รายการค่าซ่อมรถมือสองเบื้องต้นที่จำเป็นต้องรู้และเข้าใจ

รายการค่าซ่อมรถมือสอง หากมีความเข้าใจก็จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อรถ การเข้าใจวิธีการซ่อม ก็จะช่วยประหยัดเงินค่าซ่อมได้อย่างมากเช่นกัน ซึ่งรถมือสองจะมีค่าซ่อมมากน้อยต่างกันไป ตามอายุการใช้งานของรถ สภาพรถ แต่ก็มีวิธีลดรายจ่ายในส่วนนี้ลงได้อย่างมาก

กรณีศึกษาการซ่อมรถยนต์แบบต่างๆ
การซ่อมรถยนต์ใหม่ป้ายแดง

กรณีของรถใหม่ป้ายแดง การซ่อมบำรุงจะทำตามระยะทาง และเจ้าของรถก็มักจะซ่อมบำรุงอย่างดี เพราะยังรักรถ ยังเห่อรถรถใหม่สภาพก็สมบูรณ์อยู่แล้ว การดูแลอย่างดี รถก็จะยิ่งอยู่ในสภาพดี แต่บางคนก็ใช้แบบไม่สนใจ เพราะเน้นเปลี่ยนรถทุก 5 ปี รถแบบนี้อาจจะใช้แบบไม่มีการซ่อมบำรุงหรืออย่างมากก็เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเท่านั้น ไม่ทำอะไรมาก

การซ่อมรถใหม่ป้ายแดงจะมีคู่มือ ซึงก็จะซ่อมไปตามระยะทาง ตัวอย่างรถ Honda City หากซ่อมไปตามนี้รถก็จะอยู่ในสภาพดีและเมื่อใช้รถเกิน 200,000 กิโลเมตรแล้ว ก็มาเริ่มวนซ้ำใหม่ เช่น
1. 210,000 กิโลเมตร ก็เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และแหวนรองน้ำมันเครื่อง
2. 220,000 กิโลเมตร เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แหวนรองน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง และไส้กรองอากาศและกรองแอร์
3. ทุก 10,000 กิโลเมตร ก็วนซ่อมไปตามนั้น ตามรายการต่างๆ

สำหรับรถยนต์ใหม่ เริ่มตั้งแต่การซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดง หากดูแลซ่อมบำรุงแบบนี้ไปตลอดอายุการใช้งาน รถจะอยู่ในสภาพดีบางคันใช้งานเกิน 500,000 กิโลเมตร โดยไม่มีปัญหาใดๆ

สรุปจากตารางการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ใหม่

จากตารางการซ่อมบำรุงรถใหม่ อาจจะปรับได้ดังนี้
1. การ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และแหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตร
2. การเปลี่ยน กรองน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร
3. การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ แอร์ เปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร
4. การเปลี่ยน ไส้กรองอากาศ เปลี่ยนทุก 30,000 กิโลเมตร
5. การเปลี่ยนน้ำมันเบรค เปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร
6. การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ธรรมดา และแหวนถ่ายน้ำมันเกียร์ เปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร
7. การเปลี่ยนน้ำมันเบรค เปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร
8. การเปลี่ยน กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เปลี่ยนทุก 80,000 กิโลเมตร
9. การเปลี่ยน หัวเทียน เปลี่ยนทุก 100,000 กิโลเมตร
10. สำหรับรถที่ใช้สายพานทามมิ่ง มักจะระบุให้เปลี่ยนทุก 100,000 กิโลเมตร เช่นกัน
11. การเปลี่ยนน้ำยาหม้อน้ำจะเปลี่ยนทุก 200,000 กิโลเมตร

หมายเหตุที่กล่าวมาก็คือรายการซ่อมบำรุงพื้นฐานของรถยนต์ หากปฏิบัติตามระยะทาง โอกาสเกิดปัญหาก็จะน้อยลง สามารถใช้งานรถยนต์ได้อย่างยาวนานเกิน 20 ปี

การซ่อมรถยนต์มือสอง

ความแตกต่างการซ่อมบำรุงรถใหม่ป้ายแดงและรถมือสองจะอยู่ที่ การซ่อมรถมือสองนั้นจะซ่อมไปตามอาการ หรือปัญหาที่เกิดกับรถ มักจะไม่ซ่อมตามระยะทาง ผลที่ตามมาจึงทำให้รถมือสองมีปัญหามากกว่ารถใหม่ป้ายแดง จะไม่มีปัญหาได้อย่างไรในเมื่อใช้อย่างเดียว ไม่ซ่อมบำรุง มันก็ต้องมีปัญหา เครื่องบินใช้งานเป็นสิบปี ทำไมยังใช้งานได้ เพราะซ่อมบำรุงอย่างดี รถยนต์มือสองหากปฏิบัติแบบเดียวกัน ก็ย่อมจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนกันนั่นเอง

วิธีซ่อมรถมือสองเพื่อให้รถอยู่ในสภาพดีใกล้เคียงรถป้ายแดง

ส่วนการซื้อรถยนต์มือสอง หรือได้รถมือสองที่ไม่มีประวัติการซ่อมบำรุงมาไว้ในครอบครอง การซ่อมบำรุงครั้งแรกนั้น บางคนก็จะซ่อมไปตามอาการ ซึ่งกรณีนี้ รถก็อาจจะมีปัญหางอแงบ้าง และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่มองว่า รถมือสอง รถเก่ามีปัญหา

แต่ผู้เขียนจะเน้นซ่อมใหญ่ทั้งหมดเลย ซ่อมบำรุงตามระยะทางคล้ายศูนย์ แม้จะมีรายจ่ายหลายหมื่นบาท แต่ก็จะได้รถที่สมบูรณ์ใกล้เคียงรถใหม่เลยทีเดียว อีก 4-5 ปี ก็ยังใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา ซึ่งน้อยคนจะทำแบบนี้

การซ่อมบำรุงเบื้องต้นเหมือนรถใหม่

1. ซ่อมตามรายการซ่อมพื้นฐานทั้งหมด เหมือนรถใหม่ เช่น เปลี่ยนทุกรายการ ค่าอะไหล่ประมาณ 5,334 บาท แต่ต้องซื้ออะไหล่เองทุกชิ้น ก็จะได้ราคานี้ หากขับรถเข้าอู่นอก อู่ที่ไหนก็ตามที่ไม่ใช่ศูนย์รถ จะบวกราคาอะไหล่เพิ่มอีกประมาณเท่าตัวก็จะต้องเสียค่าอะไหล่ประมาณ 5,334 x 2 = 10,668 บาท

2. ค่าแรงกรณีเข้าศูนย์รถยนต์นั้นๆ จะคิดเป็นเงินประมาณหลักพันบาท แต่อู่นอกจะไม่แพงขนาดนี้ อาจจะเหมารวมไปเลยอย่างอู่ประจำที่ผู้เขียนซ่อมนั้นจะไม่เกิน 500 บาท เพราะไม่ใช่รายการที่เปลี่ยนที่ยุ่งยากอะไร อู่เล็ก ค่าแรงถูก อู่มีลูกน้องค่าแรงก็สูงขึ้น อู่ใหญ่มาก ค่าแรงก็สูงมาก เพราะต้องเอาเงินไปจ่ายให้ลูกน้อง ดังนั้นต้องหาอู่เล็กๆ เจ้าของทำเองคนเดียว มักจะเหมาค่าแรง ไม่คิดแยกเป็นจุดๆ เหมือนอู่ใหญ่หรือศูนย์

3. การซื้ออะไหล่กับร้านใหญ่ๆ ในตัวจังหวัด อะไหล่ชิ้นใดไม่ใช้ จะคืนได้ ไม่เสียเงิน ได้เต็มจำนวน ไม่แน่ใจว่ามีอะไรต้องเปลี่ยนบ้าง ก็จัดการเหมามาทั้งหมดเลย

ซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วน อะไหล่ที่ชำรุด

การซ่อมส่วนนี้จะดูว่ามีอะไรชำรุด เสื่อมสภาพบ้างก็จะจัดการไปตามนั้น โดยจะซื้ออะไหล่เอง เช่นกัน เพื่อความประหยัด ห้ามไปใช้บริการกับอู่นอกอย่างเด็ดขาด เพราะจะบอกราคาอะไหล่เพิ่มเท่าตัว การซื้ออะไหล่อาจจะมีรายจ่ายสูง แต่ร้านอะไหล่ส่วนใหญ่จะสามารถคืนได้ โดยจะได้เงินคืนเต็มจำนวน ดังนั้นก็เหมาเอามาเลย รายจ่ายส่วนนี้ทั้งหมด หลักหมื่นบาท

1. ช่วงล่าง ลูกยาง ลูกหมาก โช้ค ยางมีราคาแพงที่สุด หากยังไม่พร้อมจะเปลี่ยนก็ต้องเลือกรถที่ยังใช้ไม่หมดอายุ ดูเลขการผลิตยาง จะเป็นสัปดาห์และปีผลิต หรือเอาเล็บจิกดอกยาง ถ้าแข็งแล้วก็หมดสภาพ รายจ่ายส่วนนี้หากต้องทำทั้งยาง โช้ค ลูกหมาก จะมีรายจ่ายเกิน 15,000 บาท อยู่ที่ราคายาง รถเล็กๆ อย่างรถเก๋ง ยางขนาด 14 นิ้ว จะไม่เกินหมื่น

2. ระบบระบายความร้อน หม้อน้ำ วาล์วน้ำ ปั๊มน้ำ ท่อน้ำ ส่วนนี้ให้เปิดฝาหม้อน้ำ แล้วดูสีของน้ำ หากมีสีแดง ก็เตรียมเงินไว้เลย 5000 บาทขึ้นไป

3. สายพานทามมิ่ง ในรถเก๋งเครื่องยนต์เบนซินที่ใช้สายพานทามมิ่ง จะต้องเปลี่ยนทุก 100,000 กิโลเมตร รถที่ได้มานั้นหากไม่รู้ประวัติก็ต้องเปลี่ยนทันที ส่วนนี้จะมีรายจ่ายอื่นๆ ด้วย รวมแล้ว ประมาณ 10,000 บาท เช่น ซีลข้อเหวี่ยง ปั๊มน้ำน้ำมันเครื่อง ชุดสายพานทามมิ้งทั้งหมด

4. ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ ไดชาร์จ ไดสตาร์ท ไฟ สวิทซ์ต่างๆ ส่วนนี้ไม่เกิน 5000 บาท หากไม่รู้ว่าเจ้าของเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อใด ก็ต้องรอให้แบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งรถจะสตาร์ทไม่ติด ก็เป็นอันรู้กัน

5. ระบบแอร์ หากแอร์ไม่เย็น ก็ต้องตรวจสอบให้ดีเสียก่อน ส่วนนี้มีรายจ่าย 5000 บาทขึ้นไป หาคอมแอร์หรือคอยล์เย็นแอร์เสีย แต่หากแค่เติมน้ำยาแอร์ ก็หลักร้อยบาท

ค่าซ่อมแพงแต่จบ ได้รถดีไว้ใช้งานอีกนาน

การซ่อมทั้ง 2 ส่วนที่ว่ามา รวมแล้วไม่เกิน 50,000 บาท ก็เอาอยู่ จบ และมีรถดีๆ ไว้ใช้งานอีกนาน อย่างรถราคาไม่ถึง100,000 เหล่านี้ ตัวถัง สีภายนอกยังดี ค่าซ่อมไม่เกิน 50,000 จบ มีรถดีไว้ใช้ ตัวอย่าง
1. รถกระบะ Isuzu TFR ราคา 92,000 ประหยัดทั้งค่าซ่อม ค่าน้ำมัน และมีความทนทาน เครื่องยนต์ใช้งานได้หลักล้านกิโลเมตรเลยทีเดียว หากเครื่องยนต์ไม่เคยมีปัญหามาก่อน รวมค่าตัวรถกับค่าซ่อมประมาณ 140,000 บาท ได้รถดีไว้ใช้งานอีกหลายปีก็คุ้มนะ

2. รถเก๋ง Honda City ราคา 62,000 ประหยัดค่าซ่อมบำรุง เช่นกัน แต่ก็จะกินน้ำมันมากกว่า Isuzu TFR แต่ก็ถือว่าเป็นรถเก๋งขนาดเล็กที่มีความประหยัด เพียงแต่ต้องมั่นใจว่าเครื่องยนต์ไม่เคยติดแก๊สไม่เคยมีปัญหาเรื่องความร้อน ก็จะใช้งานได้อีกนานเช่นกัน รวมค่าตัวรถกับค่าซ่อมประมาณ 112,000 บาท ได้รถดีไว้ใช้งานอีกหลายปีก็คุ้มมาก แต่ในความจริงแล้ว ค่าซ่อมน้อยกว่านี้

3. รถยนต์มือสองอย่างพวกรถ ECo Car แม้จะเป็นรถที่มีความประหยัด แต่เมื่อเป็นรถมือสอง สภาพยังดูใหม่ เหมือน 2 คันนี้แต่ก็ใช่ว่าค่าซ่อมจะน้อย หากโชคร้ายไปเจอรถที่ ยางหมดอายุแล้ว ค่าเปลี่ยนยางหลักหมื่น เกียร์มีปัญหา ค่าซ่อมหลักหมื่นถึงแสนบาท รวมกับรายจ่ายพื้นฐาน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ และรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ด้วยแล้ว มีโอกาสแพงกว่ารถราคาถูกอย่าง Honda City 1999 ราคา 62,000 บาท แม้รถจะยังใหม่กว่า อายุใช้งานน้อยกว่า แต่รายจ่ายพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้ต่างกัน

ค่าซ่อมอาจบานปลาย ถ้าเครื่องยนต์ เกียร์มีปัญหา

การเลือกรถมือสอง สิ่งสำคัญก็คือเครื่องยนต์หากไม่มีปัญหามาก่อน ค่าซ่อมไม่บานปลาย หากมีปัญหาต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์หรือซ่อมเครื่องยนต์รายจ่ายจะรออยู่อีกหลายหมื่นบาท อย่างการเปลี่ยนเครื่องต้องมีอย่างน้อย 30,000 บาทขึ้นไป

ส่วนเกียร์ก็เช่นกัน โดยเฉพาะเกียร์แบบ CVT ในรถอีโคคาร์ หากมีปัญหา ค่าซ่อมรออยู่แล้วหลักหมื่นบาทถึงหลักแสนบาท หากเปลี่ยนใหม่ทั้งลูกรายจ่ายหลักแสนบาทเลยทีเดียว

ซ่อมตัวถังและการทำสีรถมือสอง

การซื้อรถมือสองให้หลีกเลี่ยงรถที่จะต้องทำสี ปะผุทั้งคัน เพราะจะมีรายจ่ายสูงมาก และเสียเงินโดยใช่เหตุ และรายจ่ายในส่วนนี้จะค่อนข้างสูงมาก หลายหมื่นบาทอย่างสภาพนี้ รถตู้น้อยคันนี้ ทำสีหมดไปเกิน 50,000 บาท เพราะทำแล้วไม่จบ ผ่านไปไม่กี่เดือนก็ผุอีก ต้องทำทุกครึ่งปีเลยทีเดียว

ดังนั้นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องหลีกเลี่ยงก็คือ เครื่องยนต์มีปัญหา อย่างเครื่องติดแก๊ส ไม่ควรซื้อ เกียร์ออโต้แบบ CVT และตัวถังผุสีซีด ต้องทำสี ปะผุ ซึ่งรายจ่าย 2 ส่วนนี้ค่อนข้างแพง เกิน 60,000 บาทขึ้นไป เลยทีเดียว

ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ

ขนาดของเครื่องยนต์

ปัจจัยอื่นๆ ที่ผลต่อค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายที่จะตามมาอีกเรื่องที่สำคัญก็คือ ขนาดเครื่องยนต์ เพราะน้ำมันจะเป็นรายจ่ายที่มากที่สุดในการใช้รถยนต์ หากใช้รถยนต์จนกว่าจะพัง รายจ่ายส่วนนี้จะแพงที่สุด หลักล้านบาท จึงต้องเลือกรถที่ประหยัดน้ำมันไว้ก่อน
1. รถเครื่องใหญ่ อย่าง Benz 230 D รถใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่ ดูหรูหรา ค่าใช้จ่าย อะไหล่แพงกว่า แม้จะทำให้ดูมีหน้ามีตา แต่ก็ต้องแลกกับเงินที่หมดไปกับการรักษาหน้าตา หรือมีหน้ามีตา ดูดี ด้วยเช่นกัน

2. รถเครื่องเล็ก รถยนต์ขนาดเล็กประหยัดน้ำมัน เช่น Honda city ขับแล้ว อาจจะดูไม่เหมือนอาเสี่ย อย่างขับเบนซ์ แต่ประหยัดทุกด้าน

รถที่มีค่าใช้จ่ายแพงโดยธรรมชาติ

รถยุโรป รถเหล่านี้จะมีความแพงโดยธรรมชาติ ทั้งค่าซ่อม อะไหล่ หรือค่าน้ำมัน เพราะส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์ใหญ่ บางคันก็มักจะมีปัญหาจุกจิก ซ่อมไม่จบ

ท้ายนี้ก็หวังว่า บทความนี้คงจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจการซ่อมรถมือสองมากยิ่งขึ้น รถเก่ามีค่าซ่อมหลักหมื่นถึงหลักแสนก็จริง แต่หากซ่อมเป็น ก็จะได้รถดีไว้ใช้งานอีกนาน ประหยัดเงินหลักแสนเมื่อเทียบกับรถใหม่ป้ายแดง หรือแม้แต่รถมือสองที่สภาพยังใหม่มาก อายุใช้งานไม่กี่ปี

หากเข้าใจการซ่อม แม้จะเป็นรถที่มีอายุการใช้งาน 20 กว่าปี แต่ก็สามารถซ่อมบำรุงและได้รถดีไว้ใช้งานไม่ต่างไปจากรถอายุ3-5 ปี ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ

14 14