ขายรถมือสองติดไฟแนนซ์ ควรทำอย่างไร

การ ขายรถมือสองติดไฟแนนซ์ ยังผ่อนไม่หมด ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีปัญหาการเงิน ไม่สามารถผ่อนต่อได้แล้ว ก็จำเป็นจะต้องขายรถออกไป เพราะเป็นหนี้ผูกพันระยะยาว และมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นทุกวัน การขายรถในลักษณะนี้ มีความซับซ้อนที่จะต้องคำนวณการเงินคำนวณหนี้ให้ละเอียดรอบคอบ

สิ่งสำคัญที่สุดที่จะแก้ปัญหาการเงินจนทำให้ต้องขายรถที่ยังติดไฟแนนซ์ ผู้ขายรถจะต้องยอมรับความความจริงเรื่องภาระค่าใช้จ่าย และพยายามจัดการรายจ่ายให้เหลือน้อยที่สุด เรื่องรถยนต์นั้นเป็นรายจ่ายที่ต้องหยุดในทันทีหากมีปัญหาเรื่องเงิน อย่าเสียดายรถ หากมีเงินก็ซื้อใหม่ได้ ความเสียดายและพยายามยื้อเอาไว้จะทำให้เสียเงินมากยิ่งขึ้น เมื่อแน่ใจว่าเอาไม่อยู่แล้ว ต้องรีบตัดสินใจขายให้เร็ว ลดหนี้ให้เร็วที่สุด

สิ่งที่จะต้องทำก่อนการ ขายรถมือสองติดไฟแนนซ์

เมื่อมีปัญหาการเงินและจำเป็นต้องขายรถที่ยังติดไฟแนนซ์ ผู้เขียนมีคำ แนะนำดังนี้

A. คำนวณหนี้ค่างวดและค่าค้างชำระทั้งหมด

เรื่องแรกที่จะต้องรู้ก็คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ค้างกับทางบริษัทไฟแนนซ์ เช่น
1. ค่างวดที่เหลือทั้งหมด เหลืออีกกี่งวด
2. รายจ่ายอื่นๆ ทั้งหมด เช่น ดอกเบี้ยกรณีจ่ายค่างวดล่าช้า

ตัวอย่าง การผ่อนรถ Honda City

Honda City ราคา 649,000
ดาวน์ 20% 129,800
ผ่อน 6 ปี หรือ 72 งวดๆ ละ 8,423 บาท
รวมค่างวดทั้งหมด = 72 x 8,423 = 606,456 บาท

รายละเอียดการผ่อนรถ

สมมุติว่าได้ทำการผ่อนชำระไปแล้ว 24 งวด เป็นจำนวนเงิน 24 x 8,423 = 202,152 บาท

เหลือเงินค้างค่างวด 72 -24 = 48 งวด เป็นจำนวนเงิน 48 x 8,423 = 404,304 บาท

B. หาข้อมูลราคารถที่ซื้อขายในท้องตลาด

จากหัวข้อก่อนหน้านั้น สมมุติว่า รถมีค่างวดค้างทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 404,304 บาท ก่อนจะประกาศขายรถติดไฟแนนซ์ จำเป็นต้องหาข้อมูลราคาซื้อขายของรถ Honda City ในท้องตลาดเสียก่อน หากมีปัญหาการเงินจำเป็นต้องขายรถ แนะนำให้ปฏิบัติตามนี้แล้วจะไม่เจ็บตัว
1. หาข้อมูลรถที่ลงประกาศซื้อขายในท้องตลาด รถปีเดียวกัน สีเดียวกัน คุณสมบัติต่างๆ เหมือนกัน
2. ให้ขับรถเข้าเต็นท์เพื่อให้เต็นท์ตีราคาว่ารถรุ่นนั้น รับซื้อที่ราคาเท่าไหร่
3. หากปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถ ให้สอบถามราคาว่าทางไฟแนนซ์จะตีราคาให้กี่บาท

C. วิเคราะห์ราคาซื้อ ขายรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อย่างละเอียด

เมื่อได้ราคารถยนต์รุ่นนั้นๆ ที่ซื้อขายกันในท้องตลาด ราคาเต็นท์รับซื้อและราคาที่ทางไฟแนนซ์ตีราคากรณ๊ปล่อยให้ยึดรถแล้ว สิ่งที่จะ

ต้องทำต่อไปก็คือการวิเคราะห์ราคาซื้อขายกันแบบเจาะลึก

กรณีที่ 1 ราคาซื้อขายรถแพงกว่าหนี้ค้างค่างวดไฟแนนซ์

1. สมมุติว่ารถรุ่นนั้นซื้อขายกันอยู่ที่ 420,000 ในขณะที่ค้างค่างวดไฟแนนซ์ทั้งหมด 404,304 บาท
2. คิดเป็นส่วนต่างประมาณ 420,000 – 404,304 = 15,696 บาท หากมีเงินสดไปปิดไฟแนนซ์ แล้วเอารถมาลงประกาศขายเอง ก็จะเหลือเงินประมาณนี้ ถ้าสามารถขายได้ที่ราคา 420,000 การหาเงินสดอาจจะยืมเพื่อนฝูง หรือกู้นอกระบบ แต่คุยกับคนซื้อให้เรียบร้อยก่อน แล้วไปปิดไฟแนนซ์วันเดียวจบ ก็นำรถไปขายได้เลย แต่ผู้ซื้อต้องมีเงินสดหรือหากต้องการจัดไฟแนนซ์ ก็ต้องให้ยื่นดำเนินการให้ทางไฟแนนซ์ตรวจสอบเสียก่อน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้เร็วที่สุด

3. แต่หากไม่มีเงินสดไปปิดไฟแนนซ์เพื่อขายรถเอง การขายผ่านเว็บไซต์อย่าง taladrod.com จะมีบริการปิดไฟแนนซ์ให้ด้วย ต้องติดต่อสอบถามรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ เพื่อปิดไฟแนนซ์ ส่วนผู้ซื้อสามารถทำเรื่องผ่อนได้ในวันเดียวเช่นกัน หากเอกสารพร้อม แต่หลังจากเคลียร์รายหนี้รถทั้งหมดแล้ว อาจจะเหลือเงินไม่ถึง 10,000 บาท หรือไม่เหลือเลยสักบาท เพราะรถบางคันนั้น ลงประกาศรถแบบติดไฟแนนซ์ที่สามแสนกลางๆ แต่ขายได้เพียงสองแสนปลายๆ เท่านั้นเอง ขาดทุนเกือบแสนบาท การขายรถติดไฟแนนซ์จะถูกกดราคาอย่างมาก ยิ่งคนซื้อรู้ว่า กำลังร้อนเงิน ยิ่งโดนหนัก

4. ส่วนการนำรถไปขายให้เต็นท์ จะรับซื้อที่ราคาไม่ถึง 400,000 บาท การขายรถให้เต็นท์ไม่น่าจะสามารถทำได้ ผู้เขียนเคยเจอกรณี

เดียวกันนี้ รถซื้อขายในท้องตลาดราคาประมาณ 350,000 บาท แต่ต้องจำใจขายให้เต็นท์เพียง 290,000 บาทเท่านั้นเอง โดยเต็นท์ไปปิดไฟแนนซ์ให้ และก็นำรถมาลงประกาศขายที่ใกล้เคียง 350,000 นั่นเอง เจ็บปวดใจที่สุด จนเข็ดขยาดการผ่อนรถเลยทีเดียว

5. ส่วนการปล่อยให้บริษัทไฟแนนซ์ยึดรถ ห้ามทำอย่างเด็ดขาด เพราะไฟแนนซ์จะตีราคารถให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะไม่น่าเกลียดเกินไป เช่นรถราคาซื้อขายอยู่ที่ 420,000 ค้างไฟแนนซ์อยู่ที่ 404,304 แต่ไฟแนนซ์อาจจะตีราคารถไม่ถึง 400,000 ก็คิดเอาละกันว่า รถ Honda City ณ เวลานั้น รถซื้อขายในท้องตลาด 350,000 เต็นท์ยังรับซื้อแค่ 290,000 แต่ไฟแนนซ์จะตีราคารถถูกกว่าแน่นอน ไม่น่าเกิน 250,000 และยังคิดค่าดำเนินการ ค่าเสียผลประโยชน์ และอื่นๆ อีกเพียบ ดังนั้น ห้ามปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถเป็นอันขาด เพราะจะต้องจ่ายเงินให้ไฟแนนซ์อีกหลายหมื่นบาทหรืออาจจะถึงแสนบาทเลยทีเดียว

กรณีที่ 2 ราคาซื้อขายรถยน์ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าหนี้ค้างค่างวดไฟแนนซ์

กรณีนี้จะสร้างปัญหาให้กับเจ้าของรถอย่างมาก เพราะมูลค่ารถน้อยกว่าหนี้ที่ต้องจ่าย นั่นก็หมายความว่า รถคันนั้นไม่สามารถขายให้ใครได้ ยกให้ฟรีๆ ก็ไม่มีใครเอา นอกเสียจากต้องแถมเงินให้ด้วย
1. สมมุติว่ารถรุ่นนั้นซื้อขายกันอยู่ที่ 400,000 ในขณะที่ค้างค่างวดไฟแนนซ์ทั้งหมด 404,304 บาท
2. คิดเป็นส่วนต่างประมาณ 400,000 – 404,304 = -4,304 บาท กรณีนี้จะพบว่า ติดลบ ต้องแถมเงินให้คนซื้อรถด้วยอีกสีพันกว่าบาท เพราะยกให้ฟรีๆ ก็ไม่มีใครเอา ถ้าต้องเจอสภาพอย่างนี้ ก็ตัวใครตัวมัน ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ หาคนซื้อได้ให้ก่อน ตกลงราคา ทำสัญญา หากคนซื้อต้องการผ่อน ก็ให้หาไฟแนนซ์ ยื่นเอกสารให้ตรวจสอบ ถ้าผ่านแน่ๆ ทางผู้ขายก็หาเงินก้อน อาจจะยืมใครก็ได้ หรือหนี้นอกระบบ ฯลฯ เพื่อเอาเงินก้อนไปปิดไฟแนนซ์ แล้วเอารถมาลงประกาศขาย น่าจะประหยัดเงินมากที่สุด
3. การขายรถผ่านเว็บไซต์ แม้บางเว็บจะมีบริการปิดไฟแนนซ์ แต่ก็เจ็บตัวอยู่แล้ว ก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องเตรียมเงินไว้จ่ายเพิ่มเติมด้วย เพราะมูลค่าหนี้สูงกว่าราคารถที่ซื้อขายในขณะนั้น ขายรถได้ก็จริง แต่ก็ยังไม่พอเคลียร์หนี้

4. การขายให้เต็นท์ ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะราคาซื้อขายในท้อง ตลาดอยู่ที่ 400,000 บาท เต็นท์จะซื้อไม่เกิน 350,000 บาทอย่างแน่นอน ยิ่งรถใหญ่เครื่องใหญ่ ด้วยแล้ว อาจจะรับซื้อประมาณ 300,000 เท่านั้น
5. ส่วนการปล่อยให้บริษัทไฟแนนซ์ทำการยึดรถ ไฟแนนซ์เอาอยู่แล้ว หมูมาขึ้นเขียงรอแบบนี้ ไม่ชำแหละ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ไฟแนนซ์จะตีราคาถูกกว่าเต็นท์รถ จะได้ไม่ถึง 350,000 พร้อมกับคิดค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าเสียผลประโยชน์ ดอกเบี้ย ค่าดำเนินการ ฯลฯ ก็น่าจะต้องจ่ายให้ไฟแนนซ์อีกน่าจะเกือบแสนบาท การปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถจึงห้ามทำอย่างเด็ดขาด

หมายเหตุ

มูลค่ารถที่ลดลงอย่างเร็วจนเหลือน้อยกว่าหนี้ที่ค้างค่างวดไฟแนนซ์ ก็มีเหตุมาจาก 2 กรณีด้วยกันคือ
1. การดาวน์น้อย แต่ผ่อนนานๆ แล้วรถคันนั้น ราคาตกเร็วมาก โดย เฉพาะในช่วง 1-2 ปีแรก ราคาอาจจะตกหลักแสนบาท เพราะการดาวน์น้อย ก็เลยทำให้ค่างวดสูง ค่างวดรวมทั้งหมดที่ต้องจ่ายทั้งปีน้อยกว่าราคารถที่ตกลงมา ก็จะทำให้รถมีมูลค่าน้อยกว่าหนี้ค้างค่างวดนั่นเอง การดาวน์น้อยจึงไม่ควรทำ หากการเงินยังไม่พร้อม อย่าเพิ่งซื้อรถ

2. การผ่อนรถที่ราคาตกเร็ว เช่น รถยุโรป รถเครื่องยนต์ใหญ่ๆ 1800 cc 2000 cc ขึ้นไป ราคาที่ตกเร็วมาก หากมีปัญหาการเงินในช่วงนั้น ก็ตายกันพอดี ดังนั้นก็ต้องหลีกเลี่ยงการผ่อนรถเครื่องยนต์ใหญ่ แม้จะเป็นรถยอดนิยมก็ตาม รถตลาดไม่นิยม ยิ่งดาวน์น้อยๆ

ห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่งั้นมีโอกาสเจ็บตัว หากมีปัญหาการเงินในช่วง 1-2 ปีแรกที่ผ่อนรถ

เรื่องต้องห้ามสำหรับการขายรถมือสองติดไฟแนนซ์

1. ห้ามขายรถให้บุคคลใดก็ตามโดยที่ยังไม่ได้ปิดไฟแนนซ์

อย่าขายรถและยกรถยนต์ให้คืนอื่นไปโดยที่ยังไม่มีการปิดไฟแนนซ์ แม้ว่าทางเต็นท์หรือผู้ซื้อจะแจ้งว่าจะดำเนินการปิดไฟแนนซ์ให้ก็ตามดังนั้นห้ามทำเด็ดขาด จะต้องไปปิดไฟแนนซ์ด้วยกัน เพราะผู้ขายเป็นคู่กรณีโดยตรงกับทางไฟแนนซ์ คนซื้อจะไม่สามารถดำเนินการแทนได้ และมีโอกาสสูงที่คนซื้อจะไม่ปิดไฟแนนซ์ ก็จะทำให้คนขายรถได้รับความเดือดร้อน

เพื่อนผู้เขียนขายรถให้เต็นท์ที่รู้จักกัน ซึ่งเป็นรถกระบะ โดยยังไม่ได้ปิดไฟแนนซ์ ด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์คิดว่า ทางผู้ซื้อจะทำการปิดไฟแนนซ์ให้ ปรากฏว่า ผู้ซื้อซึ่งเป็นเต็นท์รถ นำไปขายต่ออีกที และคนที่ซื้อไปนั้น ก็เอาไปใช้ในไร่ในสวน โดยไม่มีการปิดไฟแนนซ์ ทำให้บริษัทไฟแนนซ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายกับเจ้าของรถ ก็ต้องจ่ายเงิน พร้อมทั้งค่าเสียผลประโยชน์ ดังนั้นห้ามปล่อยรถให้คนอื่นโดยที่ยังไม่ปิดไฟแนนซ์อย่างเด็ดขาด เจ็บตัวแน่นอน เพราะอาจจะนำรถไปชำแหละ ไปส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ

2. อย่าปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถเพราะมีรายจ่ายตามมามาก

อย่าปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถอย่างเด็ดขาด พยายามหาช่องทางขายเอง เพราะจะมีรายจ่ายตามมามาก เหตุผลก็ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น



Related Post : บทความเกี่ยวข้องกัน

การซื้อรถมือสองติดไฟแนนซ์ ซื้อรถยังผ่อนไม่หมด... รถติดไฟแนนซ์ผ่อนไม่หมด แต่เจ้าของรถมีปัญหาการเงิน จึงต้องขาย รถประเภทนี้มักจะถูกกดราคาอย่างมาก จึงมีราคาถูก เพราะต้องขายแบบไม่มีทาง เลือก ยิ่งปัญหาก...
แนวทางแก้ปัญหา การผ่อนรถกับแฟน แล้วเลิกกัน... ยามคบกันความรักหวานชื่น ต่างก็ช่วยกันสร้างครอบครัว บางคู่ก็มีรถเป็นของตนเอง แต่บางคู่ก็ร่วมกันผ่อนรถ อาจจะซื้อร่วมกันหรืออีกคนซื้อ อีกคนค้ำประกัน บา...
523 523