การดูภายนอกรถ สี ตัวถังรถมือสอง

การดูภายนอกของรถมือสอง เป็นด่านแรกในการดูรถ สภาพภายนอก ตัวรถ ตัวถัง สีรถ หรือชิ้นส่วนอื่นๆ ที่อยู่ภายนอกรถ เป็นส่วนที่มองเห็นได้ง่าย ว่ามีอะไรผิดปกติ ไม่สมบูรณ์ หรือมีรายจ่ายตามามากน้อยเพียงใด

การดูสภาพภายนอกของรถยนต์นั้น จะเป็นด่านแรก โดยไล่ดูส่วนต่างๆ ไปตามลำดับ ดังนี้
1. ดูด้านหน้ารถ เริ่มจากการเดินห่างจากตัวรถให้สามารถมองเห็นด้าน หน้าได้ทั้งหมด แล้วดูสัดส่วนสมดุลย์หรือไม่ ดูความสูงต่ำของด้านซ้ายด้านขวา ระยะห่างระหว่างฝากระโปรงกับห้องเครื่อง ควรดูภาพรถใหม่ประกอบกัน ดูล้อตรงหรือไม่ จากนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้ๆรถเพื่อดูรายละเอียดแบบเจาะลึกอีกที กันชนในลักษณะนี้ ไม่สนิทกันแสดงว่าผ่านการชนมา

2. ดูยางขอบกระจกบังลมหน้าและหลัง รถทำสีส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนยางตัวนี้ รถที่เปลี่ยนอาจจะมีอุบัติเหตุ ในรถรุ่นเก่ามาก ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับยางสองส่วนนี้ ว่ามีของแท้หรือไม่ หากไม่มีของแท้ใส่ได้ไม่นาน แตก น้ำเข้ามีปัญหาขึ้นสนิมและผุตามมา รถแบบนี้ห้ามซื้อ

3. ดูด้านหลังหรือท้ายรถ เดินห่างจากตัวรถเพื่อให้สามารถมองเห็นท้ายทั้งหมด ดูความสมส่วน ความสูงต่ำของด้านซ้ายและขวา แล้วเดินเข้าใกล้ตัวรถ เพื่อดูรายละเอียด โดยดูชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบกัน แก๊บหรือระยะห่างของชิ้นส่วนฝากระโปรง กันชนใกล้เคียงรถใหม่หรือไม่

4. ดูด้านข้างซ้ายของรถ เดินห่างจากตัวรถในแล้วดูในมุมต่างๆ เพื่อดูแสงเงา รถที่ทำสีบ่อยๆ แสงเงาจะไม่คมชัด สวยงามเหมือนรถใหม่จากนั้นจึงเข้าไปดูรายละเอียดใกล้ๆ

5. การดูด้านขวาของตัวรถ หรือฝั่งคนขับ ปฏิบัติเช่นเกียวกัน คันนี้ สี แสง เงารถดูบวมๆ ป่องๆ แสดงว่า มีการชนด้านนี้ หรืออาจจะเบียดเสา เพราะแสง สี เงา ดูแล้วไม่ราบเรียบ

6. การดูสีรถ หากเป็นรถทำสีใหม่เพื่อขายโดยเฉพาะ อาจจะยังมีคราบแป้งขาวๆ ให้พอสังเกตุได้ รถทำสีใหม่ก่อนขายมักจะทำสีคุณภาพต่ำ บางคันจอดตากแดด ไม่ถึงปีก็แตกชายงา ต้องทำสีใหม่ทั้งคัน หากไม่มีที่จอดรถกันแดดกันฝน ควรหลีกเลี่ยงมองหาคันใหม่เพราะไม่ถึงปีต้องทำสีแน่นอน

7. นับจำนวนแผลหรือรอยต่างๆ หรือส่วนต่างรอบคันที่คิดว่าจะต้องทำสี ซึ่งค่าใช้จ่ายแล้วแต่ขนาดพื้นที่ เช่น ฝากระโปรงหน้าทั้งหมดประมาณ 3,000-5,000 บาท แผลเล็กๆ ก็ประมาณ 500-1000 บาท

8. กันชนหน้า กันชนหลัง ต้องใช้แบบเดิมๆ อย่าเลือกรถที่แต่งกันชนหน้าหลัง โดยใช้ชุดแต่งโดยเฉพาะ อนาคตหากมีปัญหา อาจจะหาซื้อไม่ได้ เลือกรถที่เดิมๆ ไว้ก่อน ดีที่สุด

ชุดแต่งแบบนี้ สวยแต่ก็สร้างปัญหา ในการดูแล จากการชนหรือครูดพื้นต้องทำสีอยู่บ่อยๆ ดูแลยาก ค่าใช้จ่ายเยอะ

9. สำรวจชิ้นส่วนรอบคัน ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ต้องครบ จะได้ไม่เสียเวลาตามหา โดยเฉพาะในรถเก่า
10. หากตัวถังผุขึ้นสนิม ควรมองหาคันอื่น นอกเสียจากว่า จะมีผุบ้าง และส่วนอื่นสมบูรณ์ดี ต้องเก็บสีอย่างเดียว อาจเก็บเป็นตัวเลือกไว้ก่อน
11. ตรวจสอบการชนโดยพิจารณาจากส่วนต่างๆ รอบคันรถเช่น ดูความแนบสนิทของกันชน อย่างคันนี้ เคยชนด้านหน้า ทำให้กันชนหน้าไม่สนิท เหลื่อมกันเล็กน้อย เเมื่อเทียบกับคันที่อยู่ด้านหลัง ไม่มีชนด้านหน้ามา

12. รถบางคันที่มีกันชนหน้าหลายชิ้น อย่างคันนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีชนด้านหน้า ทำให้ด้านหน้ายุบเข้าไป กันชนจะไม่สนิทกันทั้งหน้าซ้ายและหน้าขวา

13. ในบางคันที่มีกันชนเป็นชิ้นเดียว ให้สังเกตฝากระโปรงและกันชน จะเหลื่อมกัน มีระยะห่างมากกว่าปกติ แสดงว่า เคยชนด้านหน้ามาให้เปิดฝากระโปรง และสำรวจส่วนต่างๆ คานหน้า ดูอย่างละเอียด ว่ามีผุ ขึ้นสนิมหรือไม่ เพราะส่วนที่ชนนั้นจะต้องดึง ยืดตัวถัง ทำให้ส่วนนั้นขึ้นสนิมหรือผุได้ อย่างคันนี้มีชนหน้าขวาฝั่งคนขับ สังเกตุฝากระโปรงกับกันชนหน้า ห่างกันมากกว่าฝั่งซ้าย มือ ไฟหน้าขวาจะดูยื่นออกมาเล็กน้อย ไฟหน้าถลนออกมา

14. ดูบ้านเจ้าของรถ มีที่จอดดีหรือไม่ หากมีที่จอดกันแดดกันฝน รถก็จะอยู่ในสภาพดีทั้งภายใน ภายนอก หากเจ้าของรถมีการเงินการงานดี การซ่อมบำรุงย่อมจะทำได้อย่างเต็มที่เหมือนกัน คันนี้ดูปิ๊งเลย

สรุป

สิ่งสำคัญหลังจากดูสภาพภายนอกรถแล้ว จะต้องวิเคราะห์ได้ว่า สีรถเป็นอย่างไร หากมีผุขึ้นสนิม สีแตกลายงา หรือดูแล้วต้องทำสีทั้งคัน หรือเกือบทั้งคัน ก็ควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่า เพราะมีรายจ่ายหลักหมื่นรออยู่

หากไม่ต้องทำสี เมื่อได้รถมาแล้ว เพียงแต่ดูแลกันแดดกันฝนให้ดี ก็ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่ายตรงนี้ รถใหม่อายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปีไม่ควรมีการทำสี นอกเสียจากชนมา

หากเจ้าของรถการงานดีจอดในที่ร่ม ไม่โดนแดดฝน ไม่เคยมีอุบัติเหตุ รถอายุเกิน 10 ปี สีก็ยังสวยงามแน่นอนแต่บางคันหากส่วนอื่นยังคงสภาพดี ต้องทำสีอย่างเดียว ก็คุ้มที่จะทำ เพราะการทำสีมีโอกาสจบ ถ้าไม่ผุมากและได้ยางขอบกระจกบังลมหน้าและหลังเป็นของแท้ ในรถอายุไม่เกิน 20 ปี ยังหาของแท้ได้