ปัญหาความร้อนของเครื่องยนต์และการซ่อมบำรุงดูแลรถ

บทความแนะนำแนวทางวิเคราะห์หาสาเหตุที่เครื่องยนต์รถยนต์มีปัญหา เรื่องความร้อน เพื่อให้รู้สาเหตุที่แท้จริง ไม่เสียค่าซ่อมฟรี โดนช่างหลอกฟันหัวแบะ หรือเพื่อให้ซ่อมได้ถูกจุด เพราะปัญหานี้มีความซับซ้อน เนื่องจากมีอุปกรณ์หลายตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง หากซ่อมถูกจุด ก็จะไม่เสียค่าซ่อมมากนัก แต่หากผิดจุดอาจจะเสียเงินหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว

เครื่องยนต์ของรถยนต์มีความสำคัญ หากมีปัญหาความร้อนก็จะหยุดทำงาน หรือน็อคหรือพังไปเลย ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ และมักจะมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นตามมาเพราะมีรายการที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ที่จะต้องซ่อม ดังนั้น เมื่อเครื่องยนต์มีปัญหาเรื่องความร้อนจึงต้องรีบแก้ไข หรือจำเป็นต้องศึกษาถึงสาเหตุที่มีโอกาสทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด จนกลายเป็นปัญหา

สาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจนเกิดปัญหา

ปัญหาจากตัวเครื่องยนต์เอง

กรณีนี้เครื่องยนต์เคยมีปัญหาเรื่องความร้อนมาก่อน ฃิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์มีปัญหาและยังไม่ได้ซ่อมบำรุงให้อยู่ในสภาพปกติ ก็จะทำให้เครื่องมีปัญหาเรื่องความร้อน โดยเฉพาะกรณีขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัด ระบายความร้อนไม่ทัน เครื่องอาจจะมีปัญหาและเครื่องดับ


ในรถยนต์บางรุ่นจะมีเซนเซอร์ตรวจเช็คความร้อนของเครื่องยนต์ อย่างรถยุโรป และจะสั่งดับเครื่องทันทีเมื่อความร้อนสูงเกินไป เพือ่ป้องกันเครื่องยนต์เสียหาย อย่างเฟียตรุ่นนี้ Fiat 132 ซึ่งก็อันตรายเหมือนกัน กับการสั่งดับเครื่องขณะขับบนถนน ดับกลางอากาศ

วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ปัญหาจากเครื่องยนต์โดยตรงจะแก้ไขยาก หากงบไม่มากพอ เพราะต้องใช้เงินหลักหมื่นบาท เช่น การเปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือทำเครื่องยนต์ใหม่ หากไม่มีเงิน ก็ต้องใช้วิธีการติดพัดลมเพิ่มเพื่อช่วยระบายความร้อน การจัดการกับหม้อน้ำ ระบบระบายความร้อน แต่ก็อาจจะเอาไม่อยู่หากต้องเจอกับรถติดมาก แทบไม่ขยับ แต่หากรถขยับตัวไหลลื่น หรือขับต่างจังหวัด ถนนโล่ง ก็ไม่มีปัญหา


แต่ขณะต้องเจอรถติดก็อาจจะต้องปิดแอร์ เพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์ ติดพัดลมดีๆ ช่วยระบายความร้อน ก็จะพอไหว รถมีปัญหากับเครื่องยนต์แบบนี้ ไม่ควรใช้ในเมือง รถติด หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่รถติดมากๆ

ปัญหาจากระบบระบายความร้อน

ระบบระบายความร้อนในที่นี้จะหมายถึง ระบบน้ำหล่อเย็น และพัดลมหน้าเครื่องหรือพัดลมไฟฟ้า ซึ่งจะมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น วาล์วน้ำซึ่งทำหน้าที่เปิดปิดน้ำ ปั๊มน้ำทำหน้าที่สูบน้ำให้ไหลวน เพื่อนำน้ำร้อนจากเครื่องยนต์ไประบายที่หม้อน้ำ หากมีปัญหา ก็จะทำให้เครื่องร้อน และตามมาด้วยเครื่องพังได้เช่นกัน

หากระบบระบายความร้อนมีปัญหา เช่น วาล์วน้ำเสีย ไม่ทำงาน ปั๊มน้ำไม่ทำงาน หรือพัดลมไม่ทำงาน หรือพัดลมเล็กเกินไป หม้อน้ำตัน น้ำระบายไม่ทัน ทำให้เครื่องยนต์ร้อน หากขับรถที่ความเร็วสูงจะมีปัญหาได้ เพราะที่ความเร็วสูงเครื่องร้อนมากขึ้น หรือช่วงรถติดแทบไม่ขยับก็เช่นกัน

ระบบระบายความร้อนเหล่านี้หากมีปัญหา ก็จะส่งผลทำให้เครื่องยนต์ซึ่งอาจไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เกิดปัญหาความร้อนขึ้นได้ เหมือนกันและมีโอกาสทำให้เครื่องยนต์เสียหาย ระบบระบายความร้อนแม้จะมีความสมบูรณ์ไม่เคยมีปัญหามาก่อน แต่บางทีก็เกิดจากอุบัติเหตุแบบปัจจุบันทันด่วน อย่างการขับตามรถใหญ่ ซึ่งดีดก้อนหินใส่หน้ารถ อาจโดนหม้อน้ำทำให้หม้อน้ำรั่ว เวลาขับรถตามรถใหญ่จึงต้องหมั่นสังเกตุตัววัดความร้อนบนหน้าปัทม์

วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

การแก้ปัญหา ให้จัดการแก้ไข ตรวจสอบระบบต่างๆ เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพื่อความง่ายในการตรวจสอบในภายหลัง หากเครื่องยนต์มีปัญหา จะหาจุดเสียได้ไม่ง่ายขึ้น

ปัญหาความร้อนจากระบบแอร์

การเปิดแอร์หรือระบบทำความเย็นจะทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น จึงมีโอกาสทำให้เครื่องร้อนขึ้น แต่ไม่มากนัก ในกรณีที่เครื่องยนต์มีปัญหาเรื่องความร้อน จึงควรปิดแอร์ไม่ให้ทำงาน ก็จะฃ่วยลดความร้อนได้อีกเล็กน้อย อย่างกรณีเครื่องยนต์ร้อน รถติด เพราะหากรถเคลื่อนที่ได้ อากาศก็จะช่วยระบายความร้อนให้เครื่องยนต์และหม้อน้ำได้

วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

กรณีเครื่องยนต์ร้อนมาก และระดับความร้อนเพิ่มมากกว่า 5% ค่อนไปทาง H แล้ว แสดงว่าเครื่องเริ่มร้อน ก็จำเป็นจะต้องปิดแอร์

ปัญหาความร้อนของเครื่องยนต์จากการจราจรติดขัด

แม้เครื่องยนต์จะมีสภาพสมบูรณ์แต่รถก็อาจจะมีปัญหากรณีการจราจรติดขัดมาก โดยเฉพาะรถที่ลงเครื่องใหม่ ไม่ใช่รถเดิมๆ มาตรฐานจากโรงงานซึ่งมักจะไม่มีปัญหา รถปรับแต่งเหล่านี้มีโอกาสเกิดปัญหาเรื่องความร้อน เมื่อต้องเจอรถติดนานๆ ดังนั้นจึงต้องรู้จักรถเราอย่างดี


วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ขณะขับขี่บนถนนที่มีการจราจรคับคั่ง จำเป็นต้องรู้สภาพรถของเราเป็นอย่างดี หมั่นดูเข็มวัดความร้อน รถเก่าแล้ว สภาพไม่สมบูรณ์ รถเปลี่ยนเครื่อง รถที่เคยมีปัญหาความร้อนมาก่อน ควรหาทางหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาเช่นนี้ หรือจอดแวะพัก หรือรอให้รถโล่ง


ปัญหาการขับรถขึ้นเขาลงเขา

ความสูงชัน จำนวนผู้โดยสาร การบรรทุกหนัก การใช้รถยนต์ในบางเส้นทาง และจำนวนผู้โดยสารเต็มคัน ก็ทำให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ได้เช่นกัน อย่างการขับรถบนทางสูงชันอย่างต่อเนื่อง ขึ้นเขา ลงเขา การบรรทุกหนัก เรื่องนี้จำเป็นจะต้องรู้ เพื่อจะได้เตรียมรับมือ เช่น จอดพัก หรือปิดแอร์ หรือหลีกเลี่ยงเส้นทาง


วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

การขับรถขึ้นเขาลงเขา จำเป็นต้องรู้ถึงสมรรถนะของรถ จำนวนผู้โดยสาร และเลือกการเดินทางในช่วงที่รถน้อย ขับรถขึ้นเขาลงเขาได้ไหลลื่น ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความร้อนมากนัก


ปัญหาจากความผิดพลาด ความไม่รู้ในการดูแลรถ

ปัญหานี้ก็เกิดจากตัวเจ้าของรถ ที่อาจจะประมาท ผิดพลาด หลงลืม ไม่มีความรู้ บางอย่างในการดูแลรถยนต์ เช่น การเสียบสายวัดน้ำมันเครื่องผิดด้าน ทำให้น้ำมันเครื่องพุ่งออกมาเหมือนหมด หากยังปล่อยไว้ ก็ย่อมส่งผลเสียทำให้เครื่องยนต์ร้อนและเกิดปัญหาตามมาแน่นอน หรือบางครั้ง ก็ลืมปิดฝาหม้อน้ำ ทำให้น้ำพุ่งออกมา หากน้ำหมดเมื่อไร ก็ย่อมจะทำให้เกิดปัญหาความร้อนตามมา เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ผู้เขียนก็ประสบมากับตัวเองโดยตรง

วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

การจัดการกับปัญหานี้ จำเป็นต้องฝึกระเบียบวินัย ในการดูแลรถให้เกิดเป็นความเคยชิน ดูน้ำในหม้อน้ำ เช็คระดับน้ำมันเครื่อง ลมยาง และอื่นๆ ก็จะลดโอกาสเกิดความผิดพลาด หลงๆ ลืมๆ


การป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ร้อนด้วยตัวเองเบื้องต้น

เมื่อได้รู้ถึงสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เครื่องยนต์ร้อน จนอาจส่งผลทำให้เครื่องเกิดความเสียหาย คราวนี้ก็จำเป็นจะต้องรู้วิธีปฏิบัติตัวขณะขับขี่หรือใช้งานรถยนต์เช่น

  1. หมั่นซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
  2. ขณะขับขี่หมั่นสังเกตุหน้าปัทม์ตลอดเวลา โดยเฉพาะเข็มตรวจวัดความร้อน
  3. การขับตามรถใหญ่ หากมีก้อนหินดีดมาจากล้อรถเหล่านั้น ยิ่งต้องหมั่นสังเกตุเข็มวัดความร้อน เพราะหม้อน้ำอาจรั่วได้
  4. เมื่อพบว่า รถตัวเองมีปัญหาเรื่องความร้อน และอยู่ในสถานการณ์ที่อาจจะทำให้รถเกิดปัญหา เช่น การจราจรคับคั่ง รถติด
  5. ขึ้นเขาลงเขา บรรทุกหนัก ต้องหลีกเลี่ยง อย่าเลี่ยงเดินทางในเวลานั้น

การซ่อมหรือจัดการกับเครื่องยนต์ที่มีปัญหาความร้อน

ในกรณีที่พบว่ารถยนต์ของตนมีปัญหาในเรื่องความร้อน การซ่อมอาจจะเริ่มต้นตามลำดับดังนี้

  1. ศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ยังไม่ต้องรีบเชื่อช่าง หรือผู้รู้รอบตัว
  2. ซ่อมระบบอื่น ที่เกี่ยวข้องก่อน อย่างระบบระบายความร้อน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการแก้ปัญหาเครื่องยนต์ หากเครื่อง
  3. ยนต์ไม่หนักหนาสาหัสเกินไปนัก อาจจะจบโดยใช้เงินไม่มาก เช่น ล้างหม้อน้ำ เปลี่ยนวาล์วน้ำ ปั๊มน้ำ ใช้พัดลมระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้น หรือติดพัดลมเพิ่มขึ้น ไว้เปิดเวลาเครื่องร้อน เป็นต้น
  4. หากซ่อมระบบระบายความร้อนแล้วยังไม่จบ การซ่อมเครื่องยนต์ ต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน เช่น ซ่อมเครื่องยนต์เปลี่ยน
  5. อุปกรณ์ภายในบางส่วน หรือวางเครื่องใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้น เป็นต้น แต่การซ่อมเครื่องยนต์หรือวางเครื่องใหม่นั้น ไม่ควรทำ

หากรถคันนั้นใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่กินน้ำมันมาก เพราะแม้จะซ่อมแล้ว แต่ก็มักจะไม่สามารถใช้งานได้ กินน้ำมัน มีค่าใช้จ่ายสูงตามมา อย่างการนำไปติดแก๊ส ซึ่งมักจะตามมาด้วยปัญหาจุกจิก


การจัดการกับปัญหาเครื่องยนต์ร้อน หรือโอเวอร์ฮีท จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงหากเครื่องมีปัญหาแล้ว จึงควรหาวิธีป้องกัน อย่าให้เกิดปัญหานี้ บางคนไม่เคยตรวจสอบน้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ จนทำให้เครื่องยนต์มีปัญหา ผู้เขียนเองก็เคยขับรถจนเครื่องยนต์พังมาแล้ว หม้อน้ำแห้ง น้ำมันเครื่องแห้ง สุดท้ายเครื่องพัง ต้องขายเป็นเศษเหล็ก ไม่คุ้มซ่อม เรื่องนี้ต้องระวังและหมั่นตรวจสอบ รายจ่ายที่จะตามมาจะว่ากันที่หลักหมื่นบาทเสมอ โดยเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ยิ่งต้องระวัง เพราะเครื่องมีราคาแพงกว่าเครื่องยนต์เบนซิน