ขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ต้องศึกษาอะไรบ้าง

ขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ 4WD หากเป็นการขับบนถนนปกติ ก็ไม่มีอะไรต้องศึกษามากนัก เพราะขับเหมือนรถทั่วไป แต่หากจะต้องขับบนถนนที่เป็นหลุม เป็นบ่อ ทางชัน ลุยน้ำ ลุยโคลน เส้นทางที่ยากลำบาก จำเป็นต้องศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้รถเกิดความเสียหาย หรือรถเสียกลางทาง

หากไม่มีความรู้ในการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ไปขับรถด้วยความคึกคะนอง อาจทำให้ต้องเสียรถ เสียเงินหลักหมื่นหลักแสนตามมา บางคนเห็นว่าเป็นรถขับ 4WD ก็คิดว่า รถจะสามารถพาไปได้ทุกที่ ขับรถตะลุยทรายในทะเล ช่วงน้ำลง พารถไปติดหล่มทราย ยิ่งดิ้น ก็ยิ่งจม กรณีนี้ ต่อให้รถดีแค่ไหน เทพแค่ไหน ก็ไม่มีทางหลุดพ้นออกมาได้ ต้องมีตัวช่วย

รถขับเคลื่อนสี่ล้อมีประโยชน์กรณีต้องขับผ่านถนนไม่ปกติ แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้คุณสมบัตินี้บ่อยนัก นอกจากจะไปเที่ยวป่า โดยเฉพาะ เพื่อแต่การขับรถตามปกติ อาจจะไม่ได้ใช้บ่อยนัก

เรื่องต้องรู้ในการขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ

ศึกษารถให้รู้จักรถ รู้จักสมรรถนะของรถ

การศึกษารถ เพื่อให้รู้จักรถเป็นเรื่องสำคัญ เช่น
1. รถที่ใช้เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใด รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ รถเก๋ง รถ SUV ฯลฯ สามารถลุยได้แค่ไหน
2. ศึกษาระบบเกียร์แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ต้องใช้งานแบบใด
3. ศึกษาสภาพถนน หนทางแบบใด ที่จะต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
4. ศึกษาความสามารถของรถในการเอาตัวรอดเมื่อต้องขับผ่านถนนที่มีความยาก จะต้องรู้ว่า ระดับใดที่สามารถผ่านไปได้ เพื่อจะได้ไม่พลาดพารถไปจม ติดหล่ม สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง และคนอื่น

ศึกษาเส้นทาง ถนนหนทางที่จะต้องผ่าน

การเดินทางใกล้ไกล แม้แต่สวนหลังบ้านก็ตาม ก็ต้องศึกษาถนนหนทางให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะการเดินทางไกลด้วยแล้ว ยิ่งต้องศึกษาเส้นทางให้ดี เพราะหากไปเจอถนนที่ไม่ดี รถไม่สามารถไปได้ ก็จะได้เปลี่ยนแผนไปที่อื่น ไม่ดันทุรังไปจนทำให้ตัวเองหรือเพื่อนร่วมทางเดือดร้อน เพราะรถติดหลุ่มหรือรถมีปัญหา ไม่สามารถผ่านไปได้

นอกจากศึกษาเส้นทางแล้ว ก็ต้องศึกษารถด้วยว่าสามารถไปได้หรือไป โดยเฉพาะการไปออกทริป ไปต่างจังหวัด ครั้งแรกที่ผู้เขียนได้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็ไม่เคยศึกษา คิดเอาเองว่า รถสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ขับลงทะเล โชคดีที่ไม่พารถไปติดหล่มทราย พากันขับลงทะเลหลังเที่ยงคืน และยังมีอีกหลายเส้นทางที่ขับรถด้วยความคึกคะนอง คิดย้อนกลับไปแล้ว รู้สึกกลัว เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิด ก็คงสร้างปัญหาให้ไม่น้อย

เพื่อนผู้เขียนขับรถเล่นบนพื้นทรายช่วงน้ำทะเลลง ปรากฏว่าติดหล่มทราย ต้องไปจ้างรถขุดมาลากออกมา โดยค่อยๆ กระตุกรถให้หลุดจากหล่ม

ศึกษาระบบเกียร์ของรถและระบบ 4WD ของรถ

รถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นใหม่จะมีระบบเกียร์และระบบช่วยเหลือในการขับเคลื่อนสี่ล้อ ต่างกันไป จำเป็นต้องศึกษาให้ดี และฝึกใช้ให้คล่องให้เข้าใจ แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้ใช้ก็ตาม เพราะรถส่วนใหญ่เน้นขับในเมือง หรือแม้จะขับต่างจังหวัดก็ตาม น้อยคนจะเอารถไปลุย กลัวเสียรถ การขับตามถนนปกติ มีโอกาสใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อก็ต่อเมื่อเจอถนนเลื่อน หรือภัยธรรมชาติ น้ำท่วม

ระบบเกียร์ในรถขับเคลื่อนสี่ล้อจะไม่ต่างกัน เพียงแต่ชื่อเรียกจะไม่เหมือนกัน เช่น
1. 4H ใช้ในถนนที่เปียก ลื่น ทางลูกรัง หรือเส้นทางที่ต้องการให้รถเกาะถนนมากกว่าปกติ ใช้ความเร็วสูงได้ใกล้เคียงการขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง แต่ปกติไม่ควรใช้ รถจะกินน้ำมันมากกว่าปกติ เกียร์แบบนี้สามารถเปลี่ยนได้เลย ไม่ต้องหยุดรถ แต่รถหลายรุ่นจะระบุไว้ว่า ห้ามเปลี่ยนที่ความเร็วเกินที่กำหนด บางรุ่นห้ามเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
2. 4L เกียร์แบบนี้ไว้ใช้กับเส้นทางชัน ทางไม่ค่อยดี เป็นหลุมบ่อ เนิน ทราย ลำธาร สลับกันไป ให้ค่อยๆ ขับเคลื่อนไปช้าๆ เกียร์แบบนี้ต้องหยุดรถก่อน แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็น 4L
3. 2H การขับรถตามถนนปกติ ถนนดำ ถนนเรียบหรือถนนที่เราใช้กันทั่วไป จะใช้เกียร์แบบนี้ จะเป็นการขับเคลื่อน 2 ล้อหลังเท่านั้น แต่หากจะต้องขึ้นเนิน แล้วขับขึ้นไม่ไหว ก็ต้องเปลี่ยนเป็น 4L เป็นต้น หรือหากเกิดฝนตก ถนนลื่น น้ำท่วมถนน มีดินโคลน ขับลงเขาชัน ขึ้นเขาชัน ก็ต้องเปลี่ยนจาก 2L เป็น 4L เพื่อให้รถมีการเกาะถนนที่ดีมากขึ้น

ฝึกใช้เกียร์ให้คล่องและเข้าใจการใช้งาน

สิ่งสำคัญในการใช้เกียร์รถขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยเฉพาะในรถเกียร์ธรรมดา ก็คือการเข้าใจรอบเครื่องยนต์ในแต่ละเกียร์ อย่างการขึ้นเขาหรือเนินที่ชันมาก ต้องใช้เกียร์ 1 รอบเครื่องต้องไม่มากไปเกิน ล้อจะหมุนฟรี ไม่มีแรงขึ้น หรือรถอาจจะไหลลงเนิน ตัวอย่าง การขึ้นเนินที่ชันมาก ใช้เกียร์ 1 รอบเครื่องความเร็วอยู่ประมาณ 3-5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ต้องรักษารอบไว้แค่นั้น หากเร็วกว่านั้น รอบจะหมด รถจะไม่วิ่งเป็นต้น ก็จะขึ้นเนินไม่ได้

ระวังมือใหม่ไม่มีความรู้อยู่หลังพวงมาลัย

การใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อไม่เหมือนรถยนต์ทั่วไป จึงต้องระวังอย่าให้มือใหม่ เอารถไปใช้ โดยเฉพาะเอาไปลุยทางออฟโรด หรือแม้แต่การเข้าสวน เข้าไร่ ก็เอารถไปติดในสวนได้เช่นกัน เพราะคะนองเห็นว่าเป็นรถขับเครื่องสี่ล้อ ก็เลยอยากทดลอง การทดลองในสถานที่ที่ยังสามารถติดต่อคนอื่นได้ จะไม่เป็นปัญหา แต่หากไปลองในสถานที่ที่ไร้ห่างไกล หรืออยู่ในจุดที่ยากจะช่วยเหลือ อย่างการนำรถไปลุยบนหาดทรายช่วงที่น้ำลง อันตรายมาก

บางคนทำรถติดหล่มทราย ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ กลัวติดทรายเช่นกัน กลายเป็นว่า อาจจะต้องทิ้งรถไว้แบบนั้น เพราะเมื่อน้ำขึ้น ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้แล้ว กรณีอย่างนี้อันตรายมาก ความคึกคะนองของมือใหม่ที่ขาดความรู้นั่นน่ากลัว เพราะหากพลาดอาจจะเสียรถไปทั้งคัน

ตัดสินใจลุยเมื่อแน่ใจว่าไปรอด

ก่อนจะตัดสินใจขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อลุยทางออฟโรด ต้องมีความมั่นใจว่าไปรอด สามารถขับผ่านไปได้ หรือมีเพื่อนๆ มีรถคันอื่นที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ กรณีรถติด หากไปเดี่ยวๆ ก็ไม่ควรเสี่ยง

ผู่้เขียนและเพื่อนเคยมีประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้ หลังจากนำรถไปแต่งยกสูง แต่ยังไม่ติดวินซ์ ก็พากันคึกคะนอง ชวนกันไปลองรถ ฝนก็ตก น้ำก็เริ่มสูงขึ้น ดีว่าไม่ติดอยู่ในป่า ซึ่งอาจจะเจอน้ำหลาก

ระบบความช่วยเหลือในรถขับเคลื่อนสี่ล้อ

รถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นใหม่จะมีระบบช่วยเหลือสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด ต้องศึกษาแต่ละรุ่นว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง และต้องใช้งานแบบใด

การขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อในชีวิตจริง

รถขับเคลื่อนสี่ล้อส่วนใหญ่ราคาสูงเกือบล้านหรือเกินล้านกันทั้งนั้น ผู้เขียนจึงเชื่อว่า คนส่วนใหญ่น้อยคนจะนำรถไปลุย ได้แผลไม่คุ้ม เพราะรถบางรุ่นอะไหลไม่ใช่ถูก รถที่เอาไปลุยจริงๆ มักจะสร้างรถขึ้นมาเป็นการเฉพาะ นำมาแต่ง เพื่อไว้ลุยโดยเฉพาะ

ส่วนการใช้งานในชีวิตจริงนั้น อาจจะใช้แค่พอหอมปากหอมคอเท่านั้น เช่น
– ขึ้นเขา ทางชัน อย่างการขับรถเที่ยวดอย เที่ยวเขาสูง
– ลงทางธุรกันดารบ้าง การเดินทางช่วงหน้าฝน ถนนอาจจะเปียก มีน้ำขังบ้าง แต่จะไม่มากนัก และไม่บ่อยนัก กลัวรถได้แผล ไม่คุ้ม
– การขับบนถนนลื่น และเปียก ในบางโอกาส

การล้างรถขับเคลื่อนสี่ล้อหลังลุยโคลน

การขับรถแบบนี้เหมือนจะสนุก ในช่วงที่กำลังลุยโคลน ลุยทางออฟโรด แต่หลังจากนั้น การล้างรถดูจะไม่สนุกแน่นอน โดยเฉพาะคันใดที่ได้โคลนมาเต็มคัน เพราะรถแบบนี้จะมีชิ้นส่วนเยอะมาก กว่าจะล้างหมด จึงไม่ง่าย ต้องใช้เวลา บางทีลุยไม่กี่ครั้งก็เข็ดแล้ว ขี้เกียจล้าง หาที่ล้างก็ไม่ง่าย

การขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อแม้จะดูเทห์กว่ารถปกติ แต่ก็ต้องศึกษาวิธีขับ ต้องมีความรู้มากกว่าการขับรถทั่วไป และสิ่งสำคัญก็คือสติ การพิจารณาสถานการณ์ สภาพถนน ห้ามคึกคะนอง ไม่คุ้ม หากพารถไปจม อย่างการจมในหาดทราย

การซื้อรถแบบนี้ ก็ต้องดูถึงความจำเป็นต้องใช้ โอกาสที่จะได้ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะหากเป็นการขับรถเที่ยวทั่วไป ดอยไหนก็ไปได้ แต่หากเป็นการเที่ยวป่า การหาซื้อรถขับเคลื่อนสี่ล้อมาปรับแต่ง ประหยัดว่า ลุยได้สบายใจกว่า ไม่ต้องกลัวว่ารถจะได้แผล ตามมาด้วยค่าซ่อมแสนแพง เพราะหลังจากการขับรถลุยป่า หลายคันมีค่าซ่อมหลักแสนรออยู่

อย่างคันนี้ Toyota SR5 เป็นรถออฟโรดแท้ๆ จากโรงงาน ข้อดีของรุ่นนี้ก็คือ ราคาไม่ตก ทนทาน เบื่อแล้ว ขายต่อ ราคาไม่ตก ต่างจากรถขับเคลื่อนสี่ล้อป้ายแดงส่วนใหญ่เงินหายไปหลายแสนบาท

83 83