ซ่อมไดสตาร์ทหรือแก้ปัญหาไดสตาร์ทเบื้องต้นด้วยตนเอง

ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักการทำงานของไดสตาร์ทกันก่อนเลย หน้าที่ของอุปกรณ์ตัวนี้จะทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์นั่นเอง สำหรับไดสตาร์ทที่ยังทำงานเป็นปกติ เมื่อปิดกุญแจไปทางขวามือสุด ระบบต่างๆ ของเครื่อง ยนต์ ก็จะทำงาน เมื่อเครื่องติดแล้วก็หมดหน้าที่ของอุปกรณ์ตัวนี้ มีหน้าที่แค่นี้แหละ จึงทำให้ไดสตาร์ทมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนาน จากที่เคยใช้มาตั้งแต่ป้ายแดง หลังจากได้ใช้ไปประมาณสิบกว่าปี จึงเริ่มมีอาการ เลขไมล์ประมาณ 150,000 กิโลเมตร

ตำแหน่งของไดสตาร์ท

เมื่อเปิดฝากระโปรงหน้า จะพบสายพานต่างๆ ซึ่งเรียกว่าตำแหน่งหน้าเครื่อง ฝั่งตรงข้ามจะเรียกตำแหน่งท้ายเครื่อง ไดสตาร์ทจะอยู่ตำแหน่งท้ายเครื่อง ใต้จานจ่ายตัวบนสุดที่มีสายไฟหัวเทียน 4 เส้น

อาการเสียของไดสตาร์ท

อุปกรณ์ตัวนี้บทจะเสียก็จะมีบางบอกเหตุไม่มากนัก ให้พอสังเกตุได้ จากประสบการณ์ที่เจอมา 3 คัน อาการที่บ่งบอกนั้นต้องเป็นคนที่ค่อนข้างสังเกตุ จึงจะดูออก ปกติเวลาสตาร์ทรถ เครื่องยนต์ก็จะติดทันทีไม่มีเสียอะไร แต่จากที่เจอมาก่อนจะเสีย จะมีอาการดังนี้

1. บิดกุญแจไปตำแหน่งสตาร์ทขวามือสุดแล้วเงียบ
อาการนี้ใช่เลย ไดสตาร์ทจะไปแล้ว เตรียมเสียเงิน หากอยู่ในบ้าน กำลังจะออกไปไหน ก็ไม่ควรเสี่ยง แต่หากอยู่นอกบ้าน หรืออยู่ระหว่างเดินทาง บิดแล้วเงียบ สักสองสามครั้ง ให้ตั้งสติก่อน แล้วบิดรวดเดียว เร็วๆ สตาร์ทรถเร็วๆ จากที่ลองมาจะสามารถติดเครื่องได้หากกำลังเดินทางก็จงรีบกลับบ้าน ไม่ควรแวะจอดที่ไหน หรือขับเข้าอู่ไดนาโม ซ่อมระบบไฟฟ้ารถยนต์

2. บิดกุญแจไปตำแหน่งเกือบจะขวามือสุด ให้ไฟหน้าปัดแสดง แล้วสตาร์ทรถวิธีนี้ควรทดสอบขณะอยู่ที่บ้าน เพราะหากสตาร์ทไม่ติดก็ใช่เลย ไดสตาร์ทมีปัญหา ให้บิดกุญแจไปตำแหน่งเกือบจะขวามือสุด ให้ไฟหน้าปัดแสดง ออกมา แล้วรอสักพัก สัก 2-3 วินาที แล้วบิดกุญแจไปทางขวามือสุดเพื่อสตาร์ท หากบิดกุญแจแล้วเงียบ ก็ใช่เลย ไม่รอด

3. สตาร์ทติดแต่มีเสียงครืดดด.. คราด…สั้นๆ
อาการนี้ก็บ่งบอกว่าใช่เหมือนกัน เป็นประสบการณ์ตรงที่เคยเจอมา 2 คันเสียงเดียวกันเลย หากมีอาการแบบนี้ ควรรีบไปตรวจสอบโดยด่วนว่าไดสตาร์ทมีปัญหาหรือไม่ หากเพิ่งซื้อรถมือสองมา ก็ไล่ดูประวัติการซ่อม เคยซ่อมหรือยัง หากยังไม่เคยซ่อม ก็เดาไว้ก่อนว่าปัญหาเกิดจากไดสตาร์ทแน่นอน

การแก้ปัญหากรณีไดสตาร์ทเสียเบื้องต้นด้วยตนเอง

ถ้าไดสตาร์ทมีปัญหา อาจจะเป็นขณะเดินทาง หรืออาจจะยังไม่มีเงินซ่อม เงินเดือนยังไม่ออก หรืออยู่นอกบ้านไปทำธุระ ก็มีวิธีสตาร์ทง่ายๆ ดังนี้
1. ลองใช้วิธีสตาร์ทแบบเร็วๆ
วิธีนี้เคยลองใช้แล้วได้ผล แต่อาจจะไม่ทุกคัน ให้เสียบกุญแจแล้วบิดรวดเดียวเพื่อสตาร์ทแบบทันทีทันใด หากสตาร์ทไม่ติดก็ดูวิธีถัดไป

2. หากเป็นรถเกียร์ธรรมดา ให้ใช้การเข็น
หากไปกันหลายคน หรืออาจจะรบกวนคนรอบตัวให้ช่วยเข็น โดยใส่เกียร์ 3 คาไว้ เหยียบครัช บิดกุญแจไปตำแหน่งขวามือสุดให้ไฟหน้าปัดแสดง เมื่อเข็นจนได้ความเร็วพอสมควรแล้ว ให้ปล่อยครัช เหยียบคันเร่ง เครื่องติดแล้วให้แตะเบรค จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านหรือไปหาอู่ทันที หากต้องเข็นคนเดียวให้เข็นถอย หลัง และใส่เกียร์ถอยหลัง จะง่ายกว่า

3. ใช้โลหะเคาะตัวไดสตาร์ท
หากเป็นรถยนต์เกียร์ออโต้หรือไปคนเดียวไม่มีคนช่วยเข็น ก็ดูท้ายรถหาโลหะ อาจจะเป็นแม่แรงหรือประแจถอดล้อ เอามากระทุ้งเบาๆสัก 3-4 ครั้ง ตรงตำแหน่งทรงกลมสีดำ ที่มีสติ๊กเกอร์สีบรอนซ์ติดอยู่ แล้วสตาร์ตเครื่อง ปกติจะติดเครื่องได้

แนวทางการซ่อมไดสตาร์ท

ก่อนจะซ่อมนั้น ให้ลองค้นหาข้อมูลค่าซ่อม วิธีการซ่อมจาก Google ก่อน ไม่ใช่ขับรถดุ่มๆ ไปที่อู่ให้เค้าฟันหัวแบะ สำหรับคันที่ใช้อยู่นี้เป็น Honda City ปี 1996 ค่อนข้างเก่า ไดสตาร์ทของแท้หาไม่ได้ แต่มีอะไหล่ให้เปลี่ยน ซึ่งก็เสียแค่ 2 รายการเท่านั้น
1. ตัวออโตเมติกสตาร์ท ตัวกลมๆ สภาพใหม่ติดกับไดสตาร์ทสีดำ
2. ถ่านสตาร์ทอยู่ข้างในตัวกลมๆ สีดำ
3 ค่าล้างทำความสะอาด

สำหรับตัว ออโตเมติกสตาร์ทนั้น ราคาจริงๆ ไม่น่าจะถึง 1400 บาท เพราะส่วนใหญ่ช่างจะบวกเพิ่มประมาณ 1 ใน 3 ของราคาอะไหล่อยู่แล้ว

ไดสตาร์ทเสียอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับรถเกียร์ธรรมดา เพราะสามารถเข็นได้ แต่รถมือสองที่ใช้งานอยู่นั้น หากใช้งานมานานแล้วยังไม่เคยเปลี่ยนหรือเป็นรถมือสองที่เพิ่งได้มา ก็ควรจัดการรื้อมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนถ่านสตาร์ท ไปเลย ก็จะใช้สบายใจมากขึ้นเพราะถอดซ่อมง่าย ค่าแรงไม่มาก จัดการทีเดียวให้เรียบร้อย จะได้ใช้รถอย่างสบายใจ

นอกจากนี้ในกรณีขับรถผ่านน้ำท่วมสูงประมาณล้อหน้า อย่าลืมตรวจสอบหรือทำความสะอาดไดสตาร์ท เพราะความชื้นอาจจะทำให้มีปัญหาได้

พาวเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยสตาร์ทรถได้ สำหรับการใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ ควรมีติดรถไว้ นอกจากไว้ชาร์จอุปกรณ์มือถือ แท็บเล็ตแล้ว หากรถมีปัญหาก็ใช้ช่วยสตาร์ตรถได้อีกด้วย

8222 8222