะไหล่ก็หายากอยู่แล้ว จะไปสร้างความยุ่งยากให้ตัวเองไปอีกทำไม ชิมิ

D. จดบันทึกข้อมูลการซ่อม

เรื่องนี้สำคัญที่ต้องจดบันทึกการซ่อมบำรุงให้ละเอียด ซึ่งจะเป็นประโยชน์เวลาที่ต้องการตรวจสอบรายการซ่อม และเวลาขายต่อ จะเป็นข้อมูลที่ดีที่จะช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่าย เพราะรู้ว่า เราได้ทำอะไรกับรถไปบ้าง แถมสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าปกติเช่นกัน

การใช้งานรถในชีวิตประจำวัน

การใช้งานรถในชีวิตประจำวันนั้น หากเครื่องยนต์ยังเป็นเครื่องเก่าเดิมๆ ติดรถ เครื่องยนต์เล็ก ประหยัดน้ำมัน ไม่ต้องติดแก๊ส ปัญหา

จุกจิกจะน้อยลง การถ่ายน้ำมันเครื่องให้เร็วกว่าปกติ เช่น 5,000-7,000 กิโลเมตร ก็จะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ได้อีก และก็ต้องขับ

แบบค่อยเป็นค่อยไป รถในลักษณะนี้ใช้ในชีวิตประจำวัน ขับไปทำงานทุกวันได้

แต่หากเลือกรถใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมันจะไม่สามารถใช้ในชีวิต ประจำวันได้ มีค่าใช้จ่ายสูง ติดแก๊ส ก็กินแก๊ส ตามมาด้วยปัญหาจุกจิกต้องดูแล

รถเก่าเหล่านี้เมื่อซื้อมาแล้วควรมีที่จอดรถที่กันแดด กันฝนได้ เพราะส่วนใหญ่จะทำสีใหม่ อาจจะหลายรอบแล้ว การจอดตากแดดตากฝนไม่ดีแน่นอน การใช้งานทุกวันเป็นเรื่องจำเป็น หากยังมีกลิ่นเครื่องยนต์ หนูก็จะไม่เข้าไปทำรัง ซึ่งอาจจะกัดสายไฟ

สรุป

การซื้อรถมือสองราคาถูกประมาณ 30,000 บาท รถเหล่านี้สามารถใช้งานได้จริง แต่ไม่ใช่จบที่งบ 30,000 แต่ซื้อมาแล้ว ต้องซ่อมบำรุงอย่างดี จัดใหญ่ ชุดใหญ่ ต้องเป็นรถตลาด อะไหล่ก็ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ก็รับรองได้เลยว่า ใช้ดี ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ในงบรวมทั้งหมดจบที่ 100,000 ก็ได้รถดีใช้งานได้อีกหลายปีเลยทีเดียว ประหยัดเงินหลายแสนบาท เมื่อเทียบกับการซื้อรถใหม่

รถมือสองในราคาประมาณ 30,000 หลายคันสามารถใช้งานได้ตามปกติ มีสภาพไม่สมบูรณ์แต่ก็สามารถขับได้ อาจจะขับไปซ่อมไปหากยังไม่มีค่าซ่อมชุดใหญ่ แต่กรณีนี้ไม่ควรเลือกรถติดแก๊ส เพราะมีโอกาสสร้างปัญหาให้เสียเงิน ถ้าเน้นรถเดิมๆ แม้จะใช้เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ แต่ก็ไม่สร้างปัญหา เพราะตอนนี้ทาง ปตท และอีกบางปั๊มได้นำน้ำมันเบนซิน 95 มาขายเหมือนเดิมแล้ว จึงสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เพียงแต่ต้องเลือกรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เล็กๆ ก็พอแล้ว

รถยนต์เล็ก เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ 1300 cc เหล่านี้สามารถใช้งานได้สบาย เติมเบนซิน 95 ใช้งานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวระบบมีปัญหากับแก๊สโซฮอลล์ เช่น Toyota AE80, Toyota AE92 โดยราคาน้ำมันขณะนี้ประมาณ 35 บาทต่อลิตร รถเครื่องยนต์เล็กๆ เหล่านี้ทำได้สบายๆ ที่ 9 กิโลเมตรต่อลิตร์ขึ้นไป ขับทางไกลทำได้เกิน 10 กิโลเมตรต่อลิตร โดยมีค่าใช้จ่ายกิโลเมตรละประมาณ 3-4 บาท

ส่วนรถยนต์ในงบนี้ราคาประมาณ 30,000 ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่ เช่น Mitsubishi Galant เครื่องยนต์ 2000 cc คันนี้กินน้ำมัน ขับในเมืองหยุดบ่อย ไม่น่าจะทำได้เกิน 6 กิโลเมตรต่อลิตร หรือกิโลเมตรละ 35 หาร 6 = 5.8 บาท ขับทางไกลไม่เกิน 80 อาจจะได้ 9-10 กิโลเมตรต่อลิตร รถดีราคาไม่แพงแต่มีค่าใช้จ่ายสูง อย่างค่าบำรุงรักษา ก็ไม่ได้ลดลงตามราคารถแต่อย่างใด