เปลี่ยนรถบ่อย กับ คันเดียวใช้งานยาวๆ แบบไหนคุ้มกว่ากัน

เปลี่ยนรถบ่อย กับ ใช้รถยนต์คันเดียวยาวๆ หลายสิบปี แบบไหนคุ้มกว่ากัน? เรื่องนี้หากไม่เคยใช้รถยนต์มาก่อน ก็ยากจะเข้าใจ เพราะประสบการณ์เรื่องรถ มักจะต้องแลกมาด้วยเงินหลักแสนหลักล้านบาท จึงจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง บทความนี้จะพยายามแจงอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นประโญชน์กับผู้อ่านมากที่สุด

หากจะตัดสินว่า การใช้รถแบบไหนจึงจะคุ้มค่ากว่ากัน คงต้องไปทำความรู้จักข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนรถบ่อย หรือใช้คันเดียวยาวๆ กันก่อน ต้องมีประสบการณ์ตรงจึงจะเข้าใจ

ข้อดีข้อเสียของการเปลี่ยนรถยนต์บ่อย

ข้อดีของการเปลี่ยนรถยนต์บ่อย

การเปลี่ยนรถบ่อยๆ เช่น บางคนจะใช้รถใหม่ป้ายแดง และเปลี่ยนใหม่ทุก 5 ปี ซึ่งก็จะได้รถที่มีสภาพสมบูรณ์ ได้รถใหม่ ไม่ตกรุ่น หากต้องทำงานที่ต้องอาศัยภาพลักษณ์ของความสำเร็จ การเปลี่ยนรถบ่อย อาจจะคุ้มค่า เพราะดูดี มีความน่าเชื่อถือ

บางคนที่เริ่มประสบความสำเร็จ และต้องการต่อยอดด้วยการทำคอร์สสอน หรือขายสินค้า หารายได้เพิ่ม ก็มักจะใช้วิธีนี้ นอกจากมีรถใหม่ รุ่นใหม่ขับตลอดเวลาแล้ว รถก็ยังช่วยสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ

บางคนไม่เน้นเปลี่ยนรถบ่อย แต่เน้นรถสปอร์ต ซึ่งรถเหล่านั้นราคาไม่ตก และช่วยสร้างภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดี สำหรับคนทำธุรกิจ เพียงแต่ต้องมีรถหลายคัน รถสปอร์ตซื้อไว้สะสมและสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง เพราะรถแบบนี้ ราคาไม่ค่อยตก

ข้อเสียของการเปลี่ยนรถยนต์บ่อย

การเปลี่ยนรถบ่อย อย่างการเปลี่ยนรถใหม่ทุก 5 ปี สมมุติว่า ราคารถเริ่มต้นที่ 1,000,000 บาท หลัง 5 ปีผ่านไป
– สำหรับยี่ห้อยอดนิยม ราคาจะอยู่ประมาณ 6-7 แสนบาท เงินหายไปประมาณ 3 – 4 แสนบาท

– สำหรับรถยี่ห้อที่ตลาดไม่นิยม รถยุโรป รถเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ราคารถอาจจะเหลือเพียง 4-5 แสน เงินหายไปประมาณ5-6 แสนบาท บางคันราคาป้ายแดง 1,000,000 บาท ผ่านไป 5 ปี เหลือ 400,000 บาท เป็นราคาที่ผู้เขียนไปเจอลงประกาศขายในเว็บไซต์รถมือสอง

แต่หากขายให้เต็นท์รถ ก็คงจะขายได้ไม่เกิน 350,000 บาท ราคาตกมาก อย่างคันนี้ ราคาป้ายแดง 8 แสนกว่าบาท ตอนนี้เหลือราคาประมาณ ประมาณ 288,000 บาท แต่หากขายให้เต็นท์คงจะได้ประมาณ 2 แสนต้นๆ เท่านั้นเอง ราคาตกมาก

การเปลี่ยนรถยนต์บ่อยๆ อย่างในระยะเวลา 20 ปี เปลี่ยนรถไปแล้ว 4 คัน ถ้าขาดทุนคันละ 400,000 บาท รวม 4 คันก็จะเป็นเงินมากถึง 1,600,000 บาท เลยทีเดียว นี่ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องจ่ายมากถึง 4 เท่าตัวเช่นกัน ในขณะที่การใช้รถเพียงคันเดียว จากราคา 1,000,000 บาท ก็จะมักจะขาดทุนไปไม่เกิน 1,000,000 บาท เท่าราคารถ เพราะหลังปีที่20 รถยนต์จะเหลือราคาอยู่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือ 0 บาท

กรณีเป็นรถยี่ห้อไม่นิยม ขายไม่ได้เลย เพราะไม่มีใครต้องการ โดยเฉพาะพวกรถยุโรป รถตลาดไม่นิยม ลองสังเกตุได้จากราคาซื้อขายรถในเว็บไซต์ต่างๆ จะเป็นไปตามนี้

หากรถยังอยู่ในสภาพดี ขับได้ ราคามักจะอยู่ที่หลักหมื่นบาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100,000 บาท รถยนต์ใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่จะมีราคาถูกกว่ารถยนต์เล็ก เครื่องยนต์เล็ก ประหยัดน้ำมัน อย่าง Honda Accord Toyota Camry Benz 230 เครื่องยนต์ 2,000 cc ขึ้นอาจจะมีราคาใกล้เคียงรถเล็ก อย่าง Honda city เครื่องยนต์ 1,500 cc

คนไม่มีความรู้ ไม่เคยใช้รถมาก่อน อาจคิดว่า รถใหญ่มีราคาถูก ดูดี มีหน้ามีตา ภูมิฐาน ขับแล้วโก้ อย่างเบนซ์ จับเข้าไป ก็เสร็จเสียค่าโง่ หลักหมื่นบาททันที ได้รถมาแล้ว ก็ติดหนึบ ขายยาก แถมไม่มีปัญหาใช้อีกต่างหาก รถใหญ่เหล่านี้ แม้จะเป็นมือสองแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถใช้งานได้ อาจจะมีเงินซื้อรถ แต่จะไม่มีเงินซ่อม เติมน้ำมัน เพราะเลือกรถไม่เหมาะกับฐานะตนเอง

รายจ่ายอื่นๆ ที่เกิดจากรถ การเปลี่ยนรถยนต์บ่อย เช่น เปลี่ยนทุก 5 ปี จะต้องเป็นการซื้อเงินสด จึงจะคุ้มค่า เพราะจะช่วยประหยัดค่าจัดไฟแนนซ์ ค่าผ่อน ดอกเบี้ย คำดำเนินการ ค่าเปลี่ยนโอนย้ายทะเบียนรถ ประมาณ 3,000 บาท ต่อคันในยี่สิบปีเปลี่ยนไป 4 คันก็ 12,000 บาทแล้ว รายจ่ายทุกอย่างต้องคูณ 4 นี่คือรายจ่ายอื่นที่นอกเหนือจากราคารถ ดังนั้น เงินที่จะหมดไปกับการเปลี่ยนรถบ่อยๆ หากรวมกับรายจ่ายส่วนนี้ ก็คิดเป็นเงินอีกหลายแสนบาท

ข้อดีข้อเสียของการใช้รถยนต์คันเดียวยาวนานเกิน 10 ปี

ข้อดีของการใช้รถยนต์คันเดียวยาวนานเกิน 10 ปี

การใช้รถอย่างยาวนานเกิน 10 ปี หรืออาจจะเกิน 20 ปี หรือจนกว่ารถจะพังไปข้าง กรณีนี้จะเป็นเรื่องที่คุ้มค่า เพราะประหยัดเงินมากกว่า เช่น
1. กรณีใช้รถใหม่ป้ายแดง สมมุติว่าราคา 1,000,000 บาท หลังผ่านไป 20 ปี หากรถยังขับได้ อยู่ในสภาพดี มักจะมีราคาประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป ก็จะขาดทุนประมาณ 950,000 บาท ขึ้นไป เมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนรถทุก 5 ปี แล้วคุ้มกว่า เพราะเปลี่ยนรถบ่อยจะขาดทุนเกิน 1 ล้านบาท

2. ส่วนกรณีซื้อรถมือสอง โดยเน้นรถที่มีอายุใช้งาน 3-5 ปี สมมุติว่า ราคาประมาณ 5-7 แสนบาท จากรถป้ายแดง1,000,000 บาท กรณีนี้จะคุ้มค่ามากที่สุด ได้รถดี ราคาถูก และประหยัดเงินหลายแสนบาท หากตั้งใจจะใช้รถอย่างยาวนาน ก็แนะนำแบบนี้ อย่าไปซื้อรถใหม่ป้ายแดง โดยซื้อเงินสด อย่าซื้อรถเงินผ่อน ก็จะประหยัดเงินมากที่สุด

ข้อเสียของการใช้รถยนต์คันเดียวยาวนานเกิน 10 ปี

1. การใช้รถคันเดียวอย่างยาวนาน ต้องวางแผนค่อนข้างมาก ตั้งแต่การเลือกซื้อรถ ต้องเป็นรถเล็ก ประหยัดน้ำมันเท่านั้น จึงจะคุ้มค่า หากซื้อรถเครื่องยนต์ใหญ่ กินน้ำมัน ก็จะต้องติดตั้งแก๊ส ทำให้เสียเงินเพิ่ม โดยเฉพาะเครื่องยนต์ ซึ่งมักจะมีปัญหาอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่อง ค่าบำรุงรักษา ค่าอะไหล่ ค่าประกันภัยที่แพงกว่า ซึ่งมีรายจ่ายหลักหมื่น หลักแสนตามมา ดังนั้นหากวางแผนผิดไปจากนี้ จะเสียเงินมาก เพราะอาจจะต้องขายรถเสียก่อน สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว

2. การเกิดอุบัติเหตุ แม้จะใช้รถเล็ก ประหยัด แต่หากเกิดอุบัติเหตุ ชนหนัก ทำให้ต้องขายรถ เพื่อซื้อใหม่ ก็จะทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นทันที ซึ่งในระยะเวลาเป็นสิบปี ก็ย่อมจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ไม่เพราะเราก็คนอื่นเป็นต้นเหตุ

3. การซ่อมบำรุง ต้องทำตามระยะทาง อย่างเคร่งครัด และซ่อมให้จบ รถก็จะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา การดูแลอย่างดี รถก็จะใช้งานได้อีกนาน โดยเฉพาะที่จอดรถที่กันแดดกันฝนได้ เรื่องนี้ก็สำคัญ ไม่เช่นนั้นก็จะมีค่าทำสี ปะผุตามมาอีกหลายหมื่นบาท อย่างคันนี้ ถ้าจะทำสีปะผุทั้งคัน 30,000 น่าจะเอาอยู่นะ

4. หากต้องใช้รถเพื่อทำมาหากิน ก็จำเป็นต้องมีรถสำรอง ไว้เผื่อรถมีปัญหา หรือต้องนำไปซ่อมบำรุงหลายวัน รถสำรองก็ต้องอยู่ในสภาพดีเช่นกัน แต่หากทำงานบริษัทก็ไม่จำเป็นต้องมีรถสำรอง

5. กรณีใช้รถบ่อย ขับรถมาก รถจะโทรมมาก ค่าซ่อมมาก จึงไม่เหมาะกับการใช้งานมาก อย่างเซลล์ขายของ ทำงานไกลบ้าน

6. ไม่มีรถรุ่นใหม่ไว้ใช้งานตลอดเวลา อย่างในภาพคันนี้อายุเกิน 25 ปี แล้วในขณะที่รถส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานยังไม่มาก

ข้อควรพิจารณา ใช้รถคันเดียวหรือเปลี่ยนรถบ่อย

หากตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกแบบใด ระหว่างการใช้รถคันเดียวให้พังไปข้าง กับการเปลี่ยนรถบ่อยๆ คงจะต้องแยกพิจารณาตามลักษณะการใช้งาน เช่น

ทำงานบริษัท เน้นใช้รถเพื่อขับไปทำงาน หรือทำธุระบ้าง

กรณีนี้การใช้รถคันเดียวยาวๆ คุ้มค่าแน่นอน แต่ต้องเน้นรถเล็ก ประหยัดน้ำมัน และไม่จำเป็นต้องเป็นรถป้ายแดง หารถมือสองอายุ 3-5 ปี เลขไมล์น้อยๆ ก็เพียงพอแล้ว ด้วยงบไม่เกิน 350,000 ก็จะได้รถดีไว้ใช้งานอีกนาน มีข้อแม้อย่างเดียวต้องซ่อมบำรุงตามระยะทาง เปลี่ยนอุปกรณ์ทุกอย่างเมื่อถึงเวลา ในระยะเวลา 20 ปี ค่าซ่อมไม่เกิน 150,000 หากเน้นซ่อมให้เหมือนรถมาตรฐานเดิมๆ จากโรงงาน

ใช้รถเพื่อทำมาหากินหรือเดินทางบ่อย

หากใช้รถเพื่อทำมาหากิน ต้องใช้รถมาก ขับรถมาก ระยะทางไกล การใช้รถคันเดียวอาจจะไม่คุ้ม บางคนขับเกิน 100,000 กิโลเมตรต่อปี อาจจะต้องเปลี่ยนรถบ่อย เช่น ทุก 10 ปี แต่ต้องดูแลซ่อมบำรุงให้ดี ก็พอจะช่วยประหยัดเงินได้

แต่บางคนก็เน้นเปลียนรถบ่อยๆ โดยซื้อรถอายุ 3-5 ปี มาใช้งาน เลือกคันที่ใช้งานน้อย จากนั้นก็ใช้งานต่ออีก 2-3 ปี แล้วขายต่อ วิธีนี้ก็จะช่วยประหยัดเงินได้พอสมควร

ทางเลือกอื่นหากต้องการความประหยัด ก็อาจจะเลี่ยงไปใช้รถยนต์เครื่องดีเซล เพราะมีความทนทานกว่าเครื่องยนต์เบนซินบางรุ่นใช้งานได้เกินล้านกิโลเมตรเลยทีเดียว อย่างคันนี้ ตอนนี้เลขไมล์ 7 แสนกว่ากิโลเมตรแล้ว ล้านกิโลเมตรใช้งานได้สบายๆ

แต่ปัญหาก็คือ คนขับอาจจะไปก่อน เพราะใช้รถเดือนละไม่เกิน 100 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ไม่รู้จะอยู่ดูโลกนี้ได้อีกกี่ปี

ท้ายนี้ก็หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านที่กำลังลังเลว่าจะเลือกใช้งานรถแบบไหนดี ระหว่างใช้คันเดียวยาวให้พังไปข้างหรือเปลี่ยนรถบ่อย เรื่องนี้หากเข้าใจก็จะช่วยประหยัดเงินหลักแสนหลักล้านบาทเลยทีเดียว การทดลองเอง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้ เพราะต้องใช้เงินหลักแสน หลักล้านบาทเช่นกัน

บางคนเปลี่ยนรถบ่อย ทุก 5 ปี เน้นรถใหม่ป้ายแดง เพราะไม่อยากจะมีปัญหา แต่พอได้ใช้รถเก่า ขับไปซ่อมไปกับพบว่า ชีวิตมีความตื่นเต้น ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ สนุกกับการซ่อมรถ การหาอะไหล่ การไปนั่งเฝ้ารถที่นำไปซ่อม เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอ