การต่อรองราคาซื้อขายรถมือสอง

เมื่อวิเคราะห์ค่าซ่อมรถมือสองที่ต้องการแล้ว คราวนี้ก็ตกลงในเรื่องราคาการซื้อขาย ต่อรองกันได้ตามต้องการ แต่หากเจ้าของรถไม่อนเงิน หรือดูแลรถอย่างดี มั่นใจว่ารถตัวเองดี ก็อาจจะต่อรองราคาไม่ได้มากนัก จนถึงลดไม่ได้เลย แต่ก็มีนะ เจ้าของรถบางคัน เน้นขายแพงไว้ก่อน รถเป็นอย่างไรไม่รู้ จะขายตามนั้น เจอแบบนี้ก็ควรถอย

ความสามารถในการต่อรองราคา บางคนนั้นเก่งมาก เพื่อนผู้เขียนเก่งมาก รถตั้งราคาขายไว้ที่ 360,000 สามารถต่อรองได้เหลือเพียง 270,000 เท่านั้นเอง เพราะรู้ว่า คนขายร้อนเงิน และไม่มีทางออก แต่กับผู้ขายบางคนอาจจะโดนด่าเอาได้

การขายรถให้คนทั่วไปจะต่างจากการขายให้เต็นท์ ซึ่งจะกดราคาต่ำมาก เช่น รถขายหน้าเต็นท์รถ 7-8 แสน แต่อาจรับซื้อประมาณ 400,000 กว่าๆ เท่านั้นเองและคนขายรถก็มักจะยอมขาย แต่รถเหล่านี้ไม่ควรซื้อ เพราะเป็นรถที่ราคาตกมาก เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ หรือเป็นรถไม่นิยม ไม่ใช่รถตลาด

แต่การขายให้บุคคลธรรมดาทั่วไป หากเป็นรถดี อาจจะต้องรีบตัดสินใจเลยว่าจะเอาหรือไม่เอา เพราะก็มีคนอีกมาก ที่พร้อมจะซื้อตัดหน้า บางคันผู้เขียนตกลงว่า จะซื้อ พอขับรถไปถึงบ้านแล้วปรากฏว่า ขายให้คนอื่นไปแล้ว ซื้อตัดหน้าไม่กี่ชั่วโมง

กรณีเป็นรถมือสองที่เก่ามากแล้ว อายุเกิน 15 ปีหรือเกิน 20 ปี รถเหล่านี้อาจจะมีราคาเหลือประมาณ 50,000 – 100,000 ซึ่งมักจะเป็นราคาที่ยากจะต่อรอง อาจจะลดได้แค่หลักพัน ต่างจากรถที่อายุน้อยๆ ไม่ถึง 5 ปี มักจะต่อรองราคาได้หลักหมื่นหรือหลักแสนก็มี แต่จะได้รถสภาพดี ไม่ต้องซ่อม

รถปีใหม่ๆ อาจจะต่อราคาได้มาก ค่าซ่อมก็ไม่มากเช่นกัน เช่น สีไม่ต้องทำ เพราะส่วนใหญ่ยังมีสภาพดี หากรถวิ่งน้อย ส่วนอื่นๆ ก็มักจะไม่ต้องทำอะไรเช่นกัน แต่ ก็จะมีราคารถที่แพงมาก เช่น รถอายุ 3-4 ปีราคามักจะลดไปประมาณ 30% ขึ้นไป ของราคาป้ายแดงรถราคา 1,000,000 อาจจะเลือก 700,000 หรือน้อยกว่านั้น แต่รถเก่าๆ ราคา 50,000 แม้จะมีค่าซ่อมมากกว่า 50,000 บาท แต่การเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ ก็ทำให้รถมีความสมบูรณ์มากเช่นกัน ประหยัดเงินหลายแสนบาท

การจะต่อรองราคามากน้อย จึงต่างกันไปตามปีรถ ยี่ห้อ รุ่นยอดนิยม รถตลาด เหตุผลหลักที่เจ้าของต้องการขายรถ ปัญหาการเงินเจ้าของรถ บางคันอาจจะได้ฟรีๆ ก็มี อย่างรถติดไฟแนนซ์ที่เจ้าของผ่อนต่อไม่ไหว

การโอนรถยนต์

เมื่อตกลงซ์้อขายรถยนต์ หากเป็นการซื้อขายระหว่างบุคคลทั่วไป ด้วยกันเอง ในเรื่องการดำเนินการโอน ค่าใช้จ่ายในการโอน ทางผู้ซื้อมักจะเป็นผู้ รับผิดชอบ หรืออาจจะช่วยกันคนละครึ่ง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายมากน้อย ตามแต่รูป แบบการใช้บริการ

การไปจัดการดำเนินการโอนรถด้วยตัวเอง กับขนส่งจังหวัดหรือขนส่งทางบก จะมีอัตราค่าโอน อย่างรถที่ซื้อขายไม่เกิน 100,000บาท จะมีค่าโอน ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1,000 บาท

แต่หากเป็นการใช้บริการเตนท์รถ สถานตรวจสภาพเอกชน หรือจ้างผู้อื่นไปดำเนินการแทน จะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ประมาณ1,500 บาท ขึ้นไป สำหรับค่าโอนและค่าดำเนินการทั้งหมด การใช้บริการในลักษณะนี้ จะมีข้อดีก็คือ หากเป็นการซื้อรถต่างที่ ต่างถิ่นเช่น บ้านเกิดอยู่ต่างจังหวัด แต่มาทำงานกรุงเทพ ซื้อรถที่กรุงเทพ ซึ่งจะไม่สามารถหาที่จอดได้ หรือนำรถเข้าบ้านเลขที่ใดๆ ได้ การใช้บริการเต็นท์รถจะสะดวก เพราะมีบริการให้ทุกอย่าง แค่ส่งเอกสารที่จำเป็นให้ทางเต็นท์เท่านั้นเอง หรือขับรถไปติดต่อกับทางเต็นท์โดยตรงเลยก็ได้

ผู้เขียนมักจะใช้บริการแบบนี้ เพราะไม่มีบ้าน ไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ซึ่งจะเอารถเข้าเลขที่บ้านไม่ได้ ก็ต้องใช้บริการเต็นท์แทน สะดวกกว่าไม่ยุ่งยาก

การโอนรถให้ดำเนินการภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจะเสียค่าปรับ แต่ทั้งนี้ก่อนการซื้อขาย อย่าลืมดูวันหมดอายุบัตรประชาชนของผู้ขายรถด้วย ไม่เช่นนั้นจะยุ่งไปกันใหญ่

328 328