การดูระบบเกียร์รถมือสอง ก่อนตัดสินใจซื้อรถ

บทความสอนวิธีตรวจสอบเกียร์รถยนต์มือสองเบื้องต้นก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อรถ แนะนำวิธีตรวจสอบเกียร์เบื้องต้น การเลือกระบบเกียร์ธรรมดาหรือออโต้ ข้อดีข้อเสียของเกียร์แต่ละแบบ เพราะระบบเกียร์ในรถบางรุ่นมีค่าซ่อมแพงมาก แพงกว่าราคารถก็มี

การดูระบบเกียร์จะแยกเป็นรถเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้

รถยนต์มือสองเกียร์ธรรมดา

1. การทดลองขับจะรู้ว่าเกียร์เป็นอย่างไรบ้าง ลองเข้าเกียร์เดินหน้าและถอยหลังสามารถทำได้ปกติหรือไม่ ตรวจสอบว่ามีเสียงดังหรือเสียงฟันเฟืองขบกันหรือไม่
2. ลองเลี้ยงรอบ เข้าเกียร์ 1 แล้วค่อยๆ ปล่อยครัช เหยียบคันเร่ง ให้รถเคลื่อนไปข้างหน้าช้า ในรถที่มีอายุการใช้งานมากๆ หากรถมีอาการสั่น เวลาออกตัว แสดงว่า ครัชหมด ต้องเปลี่ยนผ้าครัชหรืออุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องอาจจะเสื่อมสภาพแล้ว จานกดสปริงอาจจะล้าต้องเปลี่ยนยกชุด
3. ดูว่าการเหยียบครัชแข็งหรือจมลึกมาหรือไม่ หากครัชปกติ เวลาปล่อยเข้าเกียร์ เช่น เกียร์ 1 พร้อมกับเหยีบคันเร่งเบาๆ รถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้า นอกจากนี้ อาจจะลองออกตัวที่เกียร์ 2 เพื่อตรวจสอบว่า ยังออกตัวได้ดีหรือไม่ ใช้เพื่อทดสอบระบบการทำงานของเกียร์เท่านั้น ทั้งนี้ควรลองกับรถใหม่เพื่อดูความแตกต่าง (ปกติไม่ทำกัน ต้องไล่ไปตามลำดับ) แต่รถบางรุ่นระบบเกียร์ยังทำงานได้ดีอย่างพวกรถดีเซล ออกตัวเกียร์ 2 ได้เลย
4. หากเกียร์ทำงานปกติ เมื่อซื้อมาแล้ว ก็เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ เท่านั้นเอง อย่างของ Honda City รุ่นแรกๆ จะใช้น้ำมันเครื่องที่เติมในเครื่องยนต์ โดยใช้ 2 ลิตร หลายคันมักจะไม่เปลี่ยน ผู้เขียนเคยใช้อยู่หลายปี เลขไมล์เกือบ 2 แสนก็ยังไม่เคยเปลี่ยนเลย จนกระทั่งขายรถไปแล้ว และก็เชื่อว่าหลายคันคงจะไม่เปลี่ยน น้ำมันเกียร์น่าจะดำมาก

สรุป

รถมือสองใช้เกียร์ธรรมดา ดูแลง่าย ไม่แพง ไม่จุกจิก ปัญหาน้อย แต่ไม่เหมาะสำหรับการขับในเมือง รถติด และขายยากกว่ารถเกียร์ออโต้ แม้จะต้องซ่อมทั้งระบบ เปลี่ยนจานคลัช หวีคลัช ลูกปีนคลัช รวมๆ ก็ไม่ถึงหมื่นบาท ซ่อมแล้วจบ มีอายุการใช้งานหลักหลายแสนกิโลเมตร เลยทีเดียว

รถยนต์มือสองเกียร์ออโต้

รถยนต์ที่ใช้เกียร์ออโต้จะมีความสะดวกสะบายในการขับ โดยเฉพาะการใช้งานในเมือง
1. ก่อนอื่นให้เปิดฝากระโปรงรถ แล้วดึงสายวัดน้ำมันเกียร์ออกมาดูก่อน น้ำมันเกียร์พร่องมากน้อยเพียงใด สีของน้ำมันเกียร์ ศึกษาแต่ละรุ่นว่าจะต้องวัดระดับน้ำมันเกียร์อย่างไร หรือสอบถามเจ้าของรถ
– น้ำมันเกียร์ปกติจะมีสีแดง
– สีออกดำ อาจจะมีการรั่วซึมจากข้างนอกเข้ามาต้องตรวจสอบ
– ต้องไม่มีเศษโลหะปน หากมีเศษโลหะ ก็ควรจะถ่ายน้ำมันเกียร์ได้แล้ว

2. ให้ทดลองขับ ปรับตำแหน่งเกียร์ไปที่ D แล้วค่อยๆ ออกตัว ดูว่า การเปลี่ยนเกียร์ราบเรียบดีหรือไม่
3. ใส่เกียร์ถอยหลัง ปรับไปตำแหน่ง R แล้วขับถอยหลัง เพื่อดูว่า รถยนต์ขับเคลือนปกติดีหรือไม่ สะดุดหรือมีเสียงอะไรหรือไม่
4. พิจารณาจำนวนสมาชิกในบ้าน หากโดยสารเต็มคัน ความแรงจะไม่เท่ากับเกียร์ธรรมดา ในรถยนต์รุ่นเก่า เกียร์ออโต้ไม่ค่อยฉลาดอืดและกินน้ำมันมากกว่า เกียร์ออโต้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ต้องหาข้อมูลในส่วนนี้ด้วย

สรุป

เกียร์ออโต้ในรถยนต์รุ่นเก่ากินน้ำมันมากกว่ารถเกียร์ธรรมดา อัตราเร่ง กำลังสู้เกียร์ธรรมดาไม่ได้ แต่มีความสะดวกสบายเหมาะสำหรับใช้ในเมือง รถเกียร์ออโต้ขายต่อง่ายกว่า แต่เกียร์แบบนี้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเกียร์ธรรมดามาก เกียร์ออโต้ในรถมือสองบางรุ่นจะมีราคาหลักแสนบาทเลยทีเดียว

ก่อนซื้อรถเกียร์ออโต้จะต้องตรวจสอบให้ดี ว่าเกียร์ไม่มีปัญหา การใช้งานรถยนต์มือสอง การเลือกเกียร์ธรรมดา ประหยัดกว่า ดูแลง่าย ค่าซ่อมไม่แพง แม้รถเกียร์ออโต้จะขายต่อง่าย แต่หากเจอเกียร์มีปัญหา ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ส่วนใหญ่มีราคาแพง ค่าซ่อมแพง และไม่ทน



Related Post : บทความเกี่ยวข้องกัน

การซื้อรถมือสองเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้... การใช้รถยนต์เกียร์อัตโนมัติหรือเกียร์ออโต้ มีความสะดวกสะบาย โดย เฉพาะในเมืองรถติดไม่ปวดขา ขับสบาย ไม่ต้องทำอะไรกับเกียร์ แต่รถเกียร์ธรรมดาต้องเปลี่ย...
วิธีการซ่อมเกียร์รถยนต์มือสอง ทั้งเกียร์ธรรมดาและอ... บทความแนะนำความรู้เกี่ยวกับการซ่อมเกียร์รถยนต์มือสอง การตรวจสอบเกียร์ก่อนซื้อรถ ปัญหาต่างๆ อาจจะเกิดกับเกียร์ ทั้งเกียร์ ธรรมดา และเกียร์ออโต้ ใน...
871 871