การขายรถมือสองผ่านเน็ต ลงประกาศขายรถผ่านเว็บไซต์

การลงประกาศขายรถยนต์มือสองผ่านเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Kaidee.com, taladrod.com ฯลฯ เป็นที่นิยมกันมาก กรณีของรถตลาด อาจจะขายได้ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

ทำความเข้าใจกับรถยนต์ของเราก่อน

การจะขายรถได้เร็วและราคานั้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับรถยนต์ของเราก่อน ยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ปี ความนิยมในการซื้อขายรถยนต์รุ่นนั้นๆ ฯลฯ การรู้จักรถยนต์ของตนเอง ก็จะช่วยให้เรารู้ว่า รถคันนั้นจะขายได้ง่ายหรือได้ราคาแค่ไหนนั่นเอง เช่น รถตลาด รถยนต์ขนาดเล็ก เครื่องยนต์เล็ก ประหยัดน้ำมัน ยี่ห้อยอดนิยม เป็นต้น

รถเหล่านี้ปล่อยง่าย ขายคล่อง มีคนต้องการมากกว่า ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า รถเก๋งญี่ห้อยอดนิยมอย่าง Honda Toyota ขายง่ายกว่า ส่วนกระบะก็จะเป็น Toyota, Isuzu, Nissan

รถยนต์เครื่องใหญ่ขายยากหรือราคาตกมาก

รถยนต์บางรุ่น แม้จะเป็นรถตลาด แต่หากเครื่องยนต์ใหญ่ รถหรู ค่าใช้ จ่ายตามมามาก ก็จะปล่อยยากกว่า เพราะซื้อไปแล้ว ค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมัน เป็นเรื่องที่คนซื้อคิดหนัก หากยังไม่ติดแก๊ส ก็จะมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นตามมา การขายรถประเภทนี้ ควรจะขายอย่างใจเย็นรอให้เจอคนที่ใช่จริงๆ อย่าขายเวลาที่ร้อนเงิน แต่บางรุ่นต่อให้ร้อนเงินมากๆ ก็ยังขายไม่ออก

รถใหญ่เครื่องยนต์ใหญ่ทั้งรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน ราคาตกแรงมาก หลายรุ่นราคาตกปีละ 100,000 บาทขึ้นไป ก่อนจะซื้อรถยนต์มือสองประเภทนี้มาไว้ใช้งาน ให้ดูราคาขายต่อด้วย จะได้ไม่ทุกข์ใจ เพราะไม่เพียงขายต่อยาก แต่โดนกดราคาสุดๆ นั่นเอง

ตัวอย่าง Ford Focus ป้ายแดง ปี 2014 ราคา 959,000 ลงประกาศขาย 29 กันยายน 2017 เหลือเพียง 419,000 เงินหายไป540,000 บาท เลยทีเดียว ราคาตกแบบโหดมาก

สภาพรถของเราเป็นอย่างไรบ้าง

สำรวจสภาพรถยนต์ของเรา ว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรต้องตามเก็บบ้าง การซ่อมบำรุงบางอย่างก่อนจะขายนั้น ก็ต้องดูว่าอะไรที่ควรทำหรือไม่ควรทำ เช่น อย่างกรณีรถใหญ่เครื่องยนต์ใหญ่ทั้งรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินการทำสีหรือซ่อมบำรุงอย่างดีก่อนขาย ก็ไม่ช่วยให้ขายง่ายหรือได้ราคามากนัก เพราะรถเหล่านี้เมื่อเป็นมือสอง ขายยากอยู่แล้วอาจจะต้องขายตามสภาพ หากรถยนต์รุ่นนั้น ไม่ใช่รถตลาด ที่นิยมใช้กัน เพราะค่าทำสีหลักหมื่น

แต่ใช่ว่าจะสามารถตั้งราคาขายได้แพงขึ้น ต้องศึกษาในส่วนการซ่อมว่าส่งผลให้สามารถปรับราคาได้แค่ไหนอย่างรถคันนี้ Honda City รุ่นแรก เครื่องยนต์ 1300 cc ปี 1996 ราคาอยู่ประมาณ 60,000 – 80,000 การขายตามสภาพอาจจะอยู่ที่ 50,000 ขึ้นไป แต่การซ่อมบำรุงก่อนขาย เช่น ทำสีทั้งคันประมาณ หมื่นกว่าบาท เปลี่ยนยางประมาณหมื่น หรือปรับแต่งภายในซ่อมเบาะที่ขาด ฯลฯ รวมค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ สามหมื่นบาทขึ้นไป ก็ใช่ว่าจะสามารถขายได้ที่ราคา 80,000 บาทขึ้นไป แต่อาจจะได้ใกล้เคียง เพราะเป็นรุ่นยอดนิยม แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูว่า เจ้าของร้อนเงินหรือไม่ หากรถดี เจ้าของไม่ร้อนเงิน ก็จะขายแพง เพราะมั่นใจว่ารถดี

สำรวจราคารถยนต์ในท้องตลาด

การดูราคากลางรถยนต์ที่ลงประกาศ นั้นดูไม่ยาก เพราะมีเว็บไซต์ที่ลงประกาศขายรถยนต์มากมาย แต่กรณีเป็นรถยนต์บ้าน หรือรถบ้าน ลองเข้าไปดูที่ taladrod.com หรือ kaidee.com การตั้งราคานั้น คนซื้อมักจะต่อราคาโหดๆ อยู่แล้ว เช่น ลงประกาศขาย 100,000อาจจะถูกต่อรองราคาเหลือประมาณ 70,000-90,000 ยิ่งสภาพรถยิ่งแย่ มีแผลรอบคัน ยิ่งโดนต่อหนัก

ขั้นตอนการลงประกาศขายรถยนต์มือสอง

เมื่อรู้สภาพรถยนต์ของเรา ตลอดจนราคาซื้อขาย แล้วก็ไปลงประกาศได้ตามเว็บไซต์ต่างๆ เช่น
1. หาเว็บไซต์สำหรับลงประกาศเช่น taladrod.com, pantip.com, thaisecondhand.com หรือ kaidee.com
2. เตรียมข้อความโพสต์ข้อความเพื่อลงประกาศขายรถยนต์ ดูประกาศของคนอื่นเป็นแนวทาง
3. ถ่ายภาพรถยนต์ ปรับแต่ง ขนาดให้เหมาะสม เพื่อใช้ลงประกาศ
4. เตรียมเอกสารสำหรับซื้อขายโอนเงินให้พร้อม เอกสารต่างๆ จะมีดังนี้
– คู่มือทะเบียนรถยนต์
– หนังสือขอโอน ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ กรมขนส่งทางบก
– หนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ กรมขนส่งทางบก
– หนังสือยินยอม ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ กรมขนส่งทางบก
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขาย
– สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขาย
– สัญญาซื้อขาย
– เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถ
– ใบเสร็จประวัติการซ่อมบำรุงรถ ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย เอกสารเหล่านี้มีส่วนช่วยให้ขายรถได้เร็วขึ้น
5. การลงประกาศขายผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ให้ลงทุกเว็บไซต์ในวันเดียวกันควรเป็นวันศุกร์หรือเสาหรืออาทิตย์ เพราะคนซื้อมักจะพากันโทรศัพท์สอบถามหรือมาดูรถในช่วงเวลานั้น หากผ่านไปหลายวันแล้ว ก็จะไม่สนใจ

บทสรุปเกี่ยวกับการขายรถยนต์มือสอง

1. การขายรถยนต์มือสอง หากเป็นรถตลาด ยี่ห้อยอดนิยม รถขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมัน ขายง่ายกว่า แต่ก็ควรขายรถในเวลาที่มีเงินเย็นจะได้ราคา แม้จะเป็นรถตลาดขายง่าย แต่บางทีก็ต้องเจอคนที่ใช่เหมือนกัน ขายไม่ออกสักที เจ้าของตัวจริงยังไม่ปรากฏ

2. การขายรถใหญ่ เครื่องโต หรือไม่ใช่รถตลาด เป็นเรื่องที่ต้องทำใจ กับราคาและการขายที่ค่อนข้างยากสำหรับบางรุ่น ยิ่งลงประกาศขายนานเท่าไหร่ ราคาก็ตกแรงเท่านั้น ตัดใจได้ก็จงตัดใจ เพราะบางคันลงประกาศไว้ทั้งปี ยังขายไม่ได้ ในขณะที่ผ่านไป 1 ปี ราคาตกลงไปเกิน 100,000 บาทและตกแรงทุกปี

3. หากจะต้องขายรถยนต์ อย่าได้รอจนกระทั่งมีปัญหาเรื่องเงิน ร้อนเงินมาก เพราะอาจจะต้องขายรถในราคาที่ต่ำมากๆ ใครให้เท่าไหร่ก็ต้องเอา โดย เฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เพราะรถเหล่านี้ คนมีเงินจริงๆ ก็จะหาของใหม่ คนไม่มีเงินแต่อยากอัพเกรดตัวเอง

คนที่ไม่มีความรู้เรื่องรถเกี่ยวกับรายจ่ายที่จะตามมา เห็นราคาถูก จึงซื้อมาใช้ หรือคนที่ชอบจริงๆ คนกลุ่มนี้อาจ จะมีไม่มาก รถจึงไม่

สามารถขายได้ง่ายๆ นอกเสียจากจะขายในราคาถูกมาก ผู้เขียนเคยขาย FIAT 132 ไปในราคาเพียง 15,000 บาทเท่านั้นเอง เครื่องยนต์ 2000 cc กินน้ำมันประมาณ 6 กิโลลิตร ในขณะนั้นน้ำมันเบนซินราคาเกิน 30 บาทต่อลิตร

4. มีความจริงใจ บอกปัญหาของรถทั้งหมด อะไรที่ต้องไปตามเก็บ หรือกรณีมีเอกสาร ข้อมูลบันทึกการซ่อมบำรุง จะยิ่งดี การขายรถด้วยความจริงใจ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านมา จะสามารถขายได้ในเวลาไม่นาน แต่รถมือสองส่วนใหญ่ไม่มีใครทำประวัติ และหมกเม็ด เพราะรถที่ขายจะอยู่ในสภาพแย่ สุดแล้ว ให้คนซื้อไปซ่อมเอาเอง

การขายรถยนต์มือสอง ต้องทำใจในเรื่องการต่อราคา ถ้ารถดีจริง ไม่ร้อนเงิน รถตลาด ขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมัน สภาพดี ปล่อยง่าย ก็เล่นตัวได้ ตั้งราคาสูงได้ แต่หากรถไม่ดี รถใหญ่ เครื่องโต เปลี่ยนเครื่อง ดัดแปลง ปล่อยยากก็ต้องทำใจ ต่อไปก็จะได้จำไว้เป็นบทเรียนว่ารถแบบไหนควรเล่น แบบไหนไม่ควรเล่น

รถยนต์เมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องใช้งานให้คุ้ม เช่น รถป้ายแดงก็ใช้กันยาวๆ เกิน 15 ปี กรณีใช้รถมือสองซ่อมให้ดี แล้วก็ใช้ให้ได้หลายปีเช่นกัน ถ้าเกิน 10 ปีได้ จะยิ่งดี กรณีนี้เวลาขายต่อก็ไม่เสียดายเงินมากนัก เพราะใช้งานได้คุ้มค่าแล้ว อย่างรถอายุ 20 ปี ถ้าเครื่องยนต์หมดสภาพ แต่ตัวถังไม่ผุ ก็ยังมีเครื่อง ยนต์รองรับ เช่น Toyota Starlet ตัวนี้ วางเครื่องรุ่นใหม่อย่าง 1nz-fe ประหยัดน้ำมันพอๆ กับรถรุ่นใหม่ ก็ใช้งานกันได้อีกนานนนนนน

528 528