การซ่อมช่วงล่างรถยนต์มือสอง หลังจากซื้อรถมาแล้ว

การซ่อมช่วงล่างรถยนต์มีคำแนะนำง่ายๆ ก็คือ ต้องจัดการให้ครบทุกจุดในครั้งเดียว ตรวจสอบให้ละเอียด บางคนเปลี่ยนยางอย่างเดียว แต่โชคมีปัญหาก็ไม่แก้ไข ก็จะทำให้ยางใหม่มีปัญหาตามไปด้วย การซ่อมทั้งระบบ ซ่อมแล้วใช้งานได้อีกนาน ใช้รถอย่างสบายใจ

ช่วงล่างของรถยนต์มีหลายรายการที่เกี่ยวข้องและมีค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมบำรุง เช่น
1. โช้ค ล้อ ยาง ลูกปืนล้อ เบรค ผ้าเบรค
2. ลูกหมาก บูชยาง ยางรองต่างๆ
3. เพลาขับจะมีเพลาขับตัวนอกติดที่ล้อหน้ารถและตัวในติดที่เครื่องยนต์
4. เฟืองท้ายกรณีเป็นรถขับหลัง เช่น รถกระบะ รถยุโรป
5. ระบบบังคับเลี้ยงพวงมาลัยและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
6. เปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ

การเลือกร้านหรืออู่ซ่อมช่วงล่างรถยนต์

1. การซ่อมกับศูนย์รถยนต์

การเข้าศูนย์จะเน้นเปลี่ยนอย่างเดียว หากมีงบมากพอ ประหยัดเวลา ไปที่เดียวจบ แต่การคิดค่าบริการของศูนย์ ค่าอะไหล่คิดตาม

ราคาปกติ แต่ค่าแรงจะคิดแยกตามรายการที่ต้องเปลี่ยน ตามความยากง่าย เปลี่ยนกี่รายการก็คิดตามนั้นรวม Vat 7% ช่วงล่างมีหลาย

รายการ ก็น่าจะโหดไม่น้อยเหมือนกัน สอบถามก่อนได้ ให้ตรวจสอบอุปกรณ์และประเมินราคาให้ก่อน จากนั้นจะซื้ออะไหล่เองซ่อมอู่

นอกก็ได้ เพราะบางรายการไม่ควรซ่อมที่ศูนย์เช่น ยาง การสลับยาง เพราะร้านนอก จะมีโปรโมชันซื้อยาง สลับยางฟรี ไม่เช่นนั้นจะเสีย

เงินทุกครั้ง ทุกรอบการสลับยางที่ 10,000 กิโลเมตร

2. การซ่อมอู่นอก ร้านยาง ช่วงล่าง

อู่หรือร้านในลักษณะนี้จะมีบริการซ่อมช่วงล่างครบวงจร ร้านใหญ่จะคิดค่า แรงเหมือนศูนย์ คือแยกเป็นชิ้น เปลี่ยน 4 ชิ้นค่าแรงก็ 4

รายการ แต่บวกค่าอะไหล่เพิ่มด้วยเช่นกัน ควรสอบถามราคา ให้ประเมินราคาให้ก่อนซ่อม หากไม่มีความรู้เรื่องช่วงล่าง อาจเข้าหลายๆ

ร้าน น่าจะได้ข้อมูลหลายทาง

แต่หากจะต้องทำรายการบางอย่างอยู่แล้ว เช่น เปลี่ยนยาง ก็ให้ทางร้านตรวจสอบและประเมินราคา แต่อย่าลืมหาข้อมูลราคาอะไหล่ไว้

ก่อน หากใกล้ เคียงกัน จะดีที่สุดให้ซื้ออะไหล่ไปเอง บางร้านจะมีการตรวจสอบและแจ้งราย การที่ควรจะต้องซ่อมดังรายการ การซ่อม

กับร้านเหล่านี้ หากเปลี่ยนยาง ก็จะมีโปรโมชันสลับยางฟรี ประหยัดครั้งละ 400 กว่าบาท ซึ่งต้องสลับยางทุก 10,000 กิโลเมตร

รายการซ่อมช่วงล่างรถ

3. การซื้ออะไหล่เองซ่อมอู่นอก

กรณีนี้จะต้องมีความรู้ในเรื่องอะไหล่ต่างๆ ก่อนอื่นให้ติดต่อร้านทำช่วงล่าง (อู่ขนาดเล็กจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า บางอู่อาจจะทำ

ได้หมดทุกอย่าง) ให้ทางอู่ตรวจสอบแล้วตกลงกันในเรื่องการซ่อม โดยแจ้งว่าจะซื้ออะไหล่เอง ปรึกษาสอบถามราคาค่าบริการ ก่อนจะ

ทำการซ่อม

รายการที่ซ่อมก็จะเป็นพวกลูกหมาก บูชยาง ลูกปืนล้อ เปลี่ยนโช้ค ทำเบรค ยกเว้นเปลี่ยนยางเท่านั้น หลังจากซ่อมเสร็จแล้วก็ไป

เปลี่ยนยางหรือตั้งศูนย์ถ่วงล้อ การเปลี่ยนยางให้เข้าร้านยางที่มีบริการสลับยางฟรี การซ่อมอาจจะยุ่งยากหน่อย แต่หากต้องทำหลาย

รายการ จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลักพันบาทเลยทีเดียว

ขั้นตอนการซ่อมบำรุงช่วงล่าง

การซ่อมช่วงล่างจำเป็นต้องทำไปตามลำดับ เช่น โช้ค ลูกหมาก ลูกยาง บูช ยางต่างๆ ระบบบังคับเลี้ยว ลูกหมากคันชัก ลูกหมากแร็ค

ลูกปืนล้อ ยางแล้วจึงตั้งศูนย์ถ่วงล้อ
1. โช้คคู่หน้าและหลังหากมีปัญหาจะมีทางเลือกในการซ่อม 2 แบบคือ เปลี่ยนใหม่และอัดใหม่ โดยจะมีราคาแตกต่างกัน หากขับคน

เดียวเป็นส่วนใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ก็ได้ เพราะโอกาสเสียไม่ง่ายนัก เนื่องจากรถไม่ได้บรรทุกหนัก
– ตัวอย่างโช้คหน้า Honda City ของแท้ 1640 x 2 = 3280.- กรณีซ่อมอัดใหม่คู่ละพันบาทต้นๆ
– ตัวอย่างโช้คหลัง Honda City ของแท้ 1700 x 2 = 3400.- กรณีซ่อมอัดใหม่คู่ละพันบาทต้นๆ

ซ่อมโช้ครถยนต์

* หากใช้งานรถไม่หนักมาก เน้นนั่งคนเดียว ถนนไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อโช้คใหม่ อัดใหม่ก็พอ ใช้งานได้อีกนาน เพราะ

ไม่ได้รับน้ำหนักมาก ไม่เสียง่ายๆ ร้านทำโช้คจะมีบริการซ่อมลูกหมากด้วยอาจจะถือโอกาสให้ตรวจสอบการซ่อมลูกหมากต่างๆ ไปด้วย

เลย ไม่เช่นนั้นก็เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า ใช้งานได้นานกว่า หากจะต้องบรรทุกผู้โดยสารหลายคนบ่อยๆ

2. ลูกหมาก ลูกยางต่างๆ การดูว่าอะไหล่ต่างๆ เหล่านี้เสียหรือไม่ อาจจะไม่ง่าย แต่ราคาไม่สูงมาก ดังนั้นซื้ออะไหล่ไปเองเลยจะ

ประหยัดกว่า ซึ่งรถแต่ละรุ่นจำเป็นต้องศึกษาชิ้นส่วนต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง ตัวอย่างอะไหล่
– ลูกหมากปีกนกล่าง
– บูชหรือลูกยางปีกนกล่างเล็ก
– บูชปีกนกล่างใหญ่
– ยางกันโคลงหน้า

ซ่อมลูกหมาก เพลาขับ

* กรณีของรถกระบะจะมีชิ้นส่วนเหล่านี้ค่อนข้างมาก แต่ทำครั้งเดียวแล้วใช้กันยาวๆ แน่นอน หากใช้ของแท้

5. ระบบบังคับเลี้ยว หากมีปัญหาเวลาขับ จะสังเกตุได้จากพวงมาลัยจะสั่นหรือกระแทกให้สะท้านที่มือ ซึ่งจะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่อ

ไปนี้ หากไม่แน่ใจว่าเสียหรือไม่ ให้สั่งอะไหล่ไปให้พร้อม ตัวไหนไม่ใช้ก็เอามาคืนร้านอะไหล่
– ลูกหมากแร็ค
– ลูกหมากคันชัก

ซ่อมระบบบังคับเลี้ยวรถ

3. ลูกปืนล้อ หากไม่มีปัญหาต้องเปลี่ยน อาจจะอัดจารบีใหม่ แค่นั้น
4. ผ้าเบรค ดิสก์เบรค
– ผ้าเบรคหน้า การซื้อเองจะประหยัดกว่า
– จานดิสเบรคหน้า จานดิสก์เบรคหากไม่เรียบต้องเจียร์จานเบรคควรหาร้านเองโดยตรงจะดีกว่า ประหยัดกว่า
– จานดรัมเบรคหลัง สามารถซ่อมได้ ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งชุด

ซ่อมผ้าเบรค ดรัมเบรครถ

6. เพลาขับ ยางหุ้มเพลาขับ หากไม่มีปัญหา อาจจะอัดจาระบีใหม่ ซึ่งจะมี 4 ตัวด้วยกัน คือ เพลาขับตัวในติดที่เครื่อง 2 ตัว และตัว

นอกติดที่ล้อ 2 ตัว

ซ่อมยางหุ้มเพลาขับ

7. การเปลี่ยนยาง ควรทำหลังจากได้ตรวจซ่อมโช้ค ลูกหมาก และบุชยางต่างๆ ระบบบังคับเลี้ยวให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นจึงเปลี่ยน

ยาง ให้ใช้ยางมาตรฐาน หากจะเปลี่ยนแม็กก็ควรให้มีขนาดเท่ากับมาตรฐาน แต่รถเดิมๆ ดีที่สุด ขายต่อง่ายและได้ราคามากกว่า นอก

เสียจากจะใช้แม็กบางยี่ห้อ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ารถได้ อย่าง BBS ของแท้

เปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์

8. หลังจากซ่อมรายการอื่นๆ เสร็จแล้ว จะต้องนำรถไปตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ หรือเปลี่ยนยางไปด้วยเลยหากยางเสื่อมสภาพแล้วช่วงล่างรถยนต์มีรายละเอียดมาก รถแต่ละขนาด ช่างล่างต่างกัน ยิ่งรถใหญ่ รถยุโรป ช่วงล่างดีๆ อุปกรณ์ต่างๆ ก็มากตามไปด้วย ค่าแรงค่าอะไหล่ก็มากกว่าเช่นกัน แค่รถเล็กๆ อย่าง Honda City ค่าใช้จ่ายก็ไม่น้อย หากเป็นพวก Accord, Camry, Benz หรือ BMW จะแพงกว่า

ช่วงล่างรถยุโรป

คันนี้ช่วงล่างรุงรัง พอสมควร แต่เกาะถนนดี นั่งสบาย สไตล์รถยุโรป

สรุปการซ่อมช่วงล่าง

เนื่องจากช่วงล่างมีรายการต่างๆ มากพอสมควร แนวทางการซ่อมมือใหม่ อาจจะงงๆ สรุปให้ดังนี้
1. ให้ร้านช่วงล่างตรวจสอบว่ามีอะไรเสียบ้าง ตกลงเรื่องการซ่อม จากนั้นก็ซื้ออะไหล่เองทั้งหมด
2. รายการทั้งหมดต่อไปนี้ สามารถซื้อเองได้ทั้งหมด เช่น
2.1. โช้ค ล้อ ยาง ลูกปืนล้อ เบรค ผ้าเบรค
2.2. ลูกหมาก บูชยาง ยางรองต่างๆ
2.3. เพลาขับจะมีเพลาขับตัวนอกติดที่ล้อหน้ารถและเพลาขับตัวในติดที่เครื่องยนต์ ยางหุ้มเพลาขับ จารบี รถเก๋งจะใช้เพลาขับ
2.4. เฟืองท้ายกรณีเป็นรถขับหลัง เช่น รถกระบะ รถยุโรป หากมีปัญหา สามารถหาของมือสองได้ตามร้านเชียงกง
2.5. ระบบบังคับเลี้ยงพวงมาลัยและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
3. การเปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ ใช้บริการได้ตามร้านยาง เลือกร้านที่มี เครื่องตั้งศูนย์ล้อ หากเปลี่ยนยางใหม่ต้องมีโปรโมชันสลับยางฟรีด้วย

3545 3545