ซื้อรถเต็นท์กับการซื้อรถมือสองรถบ้าน เลือกอะไรดี

รถมือสองมีทั้งรถเต็นท์และรถบ้าน มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่จะต้องพิจารณาให้ดีก่อนซื้อมาใช้งาน รถที่เจ้าของเป็นคนธรรมดาทั่วไปนำรถมาลงประกาศขาย ต่างจากรถเต็นท์ที่ทำธุรกิจขายรถโดยตรง รถทั้ง 2 แบบ ราคาก็ต่างกัน แม้จะเป็นรุ่นเดียวกัน

เลือกซื้อรถยนต์มือสอง รถเต็นท์

การเลือกซื้อรถที่จอดขายตามเต็นท์ ข้อดีก็คือ เราสามารถเลือกดูรถได้ และวางแผนที่จะเดินดูตามเต็นท์ต่างๆ อีกทั้งยังมีบริการจัดไฟแนนซ์ให้ด้วย หากซื้อเงินผ่อนก็สะดวก แต่ทั้งนี้ก็ต้องแลกกับข้อเสียหลายประการเช่น

1. รถมือสอง ย้อมแมว เอารถอุบัติเหตุมาทำ หรือซ่อมเพื่อขายเท่านั้น รายละเอียดที่เป็นปัญหาจริงๆ เป็นเรื่องยากที่จะดูออก บางเต็นท์ไม่ให้ขับรถให้แค่ลองสตาร์ตเครื่องเท่านั้น หากรถยังใหม่ เครื่องยนต์อาจจะไม่มีปัญหา แต่อาจจะเจอรถอุบัติเหตุ ผู้เขียนเคยซื้อรถเข้าข่ายแบบนี้อายุยังไม่มาก ประมาณ 3-4 ปีกว่า รถไปชนมา โช้คหน้าเสียแกนยังงออยู่เลย รู้ก็สายไปแล้ว เมื่อเอารถไปซ่อมโช้คอัพและใช้งานไปสักพักใหญ่ ก็ผุตำแหน่งที่ชนมา มุมหน้าขวา

2. ราคาสูงกว่า เพราะเป็นการทำธุรกิจ ต้องคิดกำไร มีพนักงานดูแลรถ ค่าเช่าสถานที่ มีค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่มีบริการจัดไฟแนนซ์ ผ่อนได้

3. อาจจะมีการรับประกัน การซ่อมฟรี แต่ซื้ออะไหล่ไปเอง แต่ต้องศึกษา รายละเอียดให้ดี ก่อนขายกับหลังขาย มักจะพูดกันคนละแบบ

ต้องดูในสัญญามีระบุอย่างไรบ้าง อย่ายึดคำพูดเปล่าๆ ส่วนใหญ่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะการจ้างลูกน้องมาทำตรงนี้มีค่าใช้จ่าย จึงยากที่ให้บริการฟรีได้ทั้งหมด

4. การเลือกรถเต็นท์ อาจจะทำความสะอาด ปรับแต่ง ทำสีเก็บงาน ซึ่งก็จะทำแค่เปลือกนอกให้ดูดีเท่านั้น เพราะทำแล้วจบ ดูไม่ออกแต่ภายใน เช่น เครื่องยนต์ ระบบแอร์ ระบบระบายความร้อน ช่วงล่าง รับรองว่า เต็นท์ไม่ลงทุนซ่อมขนาดนั้น เพราะค่าใช้จ่ายจะบานปลายไปมาก ตั้งราคาแพงมาก ลูกค้าก็ไม่ซื้อ

การซื้อรถยนต์มือสอง รถบ้าน

การลงประกาศขายรถยนต์มือสองที่เป็นรถบ้านผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมาก จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการ

รถยนต์มือสองไว้ใช้งาน โดยเฉพาะหากมีเงินสดในมือสามารถจ่ายได้โดยไม่ต้องจัดไฟแนนซ์ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และซื้อรถอย่างสบายใจ เลือกได้ตามใจชอบ

1. ข้อดีของรถบ้านในปัจจุบันก็คือ มีตัวเลือกเยอะ และเรายังสามารถหารถบ้านที่สภาพดีๆ ได้ แม้จะมีอายุเกิน 15 ปีหรือเกือบ 20 ปีไปแล้วก็ตาม บางคันยังวิ่งไม่ถึงสองแสนกิโลเมตรก็มี โดยเฉพาะรถที่ใช้ในต่างจังหวัด มีที่จอดอย่างดี ไม่โดนแดดโดนฝน สภาพภายนอกภายในสวยแน่นอน

2. การเลือกรถบ้าน สภาพรถ สี หรือตัวถัง อาจขายตามสภาพ หากตรวจสอบแล้วไม่มีชนหนัก ก็น่าสนใจกว่ารถเต็นท์รุ่นเดียวกัน แม้จะทำสีมาแล้ว แต่ข้างในก็ต้องมาตามเก็บเหมือนกัน เช่น สายพานหน้าเครื่อง สายพานทามมิ่ง ปั๊มน้ำ และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในจุดนั้น ก็ว่ากันเกิน 5 พันบาทขึ้นไป ปั๊มน้ำหม้อน้ำ วาล์วน้ำ แบตเตอรี่ แอร์ ยาง ฯลฯ

3. บางเต็นท์ไปเช่าบ้าน แล้วเอารถไปขาย เป็นรถบ้าน ต้องตรวจสอบทะเบียนบ้าน บางทีคนขายอาจจะทำงานอยู่ศูนย์รถแล้วเอารถเทิร์นมาปล่อยจอดขายที่บ้านก็มี เพราะฉะนั้นดูให้ดีว่าเป็นรถบ้านจริงหรือไม่ ดูไม่ยาก ส่วน มากจะทำความสะอาดอย่างดี อย่างการล้างห้องเครื่อง ปกติรถบ้านจะไม่ทำกัน ก็ควรหลีกเลี่ยง

4. รถบ้านขายตามสภาพ เรายังพอจะดูออกว่า อุปกรณ์อะไรได้เปลี่ยนไปบ้าง หรือดูแล้วน่าจะยังไม่เคยทำอะไรเลย ไม่เคยซ่อมบำรุงเลยก็พอจะเดาค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้ แต่รถเต็นท์ที่ผ่านการทำความสะอาดภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง ตัวถัง ฯลฯ อย่างดีแล้ว เราจะดูอะไรไม่ได้เลย ยากที่จะบอกได้ว่า อะไรเสียไม่เสีย

5. รถบ้านที่ลงประกาศขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆ บางเว็บไซต์จะมีบริการจัดไฟแนนซ์ สะดวกอย่างมากเช่นกันหากต้องการซื้อเงินผ่อน