ป้องกันหนูเข้ารถยนต์ เข้าไปทำรังในห้องเครื่องยนต์

ปัญหาหนูเข้ารถยนต์ ไปทำรังอยู่ในห้องเครื่องรถยนต์ เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะเมื่อหนูเข้าไปอยู่ในหัองเครื่องหรือยู่ในรถยนต์ก็อาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เพราะหนูนั้นไม่มีอะไรดี อาจจะกัดสายไฟ แทะชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติก นำอาหารเข้าไปกิน ถ่ายมูล ฯลฯ

เมื่อหนูเข้าไปอยู่ในรถยนต์แม้จะไม่กัดแทะอะไรเลย แต่การถ่ายมูลในห้องเครื่องยนต์หรือภายในรถยนต์ ก็จะสร้างปัญหากลิ่นเหม็นตลบอบอวล และยากในการขจัดกลิ่นให้หมดไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อหนูเข้าไปในรถมักจะทำทุกอย่างที่ทำให้เกิดความเสียหายตามมาเพราะความซนของมันนั่นเอง ก็ไม่แน่นะว่าอาจจะต้องรื้อรถขนาดนี้เพื่อจัดการกับปัญหาที่หนูสร้างขึ้นมา

นี่คือตำแหน่งยอดนิยมสำหรับหนูเพราะจะมีซอกเล็กซอกน้อย ให้สามารถอยู่ได้ หากรถจอดไว้หลายวัน ก็จะมีโอกาสสูงมาก บางทีจอดไว้คืนเดียวก็เริ่มขนหญ้าเข้าไปไว้ในห้องเครื่องเตรียมทำรังแล้ว ผู้เขียนเคยเจอกับตัวเอง ขณะขับรถออกจากบ้านสวน ซึ่งมีหนูเยอะมาก ก็มีหนูวิ่งออกมาจากห้องเครื่อง
1. ในห้องเครื่องจะมีตำแหน่งที่หนูชอบอยู่เช่น บนฝาครอบวาล์ว ซึ่งมีลักษณะเป็นลานเหมาะสำหรับการทำรัง ที่เห็นคราบสีดำ ก็คือมูลของมันนั่นเอง ซึ่งเมื่อขับรถ กลิ่นก็จะเข้าไปในห้องโดยสาร สร้างปัญหาอย่างมาก

2. นอกจากนี้ หากมีซอกเล็กซอกน้อย ก็จะเข้าไปทำรังเช่นกัน และถ่ายทิ้งไว้ สร้างปัญหาเรื่องกลิ่นเช่นเดียวกัน

3. ใต้กรองอากาศใกล้ไฟหน้า เป็นอีกจุดหนึ่งที่หนูชอบเข้าไป ซึ่งตำแหน่งนี้เต็มไปด้วยสายไฟ และก็เสร็จไปตามระเบียบ โดนกัดสายไฟขาด ทำให้ไฟหน้ารถ ไฟเลี้ยวมีปัญหาบ้าง

4. ในบางคันใต้แบตเตอรี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถเข้าไปอยู่ได้

5. มูลหนูและคราบที่เห็น สร้างกลิ่นเน่าเหม็นอย่างมาก ซึ่งจะโชยเข้ารถเมื่อเริ่มขับรถ หากจอดนิ่งๆ อาจจะไม่มีกลิ่น

6. สภาพห้องเครื่อง เมื่อล้างทำความสะอาดบางส่วนแล้ว ดีขึ้น กลิ่นเริ่มลดน้อยลง เพราะหนูเพิ่งจะเข้ามาได้ไม่นาน

7. รถบางคันที่สร้างปัญหาขนาดหนัก อย่างคันนี้ จำเป็นต้องล้างตู้แอร์ด้วย ต้องรื้อขนาดนี้กันเลยทีเดียว หนุตัวเล็ก แต่ปัญหาไม่ได้เล็กตามตัว

กรณีมีอาหารอยู่ในรถ และต้องจอดรถทิ้งไว้ ต้องหาทางป้องกันให้ดีเช่นกัน เพราะมีโอกาสที่หนูจะเข้าไปข้างในรถ อย่างการไปเที่ยวแคมปิ้ง กางเต็นท์ การเก็บอาหารควรเลือกที่เก็บให้ดี เช่น ไว้ท้ายรถ หากหนูเข้าไป ก็จะไม่เข้าห้องโดยสาร

แนวทางการป้องกันแบบต่างๆ

ระวังการจอดรถใกล้แหล่งอาหาร

การจอดรถใกล้ถังขยะ แหล่งอาหาร ร้านอาหาร ครัว ก็จะมีโอกาสสูงที่หนูจะนำเศษอาหาร เข้ามาในรถ หากเป็นที่บ้าน ควรเปิดฝากระโปรงทิ้งไว้ เพื่อให้มีความสว่าง ไม่มีซอกหลืบให้หลบซ่อน จะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

แหล่งที่มีหนูชุกชุม ต้องระวังเป็นพิเศษ

ในบางสถานที่ ซึ่งมีหนูชุกชุมมาก อย่างบ้านสวน ร้านอาหาร บ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัย การจอดรถไว้เพียงคืนเดียว ก็อาจจะสร้างความเสียหายได้ทันที เช่น กัดสายไฟ รถยนต์จะมีซอกหลืบ ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะรถกระบะรุ่นเก่า จึงต้องระวังให้ดี จอดให้ห่างจากบ้านหรือหาทางป้องกันด้วยวิธีต่างๆ กาวดักหนูวางที่ล้อ หรือวางกับดัก ดักไว้ก่อน

 

จอดรถหลายวันต้องหาทางป้องกัน

รถของเรานั้น จำเป็นจะต้องรู้ตำแหน่งที่หนูอาจจะเข้าไปอยู่ ที่เป็นซอกหลืบต่างๆ เช่น ใต้กรองอากาศแบบนี้ ด้านล่างจะมีซอกให้เข้าไปอยู่ ซึ่งตำแหน่งนี้จะมีสายไฟ มีโอกาสโดนกัด การจอกไว้หลายวันจึงต้องหาทางปิด หรืออาจจะใช้เจลน้ำหอมกลิ่นส้มไปวางไว้ ในตำแหน่งที่คาดว่าจะมีหนูเข้าไปอยู่

บนฝาครอบเครื่องแบบนี้ ก็เหมือนกัน มีโอกาสที่หนูจะเข้ามาอยู่ ถ้าปิดฝากระโปรง ก็จะกลายเป็นลานให้เข้ามาอยู่ได้สบายๆ ดังนั้นอาจจะเปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้ ตำแหน่งซอกหลีบต่างๆ ก็ต้องปิดให้ปมด

หมั่นตรวจสอบหาร่องรอยหนูเข้ารถ

หนูบางตัวมีขนาดเล็กมา ซึ่งสามารถเข้ามาในรถยนต์ของเราได้ อาจจะแทะชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติก แล้วเขามาอยู่ในรถ บางตัวเข้าไป

อยู่ในช่องแอร์ ก็มี จึงหมั่นตรวจสอบบ่อยๆ กรณีจอดรถไว้หลายวัน ไม่ค่อยได้ใช้รถ

 

การจัดการปัญหาเมื่อหนูเข้ารถ

วิธีการจัดการกับปัญหานี้ มีวิธีเดียว ก็คือการล้างอย่างเดียว เช่น
1. ล้างห้องเครื่อง ถ้าหนูเพิ่งจะเข้ามาได้ไม่นาน ยังไม่กัดแทะ เข้าไปในห้องโดยสาร ซึ่งก็จะมีกลิ่นฉี่ มูลต่างๆ ที่หนูปล่อยออกมา จะสร้างกลิ่นรถกวนไม่น้อยเวลาขับรถ แต่การล้างห้องเครื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะในรถยนต์รุ่นเก่า

2. ถ้าปล่อยให้เข้าไปในช่องแอร์ได้ ผู้เขียนเคยเจอวิโก้ทีมีปัญหาหนูเข้าไปทำรังในช่องแอร์ ซึ่งก็ต้องทำความสะอาดกันชุดใหญ่ ทั้งล้างห้องเครื่อง ล้างตู้แอร์ การล้างตู้แอร์สำหรับ Toyota vigo แล้ว ไม่ง่ายนัก ดูเอาเองก็แล้วกัน ว่าจะต้องรื้อมากขนาดไหน

การแก้ปัญหาในภายหลัง เมื่อหนูเข้ารถแล้ว จะไม่ง่ายนัก เพราะบางทีก็ไปกัดสายไฟ ซึ่งอาจจะทำให้รถเกิดปัญหาได้ เพราะไม่รู้ว่าไปกัดสายไฟอะไรบ้าง หรือแม้จะไม่ทำอะไรเลย แต่ฉี่ แล้วออก ไปก็ยังสร้างกลิ่นให้ต้องตามล้างตามเช็ด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ต้องหาทางป้องกันไว้ก่อน รถกระบะ รถรุ่นเก่า จะเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะมีซอกหลีบมากกว่า (จากการสังเกตุเป็นการส่วนตัว)

 

74 74